ประชาชาติธุรกิจ
การศึกษา

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

"การตลาดดิจิทัล" ค่าตัวพุ่ง 3 มหา′ลัยชิงเปิด-ป้อนตลาดแรงงาน

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 16 มิ.ย. 2560 เวลา 00:30:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

จากการเก็บข้อมูลของบริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ระหว่างเดือน ม.ค.-เม.ย. 2560 พบว่าตำแหน่งงานที่เป็นความต้องการของตลาด 3 อันดับแรก ได้แก่ สายงานด้านไอที, วิศวกรรม และบัญชี ส่วนอันดับ 4 คือ การตลาดดิจิทัล ซึ่งในรอบ 4 เดือนแรกของปีนี้มีจำนวนประกาศสมัครงาน 6,300 ครั้ง

การตลาดดิจิทัลจึงนับเป็นสายงานที่มาแรง ด้วยหลายองค์กรให้ความสำคัญกับงานด้านนี้เพิ่มขึ้น และต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถโดยตรงมาทำงานด้วย แต่กระนั้น มีเพียงไม่กี่มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรนี้ บุคลากรสายงานการตลาดดิจิทัลจึงมีน้อย สวนทางกับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้ "ค่าตัว" พุ่งแรงเกินคาด

โดยก่อนหน้านี้ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า โครงสร้างเงินเดือนสายการตลาดดิจิทัลมีอัตราสูงกว่าสายการตลาดแบบดั้งเดิมถึงร้อยละ 61 โดยอัตราเงินเดือนระดับหัวหน้างานสายการตลาดดิจิทัลเริ่มต้นที่ 48,333 บาทขณะสายการตลาดแบบดั้งเดิมเริ่มต้นที่ 30,000 บาท

ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับกลางของการตลาดดิจิทัลเริ่มต้นที่ 28,188 บาท ขณะที่สายการตลาดแบบดั้งเดิมเริ่มต้นที่ 20,000 บาท และเจ้าหน้าที่ทั่วไปสายการตลาดดิจิทัลเริ่มต้นที่ 19,305 บาท ส่วนเจ้าหน้าที่สายการตลาดแบบดั้งเดิมอยู่ที่ 16,000 บาท

ในมุมมองของผู้ใช้งาน "ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์" ประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท คลิกทูบิซ จำกัด (Click2Biz) ซึ่งให้บริการด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งครบวงจรสะท้อนภาพให้ฟังว่า แม้บริษัทจะเติบโตมา 4-5 ปีแล้ว แต่มีปัญหาการขาดแคลนบุคลากรมาตลอด ซึ่งกระทบต่อการเติบโตของบริษัทที่สามารถเติบโตได้มากกว่าปัจจุบัน 2-3 เท่า โดยตอนนี้มีพนักงาน 150 กว่าคนจากจุดเริ่มต้นที่มีเพียง 3 คน และถือเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับทุกดิจิทัลเอเยนซี่

ยกตัวอย่างตำแหน่งงาน Social Media Officer เมื่อ 4 ปีที่แล้วไม่มีคนมาสมัครเลย เพราะคนไม่เข้าใจว่าเป็นตำแหน่งงานเกี่ยวกับอะไร บริษัทจึงต้องใช้วิธีนำชื่อตำแหน่งใกล้เคียงมารับสมัคร เช่น ครีเอทีฟ, ก๊อบปี้ไรเตอร์ เมื่อคนมาสมัครจึงจะบอกว่ารายละเอียดตำแหน่งงานที่แท้จริงเป็นอย่างไร

"เมื่อก่อนนักศึกษาที่จบด้านนี้ยังไม่มีอีกทั้งพวกเขาเป็นแค่ผู้บริโภคสื่อรวมถึงหาคนที่มีความรู้ด้านสื่อดิจิทัลยากทำให้ในระยะหลังเมื่อตลาดเริ่มโต เราต้องเจอกับปัญหาขาดแคลนบุคลากร ซึ่งสมาคมโฆษณาดิจิทัลมองเห็นปัญหานี้จึงโปรโมตว่าการตลาดดิจิทัลมีอาชีพอะไรบ้าง เพื่อทำให้เห็นว่างานสนุกอย่างไร"

"ขณะเดียวกัน บริษัทเอเยนซี่ก็เข้าไปผลักดันภาคการศึกษาให้ปรับตัว พัฒนาหลักสูตร และเปิดสาขาการตลาดดิจิทัล ซึ่งบางมหาวิทยาลัยเริ่มเดินหน้าแล้ว โดยมีบริษัทเอเยนซี่เข้าไปร่วมออกแบบหลักสูตรด้วย ซึ่งเมื่อมีดีมานด์มาแล้ว คาดว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะหันมาเปิดหลักสูตรเกี่ยวกับการตลาดดิจิทัลมากขึ้น"

