ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

SCB EIC วิเคราะห์ ส่งออกไทยเดือน ธ.ค.ขยายตัว 1.9%YOY แต่ทว่าทั้งปี 2014 ยังหดตัวที่ 0.4%

updated: 28 ม.ค. 2558 เวลา 16:40:09 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ส่งออกไทยเดือนธันวาคมขยายตัว 1.9%YOY แต่ทว่าทั้งปี 2014 ยังหดตัวที่ 0.4%

กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกไทยเดือนธันวาคมอยู่ที่ 18,790.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาขยายตัวอีกครั้งที่ 1.9%YOY แต่ทว่าทั้งปี 2014 นั้น มูลค่าการส่งออกไทยยังน่าผิดหวัง โดยหดตัว 0.4%YOY  ด้านการนำเข้าหดตัวต่อเนื่องกว่า 8.7%YOY ในเดือนธันวาคมมาอยู่ที่ 17,201.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ในเดือนธันวาคม 2014 ไทยกลับมาเกินดุลการค้าที่ 1,588.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และทั้งปี 2014 ขาดดุลการค้าลดลงเหลือ 378.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

มูลค่าการส่งออกขยายตัวในเดือนธันวาคม จากการส่งออกสินค้าเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะมูลค่าการส่งออกข้าวและน้ำตาลที่ขยายตัวถึง 67.0%YOY และ 96.1%YOY ตามลำดับ ในเดือนธันวาคม โดยมูลค่าการส่งออกข้าวที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากปริมาณการส่งออกที่ขยายตัวกว่า 100% เนื่องจากรัฐบาลมีการระบายข้าวในสต็อก ด้านมูลค่าการส่งออกน้ำตาลขยายตัวจากอุปทานในตลาดโลกที่ลดลง หลังผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลกอย่างบราซิลต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้ง สำหรับการส่งออกสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม การส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบสามารถกลับมาขยายตัวถึง 11.7%YOY ในเดือนธันวาคม ตามมูลค่าการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 29.8%YOY อีกทั้งการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้ายังขยายตัว 7.5%YOY จากการส่งออกตู้เย็นและส่วนประกอบที่เพิ่มขึ้น 32.4%YOY แต่ทว่าการส่งออกเครื่องปรับอากาศที่หดตัว 1.1% กดดันให้การส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่สามารถขยายตัวได้มากนัก

แต่ทว่ามูลค่าการส่งออกตลอดทั้งปี 2014 ยังน่าผิดหวัง โดยการส่งออกทั้งหมดหดตัว 0.4%YOY เป็นผลมาจาก 1) ราคายางพาราที่ตกต่ำ โดยในเดือนธันวาคมนั้นมูลค่าการส่งออกยางพาราหดตัวลงอีก 43%YOY ส่งผลให้ทั้งปี 2014 มูลค่าการส่งออกยางพาราลดลงกว่า 7%YOY 2) มูลค่าการส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบที่ขยายตัวในระดับต่ำ ซึ่งทั้งปี 2014 ขยายตัวเพียง 0.6%YOY หลังจากการส่งออกไปยังตลาดสำคัญอย่างอินโดนีเซียและออสเตรเลียหดตัวลงถึง 18.3%YOY และ 10.4%YOY ตามลำดับในปี 2014 และ 3) ราคาน้ำมันโลกที่หดตัวต่อเนื่องกดดันมูลค่าการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของไทยซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 6% ของการส่งออกทั้งหมดให้ลดลงอีก 20.4%YOY ในเดือนธันวาคม อีกทั้งยังกดดันอุปสงค์ในกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ทำให้การส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบไปยังตลาดตะวันออกกลางหดตัวลง 6.1%YOY ในเดือนธันวาคม

มูลค่าการส่งออกไปยังตลาด G3 กลับมาขยายตัว ในขณะที่การส่งออกไปยังจีนหดตัวต่อเนื่อง โดยในเดือนธันวาคมนั้น การส่งออกไปยังตลาด G3 ซึ่งประกอบไปด้วยสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป กลับมาขยายตัวที่ 13.2%YOY 5.9%YOY และ 1.8%YOY ตามลำดับ ส่งผลให้การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯในปี 2014 ขยายตัว 4.1%YOY หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐฯปรับตัวดีขึ้นในปี 2014 สำหรับการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่นในปี 2014 ยังคงหดตัว 1.9%YOY เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีการบริโภคในช่วงเดือนเมษายนของปี 2014 ด้านการส่งออกไปจีนหดตัวต่อเนื่องจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอลง โดยการส่งออกไปจีนในปี 2014 ลดลงราว 8%YOY ด้านการส่งออกไปยังตลาดศักยภาพสูงอย่าง CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) ในปี 2014 สามารถขยายตัวได้ต่อเนื่องถึง 9.0%YOY

มูลค่าการนำเข้าทั้งปี 2014 หดตัว 9% จากราคาน้ำมันโลกที่ลดลงและอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัว มูลค่าการนำเข้าในเดือนธันวาคมหดตัวอีก 8.7%YOY จากราคาน้ำมันโลกที่หดตัวต่อเนื่อง ซึ่งกดดันมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบให้ลดลงกว่า 42.6%YOY ส่งผลให้การนำเข้าเชื้อเพลิงที่มีสัดส่วนกว่า 20% ของการนำเข้าทั้งหมดหดตัวลง 8.6%YOY ตลอดทั้งปี 2014 ด้านการนำเข้าสินค้าทุนในเดือนธันวาคมมีทิศทางดีขึ้น โดยขยายตัว 1.6%YOY จากการนำเข้าเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ทว่าทั้งปี 2014 มูลค่าการนำเข้าสินค้าทุนยังคงหดตัว 7.6%YOY เมื่อประกอบกับมูลค่าการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบที่ทั้งปี 2014 หดตัวกว่า 10%YOY สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนและการผลิตในประเทศที่ยังชะลอตัว ทั้งนี้ ราคาน้ำมันโลกที่มีทิศทางลดลงต่อเนื่องจะส่งผลให้การนำเข้าของไทยหดตัวต่อไป และทำให้ไทยมีแนวโน้มกลับมาเกินดุลการค้าในปี 2015

การส่งออกไทยในปี 2015 มีแนวโน้มขยายตัวในระดับต่ำเพียง 0.8% โดยราคาน้ำมันโลกที่หดตัวต่อเนื่องในปี 2015 จะกดดันมูลค่าการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปและเคมีภัณฑ์ของไทย และยังกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างยางพาราและน้ำตาล ซึ่งการส่งออกสินค้าดังกล่าวมีสัดส่วนถึง 15% ต่อการส่งออกทั้งหมดของไทย นอกจากนี้ ราคาน้ำมันโลกที่หดตัวยังกระทบต่อรายได้และอุปสงค์ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดศักยภาพสูงของการส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบของไทย อีกทั้งเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวจากอุปสงค์ในประเทศ การขยายฐานการผลิตของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไปยังอินโดนีเซียเพื่อทดแทนการนำเข้าจากไทย และการถูกตัดสิทธิพิเศษทางศุลกากร (Generalized System of Preferences: GSP) จากสหภาพยุโรปในทุกหมวดสินค้า จะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกไทยในปี 2015 ขยายตัวในระดับต่ำ โดยอีไอซีคาดว่าทั้งปี 2015 มูลค่าการส่งออกไทยจะขยายตัวเพียง 0.8%YOY