ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจภูมิภาค

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

สึนามิเศรษฐกิจใต้อ่วมพิษมหาอุทกภัย เมืองคอนเสียหายแสนล้าน-เกษตรหลังสวนยับ-จี้รัฐฟื้นด่วน

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 12 ม.ค. 2560 เวลา 07:45:39 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

น้ำท่วม 11 จังหวัดภาคใต้ยังหนัก ปภ.ระบุเสียหาย 3.3 แสนครัวเรือน หอการค้าชี้ฟื้นฟูต้องเร็ว ปล่อยซอฟต์โลนบรรเทาวิกฤต ขณะที่อำเภอหลังสวนเกษตรอ่วม 100 ล้าน เอสเอ็มอีเมืองคอนทรุด 1 หมื่นราย ชุมพรหนักกว่าปี"40 ถึง 10 เท่า

3.3 แสนครัวเรือนใต้จมน้ำ

รายงานข่าวจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมาว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2560 ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันใน 12 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ รวม 96 อำเภอ 588 ตำบล 4,277 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 330,415 ครัวเรือน 958,602 คน ผู้เสียชีวิต 21 ราย สูญหาย 2 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 5 แห่ง ถนน 218 จุด คอสะพาน 59 แห่ง ล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 1 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ยังคงมีสถานการณ์ใน 11 จังหวัด รวม 97 อำเภอ 560 ตำบล 4,233 หมู่บ้าน


น้ำท่วมนครศรีธรรมราช

หวั่น ศก.ซึมยาวชี้ท้องถิ่นเร่งฟื้นฟู

นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย เปิดเผยว่า หลังน้ำลดทุกฝ่ายต้องฟื้นฟูโดยเร็ว เพราะเศรษฐกิจหลัก 2 ขาของภาคใต้ ได้แก่ ท่องเที่ยว และเกษตร มีรายได้รวมปีละประมาณ 6 แสนล้านบาท แต่ขณะนี้ยาง ปาล์ม ผลไม้ และประมง ตอนนี้เสียหายหมด โดยเฉพาะประมงชายฝั่ง เลี้ยงกุ้งกุลาดำ และกุ้งขาว ซึ่งภายหลังน้ำลดราคาสินค้าประมงจะสูงขึ้นแน่นอน จึงต้องเร่งฟื้นฟู ภาครัฐต้องสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และปลอดต้น 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อเร่งฟื้นฟูทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร เอสเอ็มอี ร้านค้า นอกจากนี้ถนนหนทางที่ถูกตัดขาด ไฟฟ้า น้ำประปา ต้องเร่งฟื้นฟูโดยเร็วภายใน 6-8 เดือน ถ้าทำไม่ได้เศรษฐกิจจะซึมยาวอย่างแน่นอน วันนี้แม้ภาคเอกชนมีความเข้มแข็งมาก แต่ต้องการให้รัฐบาลมาเติมเต็ม โดยเฉพาะข้าราชการท้องถิ่นขอให้มีความกระตือรือร้นในการพัฒนาด้วย

ขณะที่งบประมาณสร้างความเข้มแข็งอย่างงบประมาณกลุ่มจังหวัดละ5พันล้านบาทที่คาดหวังว่าจะกระตุ้นให้จีดีพีโตจาก 3.2-3.5 เป็น 4% แต่น้ำท่วมครั้งนี้มีการคาดการณ์ไว้จีดีพีจะลดลง 0.6-0.8% ซึ่งจะเหลือแค่ 3% เท่านั้น นอกจากจะมีงบประมาณกลุ่มจังหวัดแล้ว รัฐบาลต้องอุดหนุนงบประมาณภาคใต้อีกเท่าตัว พร้อมทั้งโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ต้องอนุมัติให้รวดเร็ว และส่วนที่ต้องซ่อมแซมก็ต้องเร่งปล่อยงบประมาณใหม่ออกมาให้ท้องถิ่นเร่งประมูลจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจภาคใต้ให้กลับมาโดยเร็วที่สุด


น้ำท่วม อ.หลังสวน จ.ชุมพร

เกษตร "หลังสวน" จมน้ำ 6 พันไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนเริ่มตกหนักติดต่อกันในพื้นที่จังหวัดชุมพร ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม ทำให้ 4 อำเภอเกิดน้ำท่วมหนัก ได้แก่ อ.ทุ่งตะโก อ.หลังสวน อ.ละแม และ อ.พะโต๊ะ สำหรับอำเภอหลังสวน น้ำท่วมเต็มพื้นที่ทั้ง 13 ตำบล ถือว่าท่วมหนักกว่าปี 2540 ถึง 10 เท่า เพราะมวลน้ำมหาศาลไหลบ่าจากอำเภอพะโต๊ะ ทะลักเข้าบ้านเรือนในเขตเทศบาลเมืองหลังสวนอย่างรวดเร็ว และรุนแรง ทำให้อำเภอหลังสวนมีผู้ประสบภัยกว่า 10,000 ครัวเรือน 35,000 คน พืชผลทางการเกษตรจมน้ำกว่า 6,000 ไร่