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ดิจิทัลเปลี่ยนแปลงเร็วมาก วิชาที่นักศึกษาเรียนอยู่อาจจะต้อง "เรียนทิ้ง" เพราะองค์ความรู้ที่เรียนมาปี 1-4 อาจล้าหลังไปแล้ว และไม่สามารถใช้งานได้ขณะเรียนจบ

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยจะต้องให้นักศึกษาเข้ามาคลุกคลีกับการทำงานตั้งแต่ปี 1 เพื่อให้พวกเขาสัมผัสงานที่หลากหลายจากสถานที่ทำงานจริง ทั้งยังทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ มีการปรับตัวให้ตามทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง เหมือนเป็นการต่อจิ๊กซอว์องค์ความรู้ไปเรื่อย ๆ กระทั่งเรียนจบ

"ผมมองว่ามหาวิทยาลัยต้องปรับหลักสูตรทุกปี เพราะเทคโนโลยีมันมูฟเร็ว ซึ่งประเทศไทยจะตามหลังต่างประเทศ 3-4 ปี เมื่อรู้เทรนด์อยู่แล้วจะสามารถนำมาวางแผนได้ อย่างตอนนี้เป็นเรื่องของ Big Data หรือ AI อาจารย์สามารถนำมาปรับกับหลักสูตรได้ให้ไม่ตกเทรนด์"

"ธนพล" ให้ข้อมูลว่า ตำแหน่งงานด้านการตลาดดิจิทัลที่ตลาดแรงงานต้องการมากที่สุด คือ ด้านคอนเทนต์ หรือทีมโซเชียลมีเดีย รองลงมาคือ Clients Service และตอนนี้หลายบริษัทขาดแคลน คือ Middle Manager เพราะตลาดที่เพิ่งเติบโต ทำให้โครงสร้างองค์กรจะเป็น Director และ Junior เลย

"ยิ่งตลาดโตเร็ว บริษัทโตเร็ว ทำให้เราเริ่มทำงานลำบากเพราะจะให้ Director มาเทรน Junior จะเหนื่อยเกินไป เราจึงแก้ปัญหาด้วยการเทรน Junior เพื่อให้เขาขึ้นมาอยู่ในระดับกลาง ซึ่งนักศึกษาที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ หากจบตรงสาขาด้านการตลาดดิจิทัล จะทำให้มีข้อได้เปรียบเยอะ เรื่องสำคัญคือต้องมีแอตติจูด มีแพสชั่น หรือมีความกระตือรือร้นอยากเรียนรู้ เพราะทักษะด้านดิจิทัลเปลี่ยนแปลงตลอด"

ทั้งนั้น เพื่อเสริมแกร่งพนักงานให้มีความรู้ด้านดิจิทัล ในปีนี้คลิกทูบิซจึงเปิดหลักสูตรสอนเดือนละ 2 วิชา โดยมีทั้งหมด 17 หลักสูตรให้พนักงานเลือกเรียน อาทิ ครีเอทีฟ, แพลนเนอร์, บัญชี, การทำวิจัย, การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น เรียนคลาสละไม่เกิน 15 คน อีกทั้งยังมีแผนเปิดสอนให้กับบุคคลภายนอกอีกด้วย

"เรานำองค์ความรู้และประสบการณ์มาสอนพวกเขา เพราะเด็กรุ่นใหม่ที่จบมาต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ บริษัทจึงเปิดเป็นหลักสูตรขึ้นมาเลยเพื่อเกิดเป็นระบบที่ชัดเจน ทำให้พนักงานเห็นภาพรวมทั้งหมดของการทำการตลาดดิจิทัล ซึ่งผมมองว่าเมื่อไม่สามารถหาคนในตลาดได้ จึงเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมารองรับธุรกิจและอุตสาหกรรมนี้"

ทั้งนั้น "ประชาชาติธุรกิจ" ได้สำรวจมหาวิทยาลัยไทยที่เปิดสอนด้านการตลาดดิจิทัล พบว่ามี 3 มหาวิทยาลัยที่ทำการเรียนการสอนด้านนี้ คือ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งเปิดสอนสาขาวิชาการตลาดดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มีค่าเทอมตลอดหลักสูตรอยู่ที่ 292,080 บาท

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มีสาขาการตลาดยุคดิจิทัล ในคณะบริหารธุรกิจ ค่าเทอมตลอดหลักสูตรประมาณ 248,000 บาท และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดกลุ่มสาขาวิชาการตลาดดิจิทัล มีค่าเทอมอยู่ที่ 288,050 บาทตลอดหลักสูตร

อย่างไรก็ดี แม้บางมหาวิทยาลัยจะไม่ได้มีการเปิดสอนสาขาที่เกี่ยวกับการตลาดดิจิทัลออกมาโดยตรง แต่มีการผนวกเรื่องดิจิทัลเข้าไปอยู่ในหลักสูตรการตลาดด้วย เพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษาให้ก้าวทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้