ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

16มี.ค.รับลงทะเบียนคนจนรอบใหม่ แจกบัตรรูดปรื๊ดจ่าย"ค่าน้ำ-ไฟฟ้า-รถเมล์-รถไฟ"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 15 มี.ค. 2560 เวลา 20:10:32 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คลังตีปี๊บลงทะเบียนคนจน 16 มี.ค.นี้ จับ "กทม.-ธ.ก.ส.-ออมสิน-กรุงไทย-สรรพากร-บัญชีกลาง" เซ็นเอ็มโอยูสร้างความเข้าใจร่วมกัน พร้อมประชาสัมพันธ์โครงการลงทะเบียน หวังช่วยสร้างความเข้าใจให้คนมาลงทะเบียนเป็นคนที่เข้าเกณฑ์จริง ขณะที่กรมบัญชีกลางเตรียมขอตั้งงบฯ กลางหลักร้อยล้านบาทลุยทำบัตรสวัสดิการ เริ่มรูดจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่ารถเมล์-ค่ารถไฟ ตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผย"ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ก่อนจะเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ รอบปี 2560 ระหว่างวันที่ 3 เม.ย.-15 พ.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะจัดลงนาม MOU กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารกรุงไทย กรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย (กรุงเทพมหานคร) ในวันที่ 16 มี.ค.นี้ เพื่อให้ทุกหน่วยงานเกิดความเข้าใจแนวทางปฏิบัติที่ตรงกัน โดยคาดว่าปีนี้น่าจะเห็นยอดการลงทะเบียนเพิ่มขึ้น จากปีก่อนที่มีประชาชนมาลงทะเบียนกว่า 8 ล้านราย

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นับจากปีนี้เป็นต้นไป ทุก ๆ ปีจะเปิดให้ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. เป็นช่วงรับลงทะเบียน และหลังจากนั้นไปราว 3-4 เดือน จนถึง ก.ย. จะเป็นช่วงตรวจสอบสิทธิ์ พร้อมกันนั้นกรมบัญชีกลางจะออกบัตรสวัสดิการให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ซึ่งผู้มีสิทธิลงทะเบียนต้องมีคุณสมบัติต่าง ๆ ได้แก่ 1) มีสัญชาติไทย 2) มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป 3) ว่างงานหรือมีรายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2559 ไม่เกิน 100,000 บาท 4) ทรัพย์สินทางการเงินไม่เกิน 100,000 บาท และ 5) หากมีที่อยู่อาศัยบ้านหรือทาวน์เฮาส์ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา หรือมีห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร ส่วนกรณีที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ และหากมีที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่การเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่

"ปีนี้ จะเริ่มตรวจสอบคุณสมบัติตั้งแต่ตอนมาลงทะเบียน โดยมีการประสานกับกรมการปกครอง นำเครื่องมาตรวจสอบหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักผู้ที่มาลงทะเบียนต้องถือบัตรประชาชนมาด้วย โดยข้อมูลเหล่านี้จะบันทึกไว้โดยอัตโนมัติ เมื่อจบขั้นตอนลงทะเบียนแล้ว ก็จะส่งข้อมูลให้ธนาคารเช็กพวกเงินฝาก ถ้ามีบ้านก็ส่งให้กรมที่ดินเช็ก หรือมีรถยนต์ก็ส่งให้กรมการขนส่งทางบกเช็ก สุดท้ายก็จะเหลือคนที่มีสิทธิจริง ๆ ทางกรมบัญชีกลางก็จะออกบัตรให้" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป ผู้มีรายได้น้อยจะสามารถใช้บัตรสวัสดิการได้ โดยการช่วยเหลือด้านสวัสดิการแก่ผู้มีรายได้น้อย จะไม่ใช้วิธีการแจกเงิน เหมือนปีที่ผ่านมาที่ให้รายละ 1,500-3,000 บาท แต่จะเน้นช่วยเรื่องค่าสาธารณูปโภค อาทิ ค่าน้ำประปาค่าไฟฟ้า ค่าโดยสารรถเมล์ ค่าโดยสารรถไฟเป็นต้น ซึ่งผู้มีรายได้น้อยที่มีสิทธิสามารถถือบัตรไปใช้รูด หรือแตะกับเครื่องของหน่วยงานผู้ให้บริการสาธารณูปโภค จะทำให้ได้ส่วนลดค่าบริการ โดยหากเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ก็จะได้ลดค่าบริการหากใช้ไม่เกินจำนวนยูนิตที่กำหนด หรือหากเป็นการโดยสารรถเมล์ รถไฟ ก็อาจจะมีเงินเติมให้ในบัตรแต่ละเดือนจำนวนหนึ่ง เช่น คนละ 500 บาท(ตัวเลขสมมุติ) เป็นต้น

"ข้อมูลของผู้มีรายได้น้อยที่ผ่านคุณสมบัติครบถ้วนและได้รับบัตร จะบันทึกไว้ที่ฐานข้อมูลของกรมบัญชีกลาง โดยจะมีถังข้อมูลไว้ที่เว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง เพื่อให้ประชาชนเข้าไปเช็กรายชื่อได้ ทั้งนี้ สำหรับการออกบัตร อาจจะมีการเปิดประมูลเพื่อว่าจ้างให้ธนาคารทำให้ ซึ่งกรมบัญชีกลางคงจะขอตั้งงบฯกลางมาใช้ เพราะประเมินแล้วใช้เงินลงทุนไม่มาก แค่หลักร้อยล้านบาทเท่านั้น ดังนั้น งบฯกลางจึงรองรับได้" แหล่งข่าวกล่าว

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้