ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เทียบรายได้ช่องทีวีดิจิทัล ใคร (รุ่ง) ยึดแชมป์โกยเงิน-ใครร่วง

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 18 มิ.ย. 2560 เวลา 10:15:20 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

หลังจาก 24 ช่องทีวีดิจิทัลบริการธุรกิจเริ่มเปิดประเดิมจอตั้งแต่ เม.ย. 2557 และเมื่อ 23 พ.ค. ที่ผ่านมาก็ถึงกำหนดชำระค่าประมูลช่องเป็นงวดที่ 4 แล้ว สมรภูมิการแข่งขันของสื่อบนจอทีวีดั้งเดิมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตา

รายงานสภาพตลาดกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลของประเทศไทย ที่จัดทำขึ้นโดยสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2560 อัตราการเติบโตของมูลค่าโฆษณาบนช่องทีวีดิจิทัลรายใหม่ สูงถึง 24% ขณะที่ช่องทีวีเดิม (ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 และช่อง 11) เติบโตแค่ 9%

ทั้งข้อมูลจาก Nielsen ยังระบุว่า มูลค่าการโฆษณาในช่องทีวีภาคพื้นดินในเดือน เม.ย. 2560 มียอดรวม 5,714 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2559 ที่มีมูลค่า 6,764 ล้านบาท

ขณะที่รายได้ของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อชำระค่าใบอนุญาตรายปี ประจำปี 2559 มีรายได้รวม 13,762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,419 ล้านบาทจากปี 2558

มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ แม้ "ช่อง 7HD" ผู้ประกอบการรายเดิมอย่าง บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด จะมีรายได้มากที่สุด 2,576 ล้านบาท และเป็นช่องที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2558 มากที่สุดถึง 907 ล้านบาทด้วย

แต่ผู้ประกอบการหน้าใหม่อย่างช่อง "Workpoint" บริษัท ไทยบรอดคาสติ้ง จำกัด ก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 ทั้งแง่ของรายได้รวม 2,121 ล้านบาท และยอดรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 422 ล้านบาท

ขณะที่ช่อง "33HD" ของบริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด แม้จะมีรายได้อยู่ในอันดับ 3 คือ 1,800 ล้านบาท แต่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งหากนับที่การเพิ่มขึ้นของรายได้จะกลายเป็นช่องที่มีรายได้เพิ่มขึ้นน้อยที่สุด



ฟาก 2 ช่องใหม่อย่าง "ช่อง 8" ของบริษัท อาร์เอส เทเลวิชั่น จำกัด มีรายได้ 1,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 333 ล้านบาท อยู่ในอันดับ 4 ทั้งแง่รายได้รวมและยอดรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนช่อง MONO29 ของบริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด มีรายได้เป็นอันดับ 5 คือ 1,002 ล้านบาท แต่เป็นอันดับ 3 ในแง่ของรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 375 ล้านบาท

ส่วนช่อง true4u ของบริษัท ทรู โฟร์ยู สเตชั่น จำกัด มีรายได้ 721 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136 ล้านบาท ช่อง GMM25 ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด มีรายได้ 643 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 241 ล้านบาท

สำหรับ 2 ช่องทีวีที่มีกลุ่มทุนผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามาในปีที่แล้ว อย่าง ช่อง "ONE31" ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี จำกัด ที่ได้กลุ่มปราสาททองโอสถ เข้ามาถือหุ้น 50% ในปี 2559 มีรายได้ 445 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนถึง 333 ล้านบาท ถือเป็นช่องที่มีรายได้ลดลงมากที่สุด ส่วน "AMARIN TV" บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ที่ได้กลุ่มสิริวัฒนภักดี เข้ามาถือหุ้น 47.62% มีรายได้ 225 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 130 ล้านบาท กลายเป็นช่องที่มีรายได้เพิ่มขึ้นมากเป็นอันดับ 7

ขณะที่บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด แม้จะมีรายได้เพิ่มในส่วนของ HD น้อยมาก แต่สำหรับช่อง "3SD" มีรายได้ 382 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 106 ล้านบาท

ช่อง PPTV 36 บริษัท บางกอกมีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด มีรายได้ 232 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81 ล้านบาท "Bright TV" มีรายได้ 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75 ล้านบาท ช่อง NOW26 มีรายได้ 280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54 ล้านบาท "ไทยรัฐทีวี" มีรายได้ 515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท ช่อง NEW TV รายได้ 102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35 ล้านบาท ช่อง TNN24 รายได้ 386 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท ช่อง MCOT Kids & Family รายได้ 28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท

ฟากกลุ่มช่องที่มีรายได้ลดลงนอกจากช่อง ONE31 แล้ว ได้แก่ ช่อง Nation TV ของบริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด มีรายได้ 353 ล้านบาท เทียบกับปี 2558 รายได้ลดลง 51 ล้านบาท ช่อง 3 Family ของบริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด รายได้ 128 ล้านบาท ลดลง 12 ล้านบาท ช่อง SpringNews ของบริษัท สปริงนิวส์ จำกัด มีรายได้ 182 ล้านบาท ลดลง 10 ล้านบาท ช่อง MCOT HD ของ บมจ.อสมท มีรายได้ 185 ล้านบาท ลดลง 7 ล้านบาท ช่อง Voice21 ของบริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด มีรายได้ 106 ล้านบาท ลดลง 2 ล้านบาท

ขณะที่ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลรายปีสำหรับปี 2559 กสทช. จัดเก็บได้ 193 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่จัดเก็บได้ 226 ล้านบาท เนื่องจากมีการปรับอัตราค่าธรรมเนียมเป็นแบบขั้นบันได ตั้งแต่ 0.5-2% ของรายได้ จากเดิมเก็บในอัตราเดียวที่ 2% แต่รายได้รวมของสำนักงาน กสทช.ทั้งหมดในปี 2559 อยู่ที่ 10,247 ล้านบาท โดย "ฐากร ตัณฑสิทธิ์"

เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า รายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฝั่งกิจการโทรคมนาคม ซึ่งในปีนี้คาดว่าสำนักงานจะมีรายได้รวมทั้งหมด 10,161 ล้านบาท ลดลงเนื่องจากมีการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตลง

"เงินประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่ 4 ตอนนี้เหลือเพียงช่อง NEW TV ของบริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด เท่านั้นที่ขอยืดเวลาจ่ายไปอีก 1 เดือน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 23 มิ.ย. นี้ ส่วนช่องอื่นมาชำระหมดแล้ว หลังจากนี้ก็จะมอนิเตอร์ดูในภาพรวมทั้งหมดอีกระยะ เนื่องจากในปีที่ผ่านมา กสทช. ได้มีมาตรการช่วยเหลือช่องทีวีดิจิทัลไปแล้วหลายส่วน เหลือที่กำลังผลักดันเข้าบอร์ดกองทุนของ กสทช. คือการสนับสนุนค่าเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมสำหรับการออกอากาศแบบ HD (คมชัดสูง) หลังจากก่อนหน้านี้ได้สนับสนุนในการออกอากาศแบบ SD (คมชัดปกติ) ให้กับทุกช่องแล้ว"