ประชาชาติธุรกิจ
การตลาด

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

"แอลจี-ซัมซุง" ย้ายฐาน ฮับเครื่องใช้ไฟฟ้าสะเทือน ?

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 23 ม.ค. 2558 เวลา 09:00:02 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

แม้ว่าประเทศไทยจะได้ชื่อว่าเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อป้อนการส่งออกที่สำคัญของทั้งค่ายจากญี่ปุ่นและเกาหลี แต่ถึงวันนี้ด้วยปัจจัยแวดล้อมหลาย ๆ อย่างที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะปัญหาเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ปัญหาแรงงานฝีมือ ฯลฯ ประกอบกับมีทางเลือกที่จะลงทุนในประเทศอื่น ๆ มากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มชั่งน้ำหนักผลดี-ผลเสีย และหลาย ๆ ค่ายได้ตัดสินใจเริ่มทยอยโยกฐานการผลิตออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านบ้างแล้ว

ล่าสุด แอลจี และ ซัมซุง เตรียมจะย้ายฐานการผลิตโทรทัศน์จากไทยไปยังโรงงานในเวียดนาม จากก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มีบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จำนวนหนึ่งที่ย้ายฐานการผลิตบางส่วนออกไปจากไทย เช่น บริษัท โตชิบา สตอเรจ ดีไวซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตัดสินใจย้ายสายการผลิตฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในไทยทั้งหมดไปที่ฟิลิปปินส์ พร้อมทั้งขายโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในไทย ขณะที่ โตชิบา ประเทศไทย ได้ย้ายการผลิตทีวีทั้งหมดไปยังโรงงานในมาเลเซีย ขณะที่ผู้ผลิตกล้องรายใหญ่ นิคอน ได้ขยายไลน์การผลิตชิ้นส่วนกล้องดีเอสแอลอาร์บางส่วนจากไทยไปยังลาว เมื่อปี 2556 เป็นต้น

สำหรับกรณีของ "แอลจี" อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเล็คทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในเรื่องนี้กับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การย้ายฐานการผลิตโทรทัศน์จากเมืองไทยไปยังประเทศเวียดนาม เป็นไปตามนโยบายของบริษัทแม่ที่ประกาศเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2557 ที่ผ่านมา เพื่อจะเพิ่มกำลังการผลิตสินค้ากลุ่มทีวีสำหรับรองรับความต้องการของตลาดในประเทศอาเซียน และเป็นการเพิ่มกำลังผลิตโรงงานในเวียดนามให้ได้อีโคโนมีออฟสเกลที่มากขึ้น เพื่อจะได้ประโยชน์ตามมาในเรื่องของการลดต้นทุน

ทั้งนี้ แอลจีจะย้ายไลน์การผลิตทีวีไปยังโรงงานในเวียดนามในช่วงปลายไตรมาส 2 ที่จะถึงนี้ และหลังจากย้ายฐานการผลิตทีวีไปจากโรงงานที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยองไปแล้ว บริษัทจะกระจายพนักงานไปยังไลน์การผลิตอื่นรวมถึงสำนักงานในกรุงเทพฯแทน อย่างไรก็ตาม โรงงานที่ปลวกแดงจะยังผลิตสินค้าอื่น ๆ เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ฟ้าชิ้นเล็ก เพื่อรองรับตลาดไทย อินโดนีเซีย พม่า กัมพูชา และลาวต่อไป

"การย้ายไลน์การผลิตทีวีจากไทยไปรวมกับโรงงานในเวียดนาม เหตุผลหลักมาจากกำลังการผลิตไม่ใช่เรื่องของค่าแรง แม้ว่าปัจจุบันค่าจ้างแรงงานในไทยจะสูงกว่า แต่ในระยะยาวคงไม่แตกต่างกัน" ผู้บริหารแอลจี ยัน


