ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ กระทบแรงงานกลุ่มไหนมากที่สุด...30-40 % ไม่ได้รับประโยชน์?

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 24 พ.ย. 2559 เวลา 21:49:23 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นักวิชาการเวิลด์แบงก์ติงนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทแบบฉับพลัน สะเทือนธุรกิจเอสเอ็มอี ชี้แรงงาน 30-40% ไม่ได้รับประโยชน์ หนุ่มสาวการศึกษาต่ำกว่า ม.6 หรือแรงงานทักษะต่ำกระทบมากสุด ถูกเลิกจ้าง สภาพการทำงานแย่ลง 

นายดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มงานการศึกษา ประจำธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) สำนักงานประเทศไทย กล่าวในงาน PIER Research Brief จัดโดยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ บทเรียนจากนโยบาย 300 บาทŽ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ที่เริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมกราคม 2556 เป็นต้นมา เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เนื่องจากปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างเฉียบพลันและสูงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หากดูจากโครงสร้างค่าจ้างเพียงอย่างเดียว อาจสรุปได้ว่านโยบายนี้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของโครงสร้างค่าจ้างได้ค่อนข้างมาก 

อย่างไรก็ดี ถ้ามองให้ลึกลงไปจะพบว่ามีแรงงานจำนวนไม่น้อย หรือประมาณ 30-40% ไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว สะท้อนให้เห็นปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย 

นอกจากนี้ พบว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในอัตราที่สูงมากๆ แบบฉับพลัน ทำให้ผู้ประกอบการไม่มีเวลาปรับตัว จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่ไม่เข้มแข็งพอ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และระดับต่ำกว่าเอสเอ็มอี (ไมโครเฟิร์ม)

หากพิจารณาในส่วนแรงงานจะพบว่ากลุ่มแรงงานหนุ่มสาวอายุระหว่าง 15-24 ปี ที่มีการศึกษาระดับต่ำกว่ามัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือแรงงานทักษะต่ำ จะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยการถูกเลิกจ้างหรือถูกผลักไปสู่สภาพการทำงานที่แย่ลงหรือออกนอกระบบ และไม่ได้รับการคุ้มครองดูแลตามกฎหมาย ดังนั้น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างฉับพลันและสูงจะเป็นผลกระทบต่อตลาดแรงงานในระยะยาว นโยบายนี้จึงไม่ได้ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการจะช่วยเหลือŽ นายดิลกะกล่าว