สังคม “ความรู้สึก”

คอลัมน์ Market-think

โดย สรกล อดุลยานนท์

 

ตอนนี้คนที่น่าสงสารที่สุดในเมืองไทย คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

เพราะหลังจากที่เข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง เขาก็กลายเป็น “หมู่บ้านกระสุนตก”

ต้องยอมรับว่าช่วงเวลา 4 ปีกว่าของรัฐบาลชุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง

เพราะในสภาไม่มีตัวแทนของประชาชน

ไม่มี ส.ส.ฝ่ายค้านที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

มีอำนาจพิเศษของ คสช.ที่จะเชิญใครมาปรับทัศนคติก็ได้

ภาวะแบบนี้ทำให้เกิด “ภาพลวงตา” ขึ้นมา

แต่ทันทีที่ คสช.ต้องปลดล็อกทางการเมืองเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน

อะไรที่ไม่เคยเจอก็ได้เจอ

อะไรที่ไม่เคยได้ยินก็ได้ยิน

ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์เปลี่ยนตำแหน่งการยืนจาก “กรรมการ” มาเป็น “ผู้เล่น” เสียเอง

“กระสุน” ยิ่งตกใส่หนักขึ้น

พรรคพลังประชารัฐที่เหมือนจะกุมความได้เปรียบในช่วงต้น

ทั้งอำนาจรัฐและอำนาจเงิน

วันนี้กลายเป็น “กระสอบทรายเคลื่อนที่” ทางการเมือง

ทุกพรรครัวหมัดใส่พรรคพลังประชารัฐเป็นจุดเดียว

และกระทบชิ่งใส่ พล.อ.ประยุทธ์ด้วย

เรื่องที่รัฐบาลโดนโจมตีหนักที่สุด คือ เรื่องเศรษฐกิจ

ทั้งที่ตัวเลขดัชนีต่าง ๆ ออกมาค่อนข้างดี

แต่ชาวบ้านกลับรู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดี

“รวยกระจุก จนกระจาย” กลายเป็นคำที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ดีที่สุด

พอนักการเมืองเริ่มเดินสายพบประชาชน

นักข่าวไปทำข่าว

ชาวบ้านบ่นกับนักการเมืองว่าเศรษฐกิจไม่ดี

การเคลื่อนของข่าวจึงเกิดขึ้น

ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด

ไปที่ไหนก็บ่นว่าเศรษฐกิจไม่ดี

ขนาด “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ที่เชียร์รัฐบาลมาตลอด ยังยอมรับเลยว่าเศรษฐกิจอยู่ในขั้น “สาหัส”

ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์คงเริ่มงง ๆ แล้วว่าทำไมเสียงบ่นของชาวบ้านจึงต่างจากตัวเลขต่าง ๆ ที่ได้ยินในห้องประชุม ครม.

พอเริ่มเดินสายเข้าตลาดสดบ้างจึงเริ่มรู้สึก

รับรองได้ว่า 2 เดือนต่อจากนี้ กระแสเรื่องเศรษฐกิจแย่จะแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงวันเลือกตั้ง

เรื่องที่สอง เรื่องการเอาเปรียบทางการเมือง

ตามปกติฝ่ายที่เป็นรัฐบาลจะได้เปรียบพรรคอื่น ๆ อยู่แล้ว

แต่ครั้งนี้หนักข้อกว่าครั้งอื่น

ตั้งแต่เรื่องการโปรยเงินผ่าน “บัตรคนจน” และโหมการแจกเงินในรูปแบบต่าง ๆ ก่อนเลือกตั้ง

เรื่องนี้ก็น่าเกลียดมากแล้ว

ยังมีข่าวเรื่องการใช้ “อำนาจรัฐ” เอื้อประโยชน์ให้กับพรรคของตัวเอง

ตั้งแต่ให้ผู้สมัครไปร่วมหาเสียงและถ่ายรูปในการแจก “บัตรคนจน”

จนถึงขั้นบังคับให้สมัครเป็นสมาชิกพรรคถึงจะได้ “บัตรคนจน”

ไม่รวมถึงการคุยโวเรื่องความได้เปรียบทางการเมืองที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าของนายวันชัย สอนศิริ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

ตั้งแต่การร่างรัฐธรรมนูญให้วุฒิสมาชิก 250 คนที่ คสช.แต่งตั้งมีสิทธิ์เลือกนายกรัฐมนตรี

พรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส.แค่ 150 คนก็ตั้งรัฐบาลได้แล้ว

“ปรบมือสิครับ”

หรือการบอกว่า “รัฐธรรมนูญนี้ดีไซน์มาเพื่อเรา”

เขาลืมไปว่าคนไทยไม่ชอบ “การเอาเปรียบ”

นักมวยไทยชนะเพราะกรรมการโกง คนไทยยังโห่เลย

ถ้าช่วง 2 เดือนนี้ กระแส 2 เรื่องนี้ถูกโหมประโคมจนคนเชื่อ

เชื่อว่าเศรษฐกิจแย่

เชื่อว่ามีการใช้ “อำนาจรัฐ” เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น

ในทางการเมือง “ความเชื่อ” คือ “ความจริง”

และการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนั้น

“ความรู้สึก” เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

“รัก-เกลียด-สงสาร”

รู้สึกอย่างไรก็ลงคะแนนแบบนั้น

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleเจ้าท่าฯ แจงเจ้าหน้าที่น้อยไม่เพียงพอ หลังคลิปเรือนำเที่ยววิ่งเร็วว่อนโซเชียลฯ
Next articleค่าเงินบาทแข็งค่า เหตุปัญหาการเมืองสหรัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลกลางของสหรัฐปิดทำการ