“ผู้นำ” ต้องครบเครื่อง

คอลัมน์ : SD TALK
ผู้เขียน : อริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง SEAC (ซีแอค)

ในยุคผลลัพธ์ความสำเร็จขององค์กรเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญมาก การนำองค์กรไปสู่เป้าหมายต้องอาศัยศักยภาพของ “คน” เป็นส่วนสำคัญ เพื่อให้ทีมสามารถผลิตผลงานที่โดดเด่น และมีค่าความสำเร็จสูงสุด ด้วยบริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากดิจิทัล ทำให้กระบวนการทำงานเปลี่ยนไป รวมถึงแนวคิดการใช้ชีวิต เพียงแค่การเพิ่มเงินเดือน และขยับตำแหน่งเพื่อพาพนักงานไปในจุดที่สูงขึ้นขององค์กร อาจไม่สามารถซื้อใจและไม่ใช่สิ่งที่คนทำงานยุคนี้ต้องการอีกต่อไป

จากการพูดคุยกับเจ้าของกิจการ และผู้บริหารระดับสูงของหลายองค์กรชั้นนำในประเทศไทยพบว่า พนักงานที่มีศักยภาพสูง และมีผลงานโดดเด่น หลายคนปฏิเสธการขึ้นมา “นำ” แผนก หรือองค์กร เมื่ออีกฝ่ายไม่สมัครใจ การหาผู้สืบทอดตำแหน่ง หรือ successor จึงกลายเป็นอีกปัญหาที่แก้ไม่ตก เพราะไม่ใช่ใครก็ได้จะขึ้นมาเป็น “ผู้นำคน”

ทั้งนี้ เมื่อดูงานวิจัยของ Deloitte ที่เปิดเผยว่า 84% ของผู้นำไม่ได้เตรียมความพร้อมอย่างเป็นทางการ ผู้บริหารจึงต้องทำความเข้าใจในเรื่องของภาวะความเป็นผู้นำ เพื่อจัดลำดับความสำคัญของขั้นตอนการสร้างผู้นำให้ดีที่สุด

การที่ผู้นำคนนั้นจะมีครบเครื่องทั้งหมดถือเป็นเรื่องยาก ยิ่งในหลายองค์กรให้คนมาเริ่มฝึกเรื่องทักษะการเป็นผู้นำ (leadership skills) ในตอนที่เป็นไม้แก่แล้ว เมื่อมาเข้าอบรมจะเปลี่ยนแปลงยาก อีกทั้งการอัดทุกอย่างให้ผู้นำที่ขึ้นมานำองค์กรตอนมีตำแหน่ง จะทำให้องค์กรนั้นมีคนที่อยากเป็น leader น้อย

เพราะไม่ได้รับการฝึกอบรมให้เหมาะสม อาจพูดได้ว่าคนที่น่าสงสารที่สุดในองค์กรคือคนตำแหน่งสูงขึ้น ที่มาพร้อมกับความคาดหวังที่สูงขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือการเป็นผู้นำในบทบาท people leader และเน้นการพัฒนาภาวะผู้นำให้กับคนในทุกระดับขององค์กร หรือ leadership at all levels

ผ่านมาองค์กรลงทุนสร้างกระบวนการพัฒนาให้กับคนที่กำลังจะขึ้นมาเป็นผู้นำในตำแหน่งต่าง ๆ น้อยมาก แต่กลับคาดหวังผลลัพธ์ทางธุรกิจสูง จึงเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งกัน เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง และ Top HR Leader จึงจำเป็นต้องเริ่มปรับภาพความเข้าใจ 3 เรื่องนี้ใหม่ เพื่อช่วยให้ผู้นำใหม่สามารถรับบทบาทได้อย่างเต็มที่ และพร้อมพาคน และองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องที่ 1 คือยอมรับว่าคนที่ขึ้นมาเป็นผู้นำทุกคนไม่ได้รู้เกี่ยวกับธุรกิจ (business) และมีความเป็นผู้นำ (leadership) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้คือองค์ประกอบสำคัญของการเป็นผู้นำ หากทิ้งเรื่องธุรกิจ จะไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายองค์กร

เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำงานอย่างไรให้ตอบโจทย์ ต่อให้เรียนกระบวนการเรื่อง design thinking หรือ empathy แล้วยังไม่เข้าใจในธุรกิจก็จะเสียเงิน เสียเวลาเปล่า ส่วนการที่เข้าใจแค่เรื่องธุรกิจ องค์กรอาจจะได้คนเก่งงาน แต่ขาด people skill หากจะมาอุดช่องว่างเรื่องผู้นำ (leadership) ทีหลังจะเป็นเรื่องยาก และอาจจะมีปัญหาตามมาในอนาคต

ที่สำคัญคือทักษะการเป็นผู้นำ (leadership skills) สามารถได้รับการพัฒนาก่อนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำในตำแหน่งนั้น ๆ ไม่ต้องรอพัฒนาทักษะเฉพาะในช่วงที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ คืออย่ามองการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำตามตำแหน่ง ดังนั้น เราต้องถามตัวเองว่าเราสร้างสมดุลในการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำแล้วหรือยัง และใส่กลไกเพื่อช่วยพัฒนาคนให้มีทั้ง hard side และ soft side หรือไม่

เรื่องที่ 2 คือตั้งเป้าหมายการทำงานให้คนในองค์กรทุกระดับว่าจะสร้างอะไร และอยากเห็นผลลัพธ์ (outcome) อย่างไร ดังนั้น เราต้องช่วยให้พวกเขาเข้าใจ และเห็นภาพของธุรกิจอย่างชัดเจน และต้องพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำให้พนักงานทุกคนในทุกระดับ (leadership at all levels) ถ้าองค์กรใส่สิ่งที่ต้องเรียนรู้อย่างถูกทาง

โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ และกลยุทธ์ ควบคู่กับทักษะความเป็นผู้นำ (leadership) ก็จะเป็นองค์กรที่ประสบผลสำเร็จด้านการทำธุรกิจ เกิด productivity และคนอยากจะทำงานด้วย เพราะการพัฒนาความเป็นผู้นำไม่ใช่แค่ทักษะ soft skills หรือ leadership skills แต่ต้องใส่ทุกอย่างให้เพียงพอ

เรื่องที่ 3 คือพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ตามบริบท (contextualize) และการหาวิธีการทำงาน (ways of working) ที่ต้องโฟกัสให้เหมาะสมกับบริบท และสอดคล้องกับคุณค่าหลัก (core value) ขององค์กร เพื่อที่จะดูว่าองค์กรอยู่ในระดับไหน นำไปสู่การวางแผนว่าจะต้องคัดเลือกคนแบบไหนมาทำงาน และต้องพัฒนาคนในด้านใดเป็นพิเศษให้เข้ากับบริบทขององค์กรที่สุด


เมื่อผู้นำองค์กร สามารถปรับกระบวนการเหล่านี้จนเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับการปฏิบัติอยู่เรื่อย ๆ สุดท้ายการมีพนักงานที่มีความเป็นผู้นำในทุกตำแหน่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร และดึงดูดคนเก่งมากมายอยากมาร่วมงานด้วย เพราะพวกเขาเหล่านี้พิจารณาบริษัทที่จะทำงานด้วยมากกว่าแค่เรื่องเงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่มองเลยไปถึงสภาพแวดล้อมการทำงานที่ขัดเกลาทักษะ และความสามารถของพวกเขาในทุก ๆ วันของการทำงาน