ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เศรษฐกิจการเงินครึ่งหลังปี′59 ระวัง 9 ปัจจัยเสี่ยง (จบ)

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 15 มิ.ย. 2559 เวลา 17:35:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คอลัมน์ ทิศทางเศรษฐกิจ โดย อ.พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ pichienna@gmail.com

ฉบับนี้ขอต่อเรื่องปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อเศรษฐกิจการเงินโลกครึ่งปีหลัง 2559 อีก 5 ประการ มีดังนี้

5.การก่อการร้าย (Terrorism) โดยกลุ่ม ISIS ขยายการโจมตีจากอิรัก ซีเรีย, เยเมน, ลิเบีย, ไนจีเรีย สู่ยุโรป ฝรั่งเศส, เบลเยียม, ตุรกี สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงินการธนาคาร การท่องเที่ยว การนำเข้า-ส่งออกอย่างมากมาย ทำให้เศรษฐกิจยุโรป, อเมริกา, ออสเตรเลีย ชะลอตัวลงมาก เพราะกลัวภัยก่อการร้าย คล้ายเหตุการณ์ 9-11 เมื่อปี 2001

กรณีสหรัฐ, ยุโรป และองค์การ NATO พยายามทุ่มเท โจมตีทางอากาศต่อ ISIS แต่ก็ยังไม่สามารถขจัดกลุ่ม ISIS ออกจากอิรัก, ซีเรีย จึงเปิดช่องว่างให้ รัสเซีย ส่งกำลังทหารกองทัพอากาศและกองทัพบกบางส่วน เข้าโจมตีแย่งยึดพื้นที่คืนจากกลุ่ม ISIS และยังก่อปัญหาผู้อพยพ (Migrants, Refugee) จากซีเรีย, อิรัก ตะวันออกกลาง แห่กันเข้าไปในยุโรป มากกว่า 1 ล้านคน กลายเป็นปัญหาความมั่นคง, ปัญหาต่างด้าวในยุโรป เป็นภัยความมั่นคงระยะยาว มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของยุโรปในอนาคตอีกด้วย

6.การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ วันที่ 4 พ.ย. 59 แทน Barack Obama ที่จะหมดวาระ 8 ปี ซึ่งอาจได้นาง Hillary Clinton, นาย Bernie Sanders ซึ่งยังขับเคี่ยวกันในพรรคเดโมแครต หรือ Donald Trump กับนาย Ted Cruz จากพรรค Republican นโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่อาจเปลี่ยนแปลงมาก ในกรณีนาย Donald Trump ขึ้นเป็นประธานาธิบดี เช่น จะปราบผู้ก่อการร้ายรุนแรง, ห้ามคนมุสลิมเข้าสหรัฐ, สร้างกำแพงกั้นพรมแดนติดเม็กซิโก, ลดสิทธิพิเศษต่าง ๆ ของชน กลุ่มน้อยละติโน, พวกเอเชียผิวเหลือง และพวกแอฟริกันในสหรัฐ, ยกเลิกสิทธิรักษาพยาบาลฟรีให้คนกลุ่มน้อยตาม Obama Healthcare ส่วน Hillary Clinton และ Ted Cruz ไม่ค่อยมีนโยบายใหม่ Bernie Sanders มีนโยบายด้านสังคมนิยมมากขึ้น สหรัฐยังมีหนี้สินมากถึง 21 ล้านล้านดอลลาร์ ยังขาดดุลการค้า ขาดดุลชำระเงิน และขาดดุลงบประมาณมหาศาล

มหาอำนาจหลายชาติ เช่น จีน, รัสเซีย, อังกฤษ, กลุ่ม ASEAN พยายามใช้เงินตราของตนมาซื้อขายสินค้า, บริการและชำระเงินแทนเงินดอลลาร์ของสหรัฐ เพื่อลดอิทธิพลของเงินดอลลาร์ในตลาดโลก มีการเซ็นสัญญาใช้เงินสกุลอื่นชำระหนี้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตเงินดอลลาร์สหรัฐจะลดความสำคัญลงไปเรื่อย ๆ และอ่อนค่าลงสู่ความเป็นจริง ที่เป็นหนี้มหาศาลถึง 21 ล้านล้านเหรียญ


