ประชาชาติธุรกิจ
คอลัมน์

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ราคายางร่วงแรง...ล้มครืน "เป็นเรื่องผิดปกติ" ฝีมือใคร

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 15 มิ.ย. 2560 เวลา 22:10:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย ขุนพินิจ

ราคายางจะขึ้นมั้ย หรือจะตกไปถึงไหน ? เป็นคำถามที่ยังไร้คำตอบ และอนาคตเกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศยังคงมืดมน ทั้ง ๆ ที่ไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางพารามากอันดับหนึ่งของโลก สร้างรายได้เข้าประเทศปีละ 2-3 แสนล้านบาท แต่ก็ไม่อาจที่จะคุมตลาดรักษาระดับราคาให้มีเสถียรภาพได้

หลังจากพักปิดกรีดยางในช่วงฤดูแล้งเดือน ก.พ.-เม.ย. 2560 รายได้ก็หายไปด้วย และพอเริ่มมีหวังเปิดกรีดอีกครั้งในเดือน พ.ค. ก็มาเจอสภาพฟ้าฝนไม่เป็นใจ กระหน่ำแทบทุกวัน แต่ชาวสวนยางก็ยังยิ้มได้ เพราะราคาที่อยู่ในระดับ 60-70 บาท/กิโลกรัม

แต่แล้วเหตุการณ์ก็พลิกผัน ความหวังดับวูบ จู่ ๆ เพียงสัปดาห์เดียวราคาก็ร่วงดิ่งเหวเกือบ 20 บาท/กก. บางวันวูบลง 5-6 บาท/กก.หากเป็นหุ้นตกแบบนี้ก็ต้องหยุดการซื้อขายไว้ก่อน แต่นี่กลับไม่มีกฎหมายหรือมาตรการใด ๆ จะมาดูแลยับยั้ง ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ตามวลีเด็ด "กลไกตลาด"

ภาวะ "ซื้อแพง มาขายถูก" ส่วนต่างหายไปเกือบ 15-20 บาท/กก. เป็นอย่างนี้ก็เจ๊งระนาว สภาพคล่องหมด


ล่าสุด เจ้ากระทรวงเกษตรฯสั่งให้ ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เรียก 5 เสือส่งออกยางรายใหญ่ของไทยเข้าพบด่วน โดยฟากเอกชนบอกว่า "ราคายางที่ลดลงอย่างรวดเร็วนั้นเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะปริมาณยางที่ออกมาในช่วงนี้ไม่มาก"

ส่วน กยท. บอกว่า "มีลักษณะที่ผิดปกติ ไม่เป็นไปตามกลไกตลาดโลก"

นั่นก็ทำให้เข้าใจได้ว่า นี่คือสาเหตุหลักที่ทุบราคายางวูบหนัก แม้จะมีสารพัดปัจจัยมาทำให้ราคายางตกต่ำ เช่น ราคาน้ำมันลดลง เงินบาทแข็งค่า อุตฯยานยนต์ชะลอตัว ฯลฯ รวมทั้งผลกระทบจากการซื้อขายในตลาดล่วงหน้าก็ตาม

แสดงว่ามีคนทำให้กลไกตลาดบิดเบือนใช่หรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นผู้ที่มีพาวเวอร์เท่านั้นที่จะทำได้

ภาวะราคายางหัวทิ่มหัวตำแบบนี้ คนที่เจ็บหนักสุดก็คือ สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร โรงรมยาง โดยเฉพาะเกษตรกรหัวไวใจสู้ที่พยายามรวมกลุ่มกันมาทำโรงงานแปรรูปยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน ยางเครป กำลังเจอปัญหาขาดทุนฉับพลัน หมดตัวกันอีกแล้ว

วันนี้ชีวิตของคนปลูกยางแขวนไว้บนความเสี่ยง ความไม่แน่นอน กินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ หวาดผวาว่าในวันพรุ่งจะขายได้สักกี่บาท จะมีเงินส่งลูกเรียนมั้ย จะผ่อนงวดรถไหวหรือไม่ เจ็บป่วยจะไปหาหมอยังไง

แม้ในช่วงราคายางขาลง 2-3 ปีก่อน ก็อยู่ในภาวะอดทน ใช้จ่ายน้อยลง หลายรายต้องพักการเรียนบุตรหลานไว้ ไม่มีเงินจะส่งเรียน บางรายก็หันไปเลี้ยงแพะ ปลา ปลูกผักเหลียง ปลูกกล้วยขายเป็นรายได้เสริมมาจุนเจือครอบครัว

คนที่มีพลังปัญญา คอนเน็กชั่น มีทุนรอนบ้าง ก็หันไปคิดค้นแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง แต่ก็มีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ทำได้ เพราะกลุ่มผู้บริโภคยังไม่มาก ไม่มีผู้บริหารประเทศ ดารา ไอดอล มาช่วยปลุกกระแสให้คนไทยหันมาใช้สินค้าที่ผลิตจากยางพารา

แม้แต่นโยบายการนำยางพารามาผสมทำถนน สนามกีฬา ทางจักรยาน กระแสก็แผ่วแล้ว

หากใครที่ทำจริง ก็ช่วยโพนทะนา ประชาสัมพันธ์ให้รู้กันไปทั่วบ้านทั่วเมืองเลย

ที่ผ่านมา นโยบายรัฐส่วนใหญ่ที่ออกมาเพื่อช่วยชาวสวนยาง เมื่อนำไปปฏิบัติจริงก็ล่าช้า ไม่ทั่วถึง ไม่ทันการณ์ แล้วปัญหาเดิม ๆ ก็เวียนกลับมาซ้ำรอยเดิมอีก

หากไม่รีบปลดชนวนอย่างจริงใจ ย่อมไม่เกิดผลดีแน่ เพราะตราบใดที่คนกลุ่มใหญ่ของประเทศไม่มีกำลังซื้อ นอนสะดุ้งทุกคืน แล้วเศรษฐกิจจะฟื้นได้อย่างไร

ราคายางตกต่ำ จึงไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของเกษตรกรเท่านั้น แต่จะเป็นโดมิโนต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะยางพาราเป็นบ่อเกิดของกำลังซื้อนับแสนล้านบาท เม็ดเงินที่ได้มาก็จะหมุนไปสู่การซื้อสินค้าสำคัญ ทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงไทยเที่ยวไทยอีกด้วย

คิวต่อไปก็สะเทือนไปถึงนักธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้าที่จะขายของไม่ได้ เพราะ ราคายางตกต่ำฉุดกำลังซื้ออย่างหนัก

หากรัฐบาล บิ๊กส่งออก ราชการ หรือแม้แต่เกษตรกรชาวสวนยางเอง ยังคิดและทำแบบเดิม ๆ เห็นทีจะไปไม่รอด


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้