ประชาชาติธุรกิจ
พร็อพเพอร์ตี้

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

"ซิโนไทย"เจ๊กอั้กเข้าเนื้อพันล้าน สร้างรัฐสภาใหม่เลื่อนเปิด 2 ปี

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 28 ก.ย. 2558 เวลา 10:30:05 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

รัฐสภาใหม่ขอเลื่อนเปิดออกไปอีก 2 ปี ติดหล่มส่งมอบพื้นที่ล่าช้า-ย้ายโรงเรียนโยธินบูรณะไม่ทันตามกำหนด บิ๊กรับเหมา "ซิโน-ไทยฯ"แจงกระทบแผนส่งงานจากปลายปี"58 เป็นปี"60 เผยขาดทุนร่วม 1,000 ล้านบาทซ้ำรอยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์

นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทได้ทำหนังสือถึงสำนักงานเลขาฯสภาผู้แทนราษฎร ขอสงวนสิทธิ์ขยายระยะเวลาการก่อสร้างโครงการอาคารรัฐสภาแห่งใหม่บริเวณแยกเกียกกายออกไปอีกอย่างน้อย 2 ปี จากกำหนดเดิมสัญญาจะสิ้นสุด 24 พ.ย. 2558 เลื่อนเป็นปลายปี 2560 อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขเวลายังเป็นเพียงแค่ประมาณการเบื้องต้น เนื่องจากปัญหาของโครงการยังไม่เป็นที่สิ้นสุด

ติดปัญหาส่งมอบพื้นที่ล่าช้า

ทั้งนี้ ความล่าช้ามาจาก 3 สาเหตุหลัก ๆ คือ 1.การส่งมอบพื้นที่ไม่เป็นไปตามสัญญา 2.การขนย้ายดินที่ขุดจากชั้นใต้ดินออกจากพื้นที่ก่อสร้างไม่เป็นไปตามการวางแผน ซึ่งระบุในสัญญาไม่เกินรัศมี 10 กิโลเมตร แต่ทางรัฐสภาไม่สามารถหาพื้นที่ให้ได้ และ 3.มีการปรับรายละเอียดแบบก่อสร้างใหม่ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการใช้พื้นที่ของอาคาร เช่น งานสถาปัตยกรรมและงานระบบ

"ตามสัญญาใช้เวลาก่อสร้าง 900 วัน นับจากวันที่ 8 มิ.ย. 56 ปัจจุบันงานก่อสร้างโดยรวมคืบหน้า 17% เนื้องานเป็นการเทพื้นชั้นใต้ดิน ติดปัญหาส่งมอบพื้นที่บริเวณโรงเรียนโยธินบูรณะเพราะยังไม่ได้โยกย้ายออกจากพื้นที่ก่อสร้าง เนื่องจากต้องรอให้โรงเรียนใหม่ย่านติวานนท์ก่อสร้างเสร็จก่อน คาดว่าจะย้ายได้ภายใน เม.ย.-พ.ค.ปีหน้า นอกจากนี้ ยังติดปัญหาการส่งมอบพื้นที่บริเวณชุมชนทอผ้า ส่วนการขนย้ายดินปัญหาคลี่คลายแล้ว"

นายภาคภูมิกล่าวว่า นอกจากบริษัทขอขยายเวลาก่อสร้างแล้ว กำลังพิจารณาขอความเป็นธรรมจากรัฐสภาจ่ายค่าชดเชยให้กับบริษัท เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปตามความเหมาะสม เนื่องจากโครงการมีความล่าช้าเกิดจากสถานการณ์ไม่ปกติ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ซึ่งบริษัทจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดจนกว่างานก่อสร้างจะแล้วเสร็จ

อ้อนรัฐบาลชดเชยขาดทุน

"โครงการนี้เป็นสัญญาก่อสร้างงานราชการ ผู้รับเหมาไม่สามารถเรียกค่าชดเชยได้ แต่ก็อยากขอความเห็นใจบ้าง จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าขาดทุนร่วม 1,000 ล้านบาท จากมูลค่าก่อสร้างทั้งโครงการกว่า 12,000 ล้านบาท ทำให้มีผลกระทบต่อผลประกอบการของ

บริษัทในปี"58 ด้วย อย่างไรก็ตาม ได้บันทึกการรับรู้การขาดทุนจากโครงการอาคารรัฐสภาใหม่ไว้ในงบการเงินปี"58 แล้ว จากทั้งปีคาดว่าบริษัทมีรายได้รวม 18,000-19,000 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้วรับรู้รายได้ 21,000 ล้านบาท"

นายภาคภูมิกล่าวต่อว่า การประสบปัญหาขาดทุนจากการก่อสร้างโครงการอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ไม่ใช่โครงการแรกของบริษัท นับเป็นโครงการที่ 2 ต่อจากรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ (พญาไท-สุวรรณภูมิ) ที่บริษัทขาดทุนจากการก่อสร้างโครงการร่วม 1,500 ล้านบาทเมื่อปี 2549 โดยมีสาเหตุเดียวกันจากปัญหาภาครัฐส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างล่าช้า

"การขาดทุนจากการก่อสร้างโครงการรัฐสภาใหม่ เราไม่เจ็บตัวมากเท่ากับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ เพราะโครงการมีมูลค่าก่อสร้างน้อยกว่า ขณะที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ที่เราประมูลได้มูลค่างานกว่า 3 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 50% ของรายได้บริษัทในขณะนั้น"

นายภาคภูมิย้ำว่า โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ ทางซิโน-ไทยฯต้องการสร้างโปรไฟล์บริษัทสำหรับนำไปใช้เป็นผลงานอ้างอิงในการเข้าไปรับเหมางานทั้งในและต่างประเทศ เพราะเป็นงานประมูลที่มีสเป็กอาคารขนาดใหญ่สูง 11 ชั้น มีพื้นที่รวมกันถึง 424,000 ตารางเมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สร้างบนพื้นที่ที่ราชพัสดุ 123 ไร่ วงเงินค่าก่อสร้าง 11,738 ล้านบาท ในการประมูลมีผู้เสนอราคาแข่งขัน 4 ราย โดยบริษัทซิโน-ไทยฯ ธุรกิจของตระกูลชาญวีรกูล เสนอราคาต่ำสุด 12,906,982,000 บาท ขณะที่บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เสนอราคา 13,900,785,610 บาท, บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เสนอราคา 13,700,000,000 บาท และบริษัท เพาเวอร์ไลน์ จำกัด (มหาชน) เสนอราคา 13,638,233,723 บาท