7.การลงประชามติ อังกฤษจะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่ม EU หรือไม่ ? อังกฤษพยายามจะถอนตัวจาก EU (European Union) มาหลายครั้งแล้ว และเหตุผลที่อังกฤษไม่อยากเข้าไปรับภาระอุ้มหนี้ของประเทศเล็ก ๆ ในยุโรป เช่น กรีซ, ไซปรัส รวมทั้งจะเกิดความคล่องตัวและอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน, การคลัง, การทหาร ขณะนี้โพลชี้ว่า คะแนนฝ่ายอยากอยู่ต่อ ยังนำฝ่ายอยากให้ถอนจาก EU อยู่ประมาณ 4-6% ถ้าอังกฤษถอนตัวจริง จะเกิดความเสียหายทางการเงินไม่น้อยกว่า 1-2 แสนล้านยูโร เพราะมีหลายเรื่องที่ผูกพันกับ EU ทั้งภาครัฐและเอกชน

8.กีฬาสำคัญ Olympic ครั้งที่ 31 ที่บราซิล 5-21 สิงหาคม 59, ฟุตบอลยูโรที่ฝรั่งเศส 10 มิ.ย.-10 ก.ค. 59 โอลิมปิกที่บราซิลครั้งนี้ ทำให้บราซิลต้องลงทุนไปนับแสนล้านดอลลาร์ในการสร้างสนามกีฬาใหม่ ๆ สร้างหนี้และภาระการเงิน ฉุดดึง GDP บราซิลให้ตกต่ำลงมามากเหลือ +1.1% แต่กลับสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่คุ้มค่าลงทุนเลย ฟุตบอลยูโรซึ่งเดิมคาดว่าจะส่งเสริมให้เกิดรายได้จากแฟนฟุตบอลทั่วโลก ไปชมและท่องเที่ยวที่ฝรั่งเศสและยุโรปเพิ่มขึ้น

9.วิกฤตภัยแล้ง และการลงประชามติรัฐธรรมนูญไทย 7 สิงหาฯ 59

ปี 2559 เป็นปีที่ประเทศไทยประสบภัยแล้งหนักหน่วงรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี น้ำในเขื่อนหลักทั่วประเทศลดลงมาต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมาก ซึ่งเหลือเฉลี่ยต่ำกว่า 25% บางเขื่อนลดเหลือ 10% เกิดภัยแล้งหนักจนไม่สามารถปลูกข้าวและพืชไร่หลักได้ ครั้งแรกในรอบ 50 ปี ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ขาดรายได้ทำให้กำลังซื้อของเกษตรกรไทยลดต่ำมากสุดในรอบหลายสิบปี ยอดขายรถร่วง 20-30% ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคเฉลี่ยลดลง 25-30% ยอดหนี้ NPL พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ เกือบ 4% จาก 3% ถ้าครึ่งปีหลัง 2559 เศรษฐกิจไม่ดีขึ้น มีหวัง NPL พุ่งขึ้นทะลุ 5%

การลงประชามติรัฐธรรมนูญไทยฉบับมีชัย ฤชุพันธุ์ ในวันที่ 7 ส.ค. 2559 จะผ่านครึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิหรือไม่ ? ถ้าไม่ผ่าน อนาคตการเมืองไทยจะไปต่อทางไหน อย่างไร และในตรงข้าม ถ้าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยและโหวตรับรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย อนาคตการเมืองไทย ก็จะมีการเลือกตั้งราว ก.ค. 60 นายกฯคนใหม่ ครม.ชุดใหม่ ก็จะเกิดขึ้นราวก่อนสิ้นปี 2560 น่าจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทยยิ่งขึ้นแน่นอน

สรุป ทิศทางเศรษฐกิจการเงิน พลังงาน ครึ่งปีหลัง น่าจะไม่เลวร้ายมาก GDP ไทยโดยเฉลี่ยปีนี้ 2.6-2.8% Set Index 1,350 ถึง 1,550 จุด ทองคำ 1,220 ถึง 1,350 หรือ 1,380 ดอลลาร์/ออนซ์ น้ำมัน WTI 32-45 ดอลลาร์/บาร์เรล หุ้นนิวยอร์ก DowJones 17,000-19,500 จุด DAX เยอรมัน 9,500-13,000 จุด Nikkei ญี่ปุ่น 15,500-19,000 จุด เซี่ยงไฮ้ 2,800-3,800 จุด ฮั่งเสง ฮ่องกง 20,000-23,000 จุด ค่าเงินบาท 34.25-36.50 บาทต่อดอลลาร์ เงินเยน 105-120 เยนต่อดอลลาร์

การลงทุนครึ่งปีหลังต้องมีความรอบคอบรัดกุมอย่างยิ่ง จึงจะประสบความสำเร็จด้วยดี



ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก "ประชาชาติ"