ประชาชาติธุรกิจ
ASEAN-AEC

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ก้าวต่อไปการเมือง "กัมพูชา" ขั้วอำนาจอาจเปลี่ยนทิศ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 15 มิ.ย. 2560 เวลา 07:45:7 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คอลัมน์ รู้จักอาเซียน โดย มัธธาณะ รอดยิ้ม

แม้จะไม่ใช่การเลือกตั้งระดับชาติ เป็นแค่ระดับตำบลในกัมพูชา แต่ดีกรีความแรงนั้นสามารถสั่นคลอนบัลลังก์ "ฮุน เซน" ผู้นำกัมพูชาได้ไม่ใช่น้อย หากผลการเลือกตั้งออกมาไม่เป็นที่พอใจ

ผลการเลือกตั้งระดับชาติในอดีตตั้งแต่ปี 2556 ยังหลอกหลอนฮุน เซน อยู่ไม่ใช่น้อย ดังนั้น การเลือกตั้งระดับตำบลที่จะมีขึ้น พรรคประชาชนกัมพูชา หรือซีพีพี ต้องเอาชนะพรรคฝ่ายค้านให้ได้ และต้องชนะขาดเพื่อการันตีความมั่นใจในอำนาจทางการเมืองของพลพรรคฮุน เซน แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ดูเหมือนว่าพรรคฝ่ายค้านสามารถช่วงชิงที่นั่งได้มากถึง 482 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งรอบปี 2555 ที่กวาดที่นั่งเพียง 40 ที่นั่งเท่านั้น ขณะที่พรรครัฐบาลได้ที่นั่ง 1,163 ที่นั่ง

ที่น่าสนใจคือ กลวิธีในการหาเสียงของพรรครัฐบาล ที่มักจะหยิบยกกระแสชาตินิยมขึ้นมาหาเสียงอย่างที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2546 กับการตีข่าวว่านักแสดงไทยคนหนึ่งอ้างว่า นครวัดเป็นของไทย จนกระทั่งการเลือกตั้งปี 2551 และปี 2556 ที่ฝั่งกัมพูชาหยิบประเด็นเขาพระวิหารออกมาหาเสียง

ประเทศกัมพูชามีความละเอียดอ่อนเรื่องสงคราม เอกราช และดินแดน นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส ซึ่งประเด็นเหล่านี้มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาใช้อยู่อย่างต่อเนื่อง

ในรอบนี้ประเด็นพรมแดนกับเพื่อนบ้านดูเหมือนจะเบาบางลงไปแล้วแต่ด้วยความนิยมในพรรคฝ่ายค้านที่มากขึ้นอาจเป็นไปได้ว่ารัฐบาลฮุน เซน จะหยิบใช้ไพ่ชาตินิยมออกมาปลุกกระแสในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในปีหน้าที่จะถึงนี้

เมื่อถึงช่วงนั้นอาจเห็นเรื่องประเด็นกระทบกระทั่งระหว่างกัมพูชาและประเทศเพื่อนบ้านใหญ่2 ประเทศ อย่างเวียดนามและไทย

ที่ผ่าน ๆ มาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการหันไปหาสินค้าทดแทนจากเวียดนาม หลังกัมพูชามีปัญหากับไทย หรือกระทั่งการทำลายห้างร้านสัญชาติไทยกับช่วงที่มีการปลุกกระแสชาตินิยมระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง

สำหรับการเลือกตั้งระดับตำบลที่มีขึ้นนี้พรรครัฐบาลเริ่มใช้ยุทธวิธีอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งครั้งนี้หยิบยกเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในช่วงปลายทศวรรษที่ 20 ในสมัยเขมรแดงมาหาเสียง กับคำถามนำการหาเสียงที่ว่า "พรรคไหนนำสันติภาพมาให้"

สิ่งที่น่าสังเกตคือ คนรุ่นใหม่จะคล้อยตามการหาเสียงของพรรครัฐบาลหรือไม่ เนื่องจากอิริยาบถรายล้อมที่เติบโตมาด้วยการพัฒนาทางเศรษฐกิจ บ้านเมืองที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากบ้านเมืองที่เคยมีสงครามกลางเมืองสู่ตึกรามบ้านช่องเด่นตระหง่าน

อีกกรณีที่ชัดเจนคือกัมพูชาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางไหนหากพรรครัฐบาลที่ครองอำนาจมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษต้องจำยอมเสียงประชาชน เสียอำนาจให้กับพรรคสงเคราะห์แห่งชาติที่นำโดย "เขม โสกา"

เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดการกวาดล้างเครือข่ายฮุน เซน หรืออาจจะได้เห็นภาพการประนีประนอมระหว่างกลุ่มอำนาจใหม่กับกลุ่มอำนาจเก่า ดังนั้น การเมืองกัมพูชาเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ เพราะมันก็จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในท้ายที่สุด


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้