นายกิตติ กิตติชนม์ธวัช ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า อุทกภัยที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นคาดว่าในภาคเกษตรกรรมของชุมพรได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงที่ยางพารามีราคาสูงมากถึงกิโลกรัมละ 80 บาท และเกษตรกรกำลังอยู่ในช่วงของการกรีดยางเพื่อนำออกสู่ตลาด จึงถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะหลังจากนี้จะเป็นช่วงตรุษจีนที่ต้องหยุดการกรีดยาง อีกทั้งถนนที่ใช้สัญจรเพื่อบรรทุกยางออกจากสวนก็ได้รับความเสียหาย ทำให้วงการกรีดยางต้องหยุดชะงัก ด้านผลไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจของชุมพรคือ ทุเรียน มีพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ใน อ.หลังสวน ก็คงได้รับผลกระทบอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เช่นเดียวกัน ในภาพรวมคิดว่าเศรษฐกิจของชุมพรคงหยุดชะงักไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาสถาบันการเงินเพื่อการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยสัก 1 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบนำไปฟื้นฟูกิจการ ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็วด้วย

ด้านนายกิตติภพ รอดดอน นายอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในวันที่ 5-6 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา นับว่าหนักที่สุดในรอบ 20 ปี เนื่องจากน้ำท่วมเต็มพื้นที่อำเภอหลังสวนทั้งหมด บางส่วนเริ่มคลี่คลาย แต่ทั้งนี้ได้รับแจ้งว่าจะมีมวลน้ำจากอำเภอพะโต๊ะ ไหลลงมาสมทบอีกระลอก ซึ่งจะส่งผลให้บ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ใกล้ริมแหล่งน้ำหรือลำคลอง ได้รับผลกระทบอีกครั้ง ในส่วนของการค้าก็ได้รับผลกระทบมาก ธุรกิจบางส่วนต้องทิ้งสินค้าทั้งหมด เช่น เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ส่วนด้านการเกษตร โชคดีที่ทุเรียนและมังคุดเก็บเกี่ยวบ้างแล้ว ส่วนยางพาราและปาล์มก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน



เอสเอ็มอีเมืองคอนหมื่นรายทรุด

นางสาววารินชิณวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวว่า ขณะนี้ความช่วยเหลือในพื้นที่จากทั้งภาครัฐ เอกชน ทั้งในและนอกพื้นที่ได้เข้าสู่พื้นที่แล้ว แต่เนื่องจากน้ำในนครศรีธรรมราชกำลังจะลงสู่พื้นที่ลุ่มอย่างปากพนัง เชียรใหญ่ หัวไทร ชะอวด ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งนากุ้ง พืชผักผลไม้ สวนปาล์ม เรือกสวนไร่นาจะถูกล้างไปหมดในครั้งนี้ ซึ่งหากน้ำท่วมขังเกิน 2 อาทิตย์ ทุกอย่างจะแย่ลง มีเพียงยางพาราอย่างเดียวที่รอด

ไม่เพียงภาคเกษตรเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกลุ่ม SMEs ในพื้นที่ทุ่งสง ชะอวด และเทศบาลนครนครศรีธรรมราชที่มีอยู่กว่า 10,000 ราย ความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งแต่ละรายมีศักยภาพในการฟื้นตัวใหม่ไม่เท่ากัน ดังนั้น หลังจากนี้ทางหอการค้านครฯจะเสนอแคมเปญต่อรัฐบาล เพื่อเป็นมาตรการฟื้นฟูเยียวยากลุ่ม SMEs ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งมาตรการยืดหยุ่นเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้ การสนับสนุนเงินก้อนเล็ก ๆ สำหรับเป็นเงินทุน หรือสนับสนุนปัจจัยการผลิตของภาคเกษตรที่สูญเสียไป เช่น เครื่องปั่นไฟ ซึ่งเกษตรกรบางรายไม่มีทุนมากพอที่จะซื้อได้

"นครศรีธรรมราชมีรายได้หลักมากกว่าครึ่งมาจากการทำงานการจับจ่ายของคนในพื้นที่จังหวัดทั้งครัวเรือนเกษตรและ SMEs ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าน้ำท่วมคราวนี้ ถ้าไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้จะแย่ลงทั้งจังหวัด ดังนั้นภายใน 1-2 อาทิตย์นี้ จะต้องลุกขึ้นยืนให้ได้"


น้ำท่วมกระบี่

เร่งกู้ภาพลักษณ์ท่องเที่ยว

นายทศพลสถิตวิทยากุล กรรมการสมาคมโรงแรมไทย และเจ้าของเดอะพาสเสจ สมุย วิลลา แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า แผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวขณะนี้กำลังหารือร่วมระหว่างผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต เรือนำเที่ยว สายการบิน บริษัททัวร์เตรียมจัดงานส่งเสริมการขายกระตุ้นตลาดให้กลับมาคึกคัก ระหว่างวันที่ 28 ก.พ.-1 มี.ค. 2560 ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯ ในงานจะมีส่วนลดจำนวนมาก

ด้านนางสาวมัณฑนา ภูธรารักษ์ ผอ.ททท. สำนักงานนราธิวาส กล่าวว่า นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียลดลง 10% เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่สุไหงโก-ลก การท่องเที่ยวบริเวณชายแดนเป็นไปอย่างเงียบเหงา และเตรียมเปิดแคมเปญการตลาดต่อยอดไม่ทอดทิ้ง รวมกับบริษัททัวร์ขายทัวร์ 4 วัน 5 คืน ดึงนักท่องเที่ยวจากภาคกลางเที่ยวชายแดนใต้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ไทยพุทธจะเป็นทัวร์ไหว้พระ ไทยมุสลิมจะพาไปสัมผัสอารยธรรม วิถีชีวิต ชายแดนใต้ ส่วนการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวก็จะเร่งเข้าสำรวจและทำความสะอาด

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้