ประชาชาติธุรกิจ
มายาการเงิน - สันติธาร เสถียรไทย

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

จดหมายแห่งอนาคต (6) MOOC เป็นตั๋วให้ผู้ตกขบวนรถไฟได้หรือไม่

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 16 มิ.ย. 2560 เวลา 11:00:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

โดย สันติธาร เสถียรไทย santitarn.sathirathai@gmail.com


ลูกพ่อ


คราวที่แล้วเราพูดกันถึงเรื่องที่ว่าการศึกษาทั้งการศึกษาช่วงปฐมวัยมหาวิทยาลัยแห่งอนาคตและการเรียนรู้ตลอดชีพ ความท้าทายที่แท้จริงข้อหนึ่งของการศึกษาก็คือการเข้าสู่การศึกษาของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมหาศาลและคนที่จำเป็นต้องได้รับการศึกษามากที่สุดมักจะอยู่ไกลจากประตูแห่งการศึกษามากที่สุดด้วย



และพ่อยังบอกอีกว่าการวัดผลด้านการศึกษาระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับและมีความนิยมสูงก็คือการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติหรือProgramfor International Student Assessment ที่เรียกย่อ ๆ ว่า PISA ของ OECD และการประเมินผลของ PISA ครั้งล่าสุด ก็ได้สร้างความตื่นตัวให้เกิดขึ้นในประเทศไทยเราพอสมควร เพราะนอกจากผลคะแนนของนักเรียนในประเทศไทยจะต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยของประเทศ OECD แล้ว ยังมีแนวโน้มลดลงจากเมื่อการทดสอบคราวที่แล้วในปี 2555 ทุกวิชา ทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่าน อีกทั้งยังแพ้ให้กับเวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านเราอีกด้วย

ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านในรุ่นพ่อกำลังคาดหวังและตั้งคำถามกันก็คือว่า การปฏิวัติการศึกษาด้วย Massive Open Online Course (MOOC) จะมาช่วยสร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับคนที่กำลังจะถูกทิ้งไว้ที่ชานชาลาและตกขบวนรถไฟการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่เสมือนกับที่HighSchoolMovement เคยมีส่วนช่วยสหรัฐในอดีตได้หรือไม่

ซึ่งในความเห็นของพ่อแล้ว โจทย์นี้จะยากกว่าที่หลาย ๆ คนคิดกันไว้ทีเดียว แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าพอมาถึงช่วง ค.ศ.1980 ลมส่งจาก High School เริ่มหมดแรง การขยายตัวของผู้มีการศึกษาในอเมริกาได้ชะลอตัวลง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรายได้น้อย และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในสหรัฐแย่ลง

และเมื่อจำนวนผู้ถูกทิ้งไว้ที่ชานชาลาเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆสุดท้ายกระแสการต่อต้านโลกาภิวัตน์ก็ก่อตัวขึ้นกดปุ่มเดินหน้ามาถึงปี2016 คนอเมริกันก็ช็อกโลกและคนอเมริกันด้วยกันเองด้วยการเลือก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สัญญาว่าจะมา "ล้มโต๊ะ" กระแสโลกาภิวัตน์มาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ

นั่นคือสิ่งที่พ่อพูดไว้ในจดหมายฉบับที่แล้ว

จดหมายฉบับนี้พ่ออยากเล่าต่อว่าในยุคของพ่อแม้ว่าMOOCจะมีความยืดหยุ่นช่วยตอบโจทย์การเพิ่มทักษะใหม่ ๆ ให้คนได้จำนวนมาก แต่มันก็ยังไม่สามารถช่วยคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดได้

80 เปอร์เซ็นต์ ของคนที่เข้าเรียน MOOC อย่าง Cousera มีปริญญาตรีอยู่แล้ว นิตยสาร The Economist ตั้งโจทย์ไว้ได้น่าสนใจ ว่าในปัจจุบันระบบเศรษฐกิจเราทำให้การที่คนขับรถบรรทุกจะมาเรียนโค้ดคอมพิวเตอร์นั้น เกิดขึ้นได้ยากมาก