ปัจจุบันแอลจีมีโรงงานในภูมิภาคอาเซียน 3 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม โรงงานในไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องซักผ้าและเครื่องปรับอากาศ โดยมีกำลังผลิตทีวี 3-3.5 แสนเครื่องต่อปี อินโดนีเซียผลิตตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศบางรุ่น และเวียดนามผลิตทีวี

ก่อนหน้านี้ "วิษณุ ลิ่มวิบูลย์" ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ซัมซุง ได้ลดไลน์การผลิตทีวีในประเทศไทยลง และคาดว่าจะย้ายฐานการผลิตทีวีไปยังโรงงานในประเทศเวียดนามแทนภายในปีนี้ เนื่องจากเวียดนามมีค่าแรงที่ต่ำกว่าไทย ประกอบกับการเปิดเขตเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน หรือเออีซี จะทำให้ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า

สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของซัมซุงที่มีการขยายการลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่องปัจจุบันซัมซุงมีโรงงาน4แห่งทั้งที่เปิดสายการผลิตแล้ว และอยู่ระหว่างก่อสร้าง คือ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค นครโฮจิมินห์ (Saigon Hi-Tech Park), จังหวัดบั๊กนิง (Bac Ninh) และจังหวัดท้ายเงวียน (Thai Nguyen)

สำนักข่าว Vietnam Briefing รายงานว่า โรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทคนครโฮจิมินห์ มีพื้นที่ 7 แสนตารางเมตร จะเริ่มก่อสร้างในต้นปีนี้ด้วยมูลค่าการลงทุน 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะเริ่มเปิดไลน์การผลิตได้ในไตรมาสที่ 1/2559 จะผลิตกลุ่มทีวีและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

สำหรับโรงงานที่จังหวัดบั๊กนิง (Bac Ninh) เป็นโรงงานผลิตโทรศัพท์มือถือ มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2009 อีกแห่งเป็นโรงงานผลิตหน้าจอสำหรับมือถือและแท็บเลต มูลค่าการลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เริ่มผลิตเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ด้วยกำลังการผลิต 48 ล้านจอต่อปี ส่วนโรงงานแห่งที่ 4 อยู่ที่จังหวัดท้ายเงวียน ทางตอนเหนือของเวียดนาม เริ่มผลิตสมาร์ทโฟนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 ด้วยกำลังการผลิต 10 ล้านชิ้นต่อเดือน

และเมื่อเดือนตุลาคม 2557 สำนักข่าววอลล์สตรีต เจอร์นัลรายงานว่า ซัมซุงจะสร้างโรงงานโทรศัพท์มือถือแห่งที่ 2 ในพื้นที่ใกล้กันด้วยวงเงินลงทุน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ซัมซุงยังได้ใบอนุญาตให้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์พกพา มูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรัฐบาลเวียดนามอีกด้วย

รายงานข่าวจากบริษัท ไทยซัมซุง อิเล็กโทรนิกส์ จำกัด เปิดเผยว่า มีฐานการผลิตใหญ่อยู่ในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีสายการผลิตทั้งทีวี ตู้เย็น แอร์ เครื่องซักผ้า และตู้อบไมโครเวฟ

แหล่งข่าวจากวงการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า นอกจากค่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าจะพยายามลดต้นทุนในลักษณะดังกล่าว ที่ผ่านมา ผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่บางรายที่ได้เริ่มลดต้นทุนการดำเนินงานตามนโยบายบริษัทแม่ ด้วยการนำหุ่นยนต์มาใช้ในการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขณะเดียวกันก็ได้ลดพนักงานลงบางส่วน เช่น กรณีของบริษัท ซัมซุง อิเล็คโทร-แม็คคานิคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด

นี่เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่ง และคาดว่าจะมีภาพในลักษณะนี้ให้เห็นและได้ยินเป็นระยะ ๆ นี่คือความท้าท้ายของการเป็นฮับเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนของเมืองไทย ที่กำลังรอการแก้ไข





ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat