ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

แบงก์จัดโปรฯหั่นดอกหนุนลูกหนี้ดี สกัดหนี้เสียพุ่ง-ฉุดสินเชื่อส่วนบุคคลอ่วม

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 19 ส.ค. 2557 เวลา 08:49:52 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

หนี้เสียสินเชื่อบุคคลพุ่งต่อเนื่อง ครึ่งปีแรกโต 17.31% แบงก์-น็อนแบงก์แตะเบรกระนาว เบนเข็มจับลูกค้ารายได้สูง "กสิกรฯ" เลือกทำตลาด จัดแคมเปญจ่ายหนี้เกินขั้นต่ำรับสิทธิ์ "ลดดอกเบี้ย-แจกบัตรของขวัญ" ฟาก "ซีไอเอ็มบี ไทย"ต้อนกลุ่มมีวินัยจ่ายดีรับดอกเบี้ยต่ำ "อิออน" ลดวงเงินสินเชื่อกลุ่มลูกค้าใหม่

"ประชาชาติธุรกิจ" รวบรวมข้อมูลสินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 (สิ้น มิ.ย.) จำนวนบัตรเพิ่มขึ้น 1.88% เทียบจากสิ้น ธ.ค. 2556 ที่ระดับ 11.47 ล้านใบ เพิ่มเป็น 11.69 ล้านใบ ขณะที่สินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้น 1.67% จาก 2.99 แสนล้านบาท มาอยู่ที่ 3.04 แสนล้านบาท


ขณะที่ปริมาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มสูงถึง 17.31% จากสิ้น ธ.ค. 2556 ที่อยู่ 10,920 ล้านบาท เพิ่มเป็น12,810 ล้านบาท ณ สิ้น มิ.ย. 2557

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เอ็นพีแอลสินเชื่อบุคคลของธนาคารในช่วงที่ผ่านมา เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 3% จากระดับกว่า 2% ของปริมาณสินเชื่อคงค้างสินเชื่อบุคคลที่อยู่ 17,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และหนี้ครัวเรือนที่ทรงตัวในระดับสูง

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ธนาคารยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเป็นพิเศษโดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารชะลอการปล่อยสินเชื่อบุคคล และตั้งเป้าหมายการเติบโตลดลงเหลือ 6-7% จากปีที่ผ่านมา ซึ่ง
เติบโตมากกว่า 20% ขณะที่ช่วงครึ่งปีแรกเติบโตแล้ว 6% ทำให้ธนาคารไม่เน้นการเติบโตมากนักในช่วงที่เหลือของปีนี้

ส่วนกลยุทธ์การทำตลาด จะให้ความสำคัญเฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีรายได้ประจำต่อเดือนตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป และอีกด้านจะเน้นการทำตลาดเชิงให้ความรู้ช่วยลูกค้าในการลดภาระหนี้ โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารออกแคมเปญลดดอกเบี้ยและแจกบัตรของขวัญแก่ลูกค้าดีที่ชำระหนี้และชำระเกินวงเงินขั้นต่ำที่ 5% ทั้งนี้ จะทดลองในกลุ่มลูกค้าที่มีภาระหนี้สูงระดับ 70% ของวงเงินสินเชื่อ

"ถ้าลูกค้าจ่ายเกินวงเงินขั้นต่ำหรือมากกว่า 5% แบงก์จะลดดอกเบี้ยให้ราว 1-2% หรือไม่ก็จะแจกบัตรของขวัญให้ โดยเริ่มจากกลุ่มลูกค้าที่มีภาระหนี้สูง ก่อนจะขยายไปยังกลุ่มอื่น ๆ ในช่วงปลายปี"นายชาติชายกล่าว 

ด้านแหล่งข่าวจาก บมจ.อิออน ธนสินทรัพย์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า เอ็นพีแอลสินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้นในทุกสถาบันการเงิน แต่เชื่อว่าอัตราการเร่งตัวของเอ็นพีแอลน่าจะผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว และต่อไปน่าจะ

มีทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทก็จะยังคงต้องติดตามและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ดี แม้ภาวะเศรษฐกิจไม่ดีหรือได้รับแรงกระทบจากปัญหาทางการเมือง บริษัทก็จะยังคงต้องขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะต้องปรับเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อให้มีความเข้มงวดขึ้น หรือลดวงเงินการให้สินเชื่อลง พร้อมเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงขึ้น โดยปัจจุบันจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ตั้งแต่ 20,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป จากปกติที่อนุมัติตั้งแต่รายได้ 10,000 บาท แต่ปัจจุบันบริษัทยังมีสัดส่วนลูกค้ากลุ่มดังกล่าวน้อยมาก ไม่ถึง 20%

นางสาวอรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า เอ็นพีแอลสินเชื่อบุคคลของธนาคารอยู่ที่ระดับ 3.8-3.9% ของยอดสินเชื่อคงค้าง จึงต้อง
ปรับกลยุทธ์มาเน้นขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มรายได้สูง ซึ่งได้เปิดตัวสินเชื่อ

ส่วนบุคคล "เพอร์ซันนัลแคช" ซึ่งจะให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษและผ่อนนานสูงสุด ขึ้นกับกลุ่มลูกค้าแต่ละระดับ 

"การออกโปรดักต์ใหม่เป็นการช่วยเหลือลูกค้าที่มีประวัติการชำระดีสมควรได้รับดอกเบี้ยที่ถูกกว่า ไม่ควรจ่ายแบบเหมาเข่ง เชื่อว่าจะสามารถควบคุมเอ็นพีแอลใหม่ได้ดีขึ้น โดยคาดว่าสัดส่วนเอ็นพีแอลใหม่จะมีเพียง 1% พร้อมกันนี้แบงก์ก็เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อใหม่มากขึ้น โดยสัดส่วนการอนุมัติสินเชื่อใหม่อยู่ในระดับต่ำ 30% ของยอดการสมัครรวม จากเดิม 35%"

อย่างไรก็ตาม ธนาคารคาดว่าภายใต้อัตราดอกเบี้ยพิเศษนี้ จะสามารถขยายสินเชื่อบุคคลในปีนี้ได้อีก 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ยอดคงค้างสินเชื่อบุคคลสิ้นปีนี้จะเพิ่มถึง 13,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่อยู่ 9,500 ล้านบาท ขณะที่จำนวนลูกค้าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 30,000-50,000 ราย จาก 140,000 รายในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ธปท.พบว่า มูลค่าการใช้บัตรเครดิตชำระเงินค่าสินค้าและบริการ ณ จุดขาย รวมกับการใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ในครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 7.76 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.6% หรือ 41,000 ล้านบาท ขณะที่ประชาชนมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเฉลี่ยคนละ 5,267 บาทต่อเดือน 5,478 บาทต่อเดือน และ 4,871 บาทต่อเดือน ในไตรมาส 2/57, ไตรมาส 1/57 และสิ้นปี 2556 ตามลำดับ