ค่าเล่าเรียนนั้นไม่ได้มีแต่เรื่องเงิน แต่ยังเป็นเรื่องเวลา ถ้าคนขับต้องขับอยู่หลายชิปเพื่อดำรงชีวิตอยู่ จะเอาเวลาที่ไหนมานั่งเรียน นอกจากนี้ในระบบเศรษฐกิจที่แต่ละอาชีพ Specialize สูง คนอาจไม่ได้ใช้ทักษะอื่นมานานทำให้การกลับไปเรียนรู้ใหม่ ทำได้ยากขึ้น อย่าว่าแต่คนขับรถบรรทุกเลย พนักงานธนาคารที่มีประสบการณ์ทำงานเอกสารมาหลายปีจะให้กลับไปเรียนรู้เรื่องใหม่ที่ตนไม่เคยคุ้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายการร่วมมือระหว่างรัฐบาลและเอกชนมีความสำคัญมาก

ในสิงคโปร์ที่ลูกเคยอยู่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญอย่างมากโดยนโยบายหนึ่งที่รัฐบาลกำลังนำมาปฏิบัตินำร่องช่วยเหลือผู้ที่ตกขบวนรถไฟแห่งเทคโนโลยีก็คือโครงการ SkillsFuture โดยโครงการมีการให้ "เครดิต" กับคนสิงคโปร์ทุกคนที่มีอายุมากกว่า 25 ปี มูลค่า 500 เหรียญ เพื่อไปใช้เรียนคอร์สออนไลน์หรือตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่รัฐบาลอนุมัติ

และถ้าเป็นผู้มีอายุมากกว่า 40 ปีจะได้รับเงินชดเชยค่าเล่าเรียนถึง90 เปอร์เซ็นต์ของค่าเล่าเรียน โดยเครดิตกับเงินชดเชยนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นที่รัฐบาลวางแผนจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ หากโครงการได้ผล

นอกจากนี้ทางรัฐบาลสิงคโปร์ยังพยายามให้มีการพัฒนาระบบ ให้แต่ละคนมี "บัญชี" การศึกษาของตัวเองว่าตัวเองเคยเรียนอะไรไปบ้างแล้ว มีวุฒิการศึกษาแบบไหน และอาชีพต่อไปที่อยากจะทำคืออะไร เพื่อที่จะดูว่ายังขาดทักษะแบบไหนและต้องไปเรียนคอร์สอะไรเพิ่ม เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดไป

โดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทางภาคอุตสาหกรรมนั้นมีความสำคัญอย่างมากเพราะแต่ภาคอุตสาหกรรมย่อยจะต้องช่วยรัฐบาลคิดIndustryMapping หรือการคาดการณ์ว่าคนลักษณะไหนและทักษะแบบไหน ที่จะเป็นที่ต้องการในอนาคต

สุดท้ายพ่อเชื่อว่าโครงการนี้จะต้องมีวิวัฒนาการไปอีกมาก เพราะโจทย์เรื่องความเหลื่อมล้ำนั้นยากเย็นเหลือเกิน และหากสังคมเราพลาดที่จะแก้ปัญหานี้ และช่วยเหลือผู้ที่ถูกทิ้งไว้ที่ชานชาลา ผลที่ตามมาทางเศรษฐกิจและการเมืองนั้น อาจสาหัสไม่เบาเลยทีเดียว

คราวหน้าพ่อจะเล่าให้ฟังว่าในยุคของพ่อ ความเหลื่อมล้ำที่ไม่ได้รับการบำบัดนี้ เกือบทำให้โลกาภิวัตน์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกมาช้านาน ต้องเกือบล่มสลาย



คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (1) ตอน : ลงทุนกับลูกให้ทันโลก 4.0

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (2) ตอน : การศึกษากับโลกเทคโนโลยี

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (3) ตอน : มหาวิทยาลัยจะอยู่หรือไป

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (4) ฤๅโลกมหาวิทยาลัยจะเดินตามโลกดนตรี

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (5) "รถไฟ" แห่งเทคโนโลยีกับผู้ถูกทิ้งไว้ที่ "ชานชาลา"




ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้