ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ดัน "อีคอมเมิร์ซไทย"โตอาเซียน กูรูเชื่อธุรกิจออนไลน์ไทยพุ่งแตะ 2 แสนล้าน ภายในปี 2025

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 15 มิ.ย. 2560 เวลา 17:54:48 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

วันที่ 15 มิถุนายน ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจออนไลน์" รายงานบรรยากาศในงานสัมมนา “เจาะเทรนด์นักช้อปออนไลน์ในประเทศไทยและเตรียมตัวไปไกลในระดับอาเซียน” ซึ่งเป็นกิจกรรมในงาน “e-Biz Expo Asia 2017” งานแสดงเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซและพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซครบวงจร ครั้งที่ 3 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โดย อภิชญา เตชะมหพันธ์ หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจ กูเกิ้ล ประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย จนถึงปัจจุบันยังมีมูลค่าน้อยอยู่ เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ในอนาคต 10 ปีให้หลัง โดยแนวโน้มตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2025 ระบุว่าไทยจะก้าวกระโดดจากมูลค่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซจาก 3.1 หมื่นล้านบาทเป็น 1.97 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 6.5 เท่า คิดเป็นอีคอมเมิร์ซทราเวลถึง 90 % โดยมาจากการเชื่อมต่อธุรกิจกับภูมิภาคอาเซียนที่มีความเหมาะสมด้านประชากรและความสามารถในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศอินโดนีเซีย มีอัตราการเติบโตรวดเร็วและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ทั้งยังมีกำลังซื้อสูง

“ประชากรทั้งอาเซียนมีประมาณ 600 ล้านคน ซึ่งเป็นลูกค้าเราในอนาคตด้วยการคอนเน็กผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งภายในปี 2020 ประชากรอาเซียนที่เข้าไปสู่อินเทอร์เน็ตจะพุ่งสูงถึง 280 ล้านคน อินโนนีเซียเป็นประเทศที่น่าจับตามองเพราะเป็นประเทศเกิดใหม่ โตเร็ว มีโอกาสมาซื้อของเรามาก สำหรับประเทศไทยเองก็มีแนวโน้มโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจากปี 2015 ถึง 2025 คนไทยจะซื้อของตกครั้งละ 1,000 บาทจากเดิมเพียง 600 บาท มีผู้ซื้อออนไลน์เพิ่มเป็น 30 ล้านคนจากเดิม 10 ล้านคน”

ทั้งนี้ หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจ กูเกิ้ล ประเทศไทย ยังแนะนำว่า การทำตลาดที่กว้างขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดยอดตกต่ำในบางสินค้ากับช่วงเทศกาลต่างๆ (Seasonality) ซึ่งการเจาะตลาดอาเซียนก็เป็นกลยุทธ์ที่ดีชิ้นหนึ่งที่จะสามารถเข้าถึงลูกค้ากว่า 100 ล้านคน

“เราใช้เครื่องมือ Google trend วิเคราะห์สินค้าที่แต่ละประเทศต้องการกันในช่วงเทศกาลตรุษจีน พบว่า ประเทศเวียดนามจะขายพวกเครื่องประดับเพชรพลอย ขณะที่สิงคโปร์จะซื้อหาดีวิดี ภาพยนตร์และเสื้อผ้า นั่นคือ ถ้าเราเจาะเพียงตลาดเวียดนามเพียงแห่งเดียว ในเทศกาลตรุษจีนเราอาจจะไม่ได้ขายสินค้าบางประเภท แต่ถ้าเราทำคลอบคลุมอาเซียน บางประเทศอาจจะดรอปการซื้อเสื้อผ้าไป แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ยังคงซื้อเสื้อผ้า”อภิญญาระบุ และว่า แม้ว่าการขยายธุรกิจไปยังหลายประเทศจะน่าสนใจและส่งผลต่อผลตอบแทนที่ดี แต่จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายๆ ด้าน อาทิ ภาษี การขนส่ง ภาษา เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำให้กับการทำธุรกิจทั่วไปว่า การเข้าใจตลาดเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งสามารถศึกษาและวิเคราะห์ได้ด้วยเครื่องมือของ Google จากนั้นจึงเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดก่อนลงมือทำธุรกิจจริง แล้วจึงนำบทเรียนที่ได้จากโลกจริงมาพัฒนาปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ

“เรามีเครื่องมือให้วิเคราะห์สภาพตลาดมากมาย เช่น Consumer survey, Consumer barometer และ Google trend เป็นต้น ซึ่งใช้วิเคราะห์ว่าคนที่นี่ชอบอะไร สนใจอะไร ช่วงเวลาไหนเขาฮิตอะไรกัน.....การทำธุรกิจในต่างประเทศเหมือนกับโคลัมบัสที่ล่องเรือหาดินแดนใหม่ๆ อะไรที่มันยากจะได้รีเทิร์นที่งดงาม”หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจ กูเกิ้ล ประเทศไทยกล่าว