ประชาชาติธุรกิจ
การตลาด

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

สาขาใหม่ดันยอด "เซ็นทรัล" โต รีวิว "ประชารัฐ" ลอนช์แคมเปญ 70 ปีปลุก

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 07 ก.ค. 2560 เวลา 22:00:54 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

กลายเป็นอีกหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจประชารัฐร่วมกับรัฐบาล ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลก็ออกแรงเต็มกำลัง ด้วยการเดินหน้าสร้างความเคลื่อนไหวของโครงการที่รับผิดชอบให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด

"พิชัย จิราธิวัฒน์" กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัดฉายภาพว่า กลุ่มเซ็นทรัลในหน้าพัฒนาโครงการประชารัฐร่วมกับรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งหมด 3 โปรเจ็กต์ เริ่มตั้งแต่โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิภาคของประชารัฐ ซึ่งโครงการนี้ถือว่าเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ที่ผ่านมาได้เริ่มไล่จดลิขสิทธิ์สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI : Geographical Indication) เพื่อสร้างเอกลักษณ์ประจำจังหวัด เพิ่มมูลค่าให้สินค้าของแต่ละชุมชนโดยจด GI ไปแล้วประมาณ 70-80 รายการ เช่น ข้าวสังข์หยด สับปะรดศรีราชา ข้าวแต๋นลำปาง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเข้าไปสนับสนุนด้านช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าให้แก่ผลิตภัณฑ์ตามชุมชนต่าง ๆ ด้วย ผ่านโครงการ "สินค้าชุมชนของเราปีที่ 6" ด้วยการขนสินค้ากว่า 1,500 รายการ จาก 123 ชุมชน รวม 49 จังหวัดทั่วประเทศมาจำหน่ายในเครือเซ็นทรัล คาดว่าปีนี้จะสร้างรายได้กว่า 800 ล้านบาท จากปีก่อนที่สร้างรายได้ 637 ล้านบาท

ขณะที่ทิศทางอีก 3-5 ปีจากนี้จะมุ่งหาสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูปสินค้า ขยายความร่วมมือกับชุมชนเดิมและเพิ่มชุมชนใหม่ รวมถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายนอกเหนือจากกลุ่มเซ็นทรัล และต่อยอดไปยังต่างประเทศด้วย

"พิชัย" ยกตัวอย่างว่า แต่ละภาคก็จะต้องการความช่วยเหลือและการสนับสนุนที่แตกต่างกันตามพื้นที่ เช่น ภาคใต้ เป็นเรื่องการท่องเที่ยว จังหวัดเพชรบูรณ์ที่จะเข้าไปสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกผักผลไม้ตามแบบที่ถนัด และมีแผนจะพัฒนาเป็น "กรีนวัลเลย์" ชูเรื่องผักผลไม้ออร์แกนิกด้วยในอนาคต

สำหรับภารกิจที่ 2 การ "เนรมิตอยุธยา" ให้เป็น 1 ใน 10 เมืองท่องเที่ยวที่ดีของโลก เพื่อดึงรายได้จากนักท่องเที่ยวนั้น "พิชัย" บอกว่า โครงการนี้ค่อนข้างใหญ่ ประกอบกับต้องทำงานร่วมกันหลาย ๆ ส่วน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับภาครัฐ ดังนั้น อาจจะทำให้โครงการนี้ล่าช้าออกไปจากเดิม ซึ่งก็ยังมีการเจรจาพูดคุยถึงรายละเอียดกันอย่างสม่ำเสมอ แต่อาจจะไม่เห็นเป็นรูปธรรมได้เร็วเหมือนโครงการแรก โดยคาดว่าอีก 3-5 ปีถึงจะเริ่มขยับและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

สุดท้ายโครงการส่งเสริม "ศูนย์กลางการค้าปลีกและค้าส่ง" ใน 7 จังหวัดชายแดนไทย ได้แก่ แม่สอด จังหวัดตาก แม่สาย จังหวัดเชียงราย หนองคาย อุดรธานี มุกดาหาร สระแก้ว และหาดใหญ่ จังหวัดสงขลานั้นก็เป็นอีกโครงการใหญ่ มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ทำให้โครงการนี้ยังไม่มีความคืบหน้ามากนักเช่นกัน แต่ยังเป็นโครงการที่ยังอยู่ในความรับผิดชอบของเซ็นทรัล

"ภาพรวมกำลังซื้อในประเทศขณะนี้ ถือว่าทรงตัวเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีหลังนี้เริ่มมีสัญญาณบวกจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทัวร์จีน รัสเซียที่เริ่มกำลังเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และกำลังกลายเป็นกำลังซื้อสำคัญของศูนย์การค้ากลางเมือง เพราะกำลังซื้อภายในประเทศไม่เติบโตและต้องกระตุ้นด้วยการจัดโปรโมชั่นต่อเนื่อง"

การเติบโตของ "เซ็นทรัล" ยังคงตามเป้าหมายที่วางไว้ หลัก ๆ แล้วมาจากการเปิดสาขาใหม่ ขณะที่สาขาเก่านั้นค่อนข้างทรงตัว คาดว่าปลายปีนี้เตรียมจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 70 ปีเซ็นทรัล โดยจะมีแคมเปญทางการตลาดออกมากระตุ้นตลาด และกำลังซื้อในช่วงปลายปีอย่างแน่นอน

"กำลังซื้อในประเทศไม่ได้โต ศูนย์การค้าต้องจัดโปรโมชั่นต่อเนื่อง ล่าสุดก็จัดโปรโมชั่นกลางปีกระตุ้นยอดขายช่วงโลว์ซีซั่นที่เป็นฤดูฝน แต่กำลังซื้อหลัก ๆ ตอนนี้มาจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นหลัก"

ทั้งหมดถือเป็นเฟืองสำคัญในการสร้างการเติบโตให้แก่ภาคธุรกิจในอนาคตแต่อาจจะต้องค่อยเป็นค่อยไป ขณะเดียวกัน ก็มีแผนระยะสั้นในการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศให้ค่อย ๆ ฟื้นกลับมาด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้