ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ประกาศแล้ว! พ.ร.บ.ขายตรง เพิ่มโทษหนัก จำคุก-ปรับโหดขึ้น

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 17 พ.ค. 2560 เวลา 20:20:58 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (๑๗ พ.ค.) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติ ขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๖๐ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการขายตรงและตลาดแบบตรง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่รัฐสภา

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในบทนิยามคําว่า “ตลาดแบบตรง” ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติ ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน ““ตลาดแบบตรง” หมายความว่า การทําตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูล เพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภคซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่ละราย ตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้น ส่วนการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถือว่าเป็นตลาดแบบตรง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่กําหนดในกฎกระทรวง”


สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้แยกคุณสมบัติของผู้ที่ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทั้ง2 ประเภทออกจากกัน โดยธุรกิจขายตรง ซึ่งมีลักษณะที่ธุรกิจผ่านตัวแทนขาย อาจมีการชักชวนคนให้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายโดยตกลงให้ผลประโยชน์ตอบแทนในลักษณะของแชร์ลูกโซ่ จึงต้องกำหนดคุณสมบัติผู้ที่เข้ามาจดทะเบียนอย่างเข้มงวด โดยต้องมีสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และบริษัทจำกัด รวมทั้งยังเปิดทางให้ห้างหุ้นส่วนสามารถยื่นขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงได้ แต่จำกัดเฉพาะห้างหุ้นส่วนที่เป็นนิติบุคคล คือ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัดเท่านั้น เพราะมีความน่าเชื่อถือในทางธุรกิจมากกว่าห้างหุ้นส่วนสามัญ

ส่วนธุรกิจตลาดแบบตรง ซึ่งเป็นธุรกิจที่ขายผ่านสื่อ ที่ผ่านมาปริมาณคดีและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการไม่ได้รับสินค้า สินค้าชำรุดบกพร่อง หรือสินค้าไม่เป็นไปตามโฆษณา มีเกิดขึ้นไม่มาก และไม่มีโอกาสกลายเป็นแชร์ลูกโซ่ในลักษณะเดียวกับธุรกิจขายตรง ในกฎหมายฉบับนี้จึงเปิดกว้างให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถยื่นขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงได้ เช่นเดียวกับกฎหมายปัจจุบัน ไม่จำกัดเฉพาะบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการโอทอป และผู้ประกอบการรายย่อยออนไลน์

ขณะที่ทุนจดทะเบียนยังได้ปรับลดวงเงินลง โดยผู้ยื่นขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงที่เป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท หากเป็นบริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ส่วนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ไม่ได้กำหนดเรื่องทุนจดทะเบียน เพื่อไม่ให้กระทบกับเอสเอ็มอี โอทอป และผู้ประกอบการออนไลน์

ด้านบทกำหนดโทษได้กำหนดให้เพิ่มโทษของธุรกิจขายตรงเพิ่มขึ้น เพราะหากมีความเสียหายเกิดขึ้นจะมีผลกระทบกับประชาชนในวงกว้างมากและรุนแรงกว่าธุรกิจตลาดแบบตรง โดยธุรกิจขายตรงใดที่ไม่จดทะเบียนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีค่าปรับรายวันหากยังฝ่าฝืนปรับไม่เกินวันละ 20,000 บาทต่อวัน เพิ่มขึ้นจากวันละ 10,000บาท ส่วนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงยังมีโทษเท่าเดิม มีโทษจำคุกไม่เกิน 1ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีค่าปรับวันละ 10,000 บาท


อ่านทั้งหมดที่นี่

ที่มา   มติชนออนไลน์