ประชาชาติธุรกิจ
การเมือง

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

"บิ๊กตู่" เปิดวงกางเต็นท์กินข้าวกลางทำเนียบ เผยชอบหนัง "ลินคอล์น" กำลังเดินรอยตาม

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 28 พ.ค. 2558 เวลา 15:05:12 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เดินทางมาร่วมรับประทานอาหารกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล

โดยระหว่างการรับประทานอาหาร นายกรัฐมนตรีได้ระบุว่า ตนมีความเครียด เพราะคนเป็นผู้นำจะมีความสุขตลอดเวลาไม่ได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ขณะนี้ ซึ่งประเทศเกิดวิกฤตและมีความขัดเเย้ง โดยกรณีนักวิชาการต่างประเทศที่มาบรรยายนั้น เห็นได้ชัดว่าทุกคนเข้าใจสถานการณ์เมืองไทยดีขึ้น เพราะต่างประเทศมีปัญหาวิกฤตความขัดแย้งมานาน ทุกวันนี้ตนทำงานเเละใช้อำนาจเพื่อคนไทยรวมถึงคนไทยที่ยังไม่เกิดในอนาคต ตนมีความฝันอยากให้คนไทยเป็นมหาอำนาจ คนไทยมีอำนาจผ่านการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเร่งสร้างกฏหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม

"ผมดูหนังเมื่อวันก่อน หัดดูหนังมีคุณค่าบ้าง ผมดูระหว่างตัดผม เป็นหนังเกี่ยวกับประธานาธิบดีลินคอล์น (อับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา)ที่ต่อสู้เพื่อการเลิกทาส ที่ต่อสู้จนคนตายหลายเเสนคน กว่าจะแก้ไขได้ก็ใช้เวลานาน ซึ่งผมชอบ คำพูดที่ว่า ไม่เท่าเทียมไม่มีจริงในโลก แต่เราสามารถสร้างความเท่าเทียมได้ โดยการเขียนกฏหมาย ซึ่งเรากำลังทำอยู่ กฏหมายที่เรากำลังเขียนไว้ และอีกคำคือคำพูดที่ว่าการประท้วงของประชาชนไม่ใช่ความผิด แต่ผิดตรงที่เกิดการจลาจล" นายกรัฐมนตรีกล่าว



นายกฯ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ตนอ่านหนังสือพิมพ์ ฉบับไหนเชื่อได้ตนก็รับและตัดเก็บไว้ เเละนำไปปรับปรุง ยืนยัน ตนทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและกำลังเตรียมการปฏิรูป ทั้งเรื่องราชการ ระบบการบริหาร การพัฒนาการเกษตรของประเทศ ส่วนเรื่องความปรองดอง ตนพยายามแล้วที่จะให้ฝ่ายที่ขัดแย้งทุกฝ่ายมาคุยกัน ยืนยัน คสช.ไม่ได้รังเเกใคร ใครผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เรื่องอภัยโทษ ก็ต้องรับโทษก่อนและผู้ที่อภัยโทษได้คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนเรื่องการปรับ ครม.เอานายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มาแทน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล นั้น ตนไม่ทราบ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ก็สามารถทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้อยู่แล้ว หลักการที่แก้ทุกอย่างก็ถูกต้อง ตนก็เคยถามเรื่องนี้กับนายประสาร

ทั้งนี้ ระหว่างนายกฯ กำลังพูด นักข่าวก็พยายามที่จะขอให้นายกฯหยุดพักรับประทานอาหาร แต่นายกฯก็ไม่หยุดพูดโดยกล่าวว่าเรื่องกินไว้ทีหลัง เพราะเรื่องปฏิรูปสำคัญกว่าคนจนยังมีอีกมาก

นอกจากนี้ นักข่าวสังเกตเห็นว่า มีรปภ.นายกฯ ยืนตากแดด จึงขอให้นายกฯ เรียกเข้ามายืนในร่ม แต่นายกฯยืนยัน คนเหล่านี้คือทหารเสือฯ ที่เเข็งแกร่ง ตนจึงเลือกมาเป็นทีม รปภ.นายกฯ ในอดีตตนก็เคยทำ



เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯเคยดูตนเองในรายการคืนความสุขบ้างหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า เคยดู

เมื่อถามต่อว่ารู้สึกอย่างไร นายกฯ ตอบว่า รู้สึกเบื่อ แต่ก็อยากให้คนฟังสิ่งมีประโยชน์บ้าง ขอให้คนทนให้ได้ ส่วนเรื่อง 112 ที่มีข่าวจะฟ้องร้อง พ.ต.ท.ทักษิณนั้น มีคนแจ้งความเยอะ ตนไม่ได้เเจ้ง ซึ่งระหว่างนี้ ยืนยันระหว่างดำรงตำแหน่งไม่เคยคุยกับอดีตนายกฯคนใด และไม่มีความจำเป็นต้องติดต่อมา กรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล บอกว่าหากเป็นรัฐบาลจะคืนพาสปอร์ต ก็อยู่ที่สื่อมวลชนจะให้กลับมาไหม ขณะที่การประชุมโรฮีนจาในวันพรุ่งนี้นั้นเป็นเรื่องระดับรัฐมนตรีตนคงไม่ไป

นอกจากนี้ นายกฯ ยังพูดถึงกรณี ทีวีดิจิทัลสองช่องที่ไม่จ่ายเงิน ว่าทำอะไรต้องมีภูมิคุ้มกัน นี่คือสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสอนไว้ การจะลงทุนจะต้องประเมินให้ดี เช่นเดียวกับสื่อที่ต้องลงทุนอย่างมาก หากไม่พอเพียงก็อยู่ไม่ได้




ที่มา : มติชนออนไลน์