‘โอกาส’ จาก PM2.5

pixabay

คอลัมน์ Market-think

โดย สรกล อดุลยนนท์

ใครจะไปนึกว่าปัญหาฝุ่นควันที่เกิดขึ้นประจำทุกปีที่เชียงใหม่

จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของคนกรุงในวันนี้

จากเดิมที่เกิดขึ้นเพียงแค่ 1-2 วัน

ตอนนี้กลายเป็นปัญหาต่อเนื่องที่วันนี้ยังไม่จบสิ้น

เป็นสัปดาห์แล้วก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้

และอาจยาวนานเป็นเดือน

คนกรุงที่ไม่เคยรู้จักคำว่า “PM2.5” ตอนนี้คุ้นชินกับคำนี้เป็นอย่างดี

พิษภัยของ PM2.5 ที่สามารถเข้าสู่ระบบการหายใจไปสู่ปอดและกระแสเลือดได้โดยง่าย สร้างความหวาดวิตกให้คนกรุง

ต้นเหตุของเรื่องนี้มาจากรถยนต์เป็นหลัก รองลงมาคือ การก่อสร้างและอื่น ๆ

ในมุมหนึ่ง คือ “ปัญหา”

แต่อีกมุมหนึ่ง คือ “โอกาส”

นี่คือ “โอกาส” ของรถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

ที่ผ่านมารัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจเรื่องนี้

ไม่กล้าสนับสนุนรถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่

กลัวผู้ผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันจะมีปัญหา

ประนีประนอมไปเรื่อย ๆ

ลืมนึกถึง “บรรทัดสุดท้าย” คือ สุขภาพของ “ประชาชน”

คนซื้อรถก็เช่นกัน ใจหนึ่งก็อยากได้รถยนต์ไฟฟ้า แต่กลัวปัญหาเรื่องสถานีชาร์จ

อีกมุมหนึ่งก็รู้สึกว่าราคารถยนต์ไฟฟ้าสูงเกินไป แพงกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันมาก

เพราะรัฐให้การสนับสนุนแบบกั๊ก ๆ

บังเอิญผมเพิ่งไปเซี่ยงไฮ้มาครับ

ที่นี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเกลื่อนเมือง

วิ่งเงียบมาก และไม่มีไอเสีย

ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าก็ได้รับความนิยมสูงมาก เพราะจีนเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่และรัฐบาลสนับสนุนเต็มที่

ใครซื้อรถยนต์ไฟฟ้า รัฐบาลช่วยออกเงินให้ส่วนหนึ่ง

“ซับซิไดซ์” เต็มตัว

ผมเชื่อว่าหลังจากนี้ไป กระแสเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าและรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมาแรง

เพราะคนกรุงเริ่มตระหนักแล้วว่า ปัญหาฝุ่นควันเป็นปัญหาใหญ่ของการใช้ชีวิตในเมืองนี้ และคนกรุงเสียงดัง

รัฐบาลต่อให้หูหนวกแค่ไหนก็ได้ยิน

รัฐบาลชุดนี้อาจไม่ทัน แต่รัฐบาลชุดหน้ารับรองว่าจะต้องสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นแน่นอน

นอกจากนั้น ผมยังเชื่อเรื่อง “จิตสำนึก” ความรับผิดชอบต่อสังคมของคนไทย

เหมือนเรื่องการใช้ถุงพลาสติก

ตอนนี้เข้า 7-11 หรือซูเปอร์มาร์เก็ต เราจะเริ่มเห็นคนเตรียมถุงผ้า หรือถุงพลาสติกใช้แล้ว มาใส่ของมากขึ้น

เขาอยากเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา

วันนี้ทุกครั้งที่สตาร์ตรถ หลายคนคงรู้สึกว่าเราก็เป็นคนหนึ่งที่สร้างมลพิษขึ้นมา

ถ้าจะซื้อรถใหม่ หลายคนอยากจะเลือกรถยนต์ไฟฟ้า

เช่นเดียวกับคนซื้อรถมอเตอร์ไซค์

ครับ ถ้าไม่มีปัญหาหนักหนาสาหัสจนคนหวาดกลัว

“ดีมานด์” คงไม่เกิดขึ้นเร็วเท่านี้

ล่าสุด ผมได้ข่าวว่า งานโมบาย เอ็กซ์โป ต้นเดือนหน้า ค่ายมือถือค่ายหนึ่งจะหยิบเรื่องรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามากระตุ้นการขาย

จะเกี่ยวพันกับโทรศัพท์มือถืออย่างไร

คงต้องติดตามกันต่อไป

ส่วนบริษัทรถยนต์ที่กำลังลังเลว่า

จะบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเต็มที่ดีไหม

ตอนนี้ผมเชื่อว่าทุกค่ายคงปรับแผนรุกใหม่

เพราะคนที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าวันนี้

จะไม่ใช่แค่คนเท่และทันสมัยเท่านั้น

แต่ยังหมายถึงการเป็นคนที่รับผิดชอบต่อสังคม

ไม่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

บางครั้ง “ปัญหา” ก็นำไปสู่ “โอกาส” ที่ดีได้เช่นกัน

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleเครื่องใช้ไฟฟ้าแข่งนวัตกรรม “สมาร์ท-ประหยัด-สุขภาพ” มัดใจลูกค้า
Next articleKBU โพลชี้ประชาชนต้องการ นโยบายการศึกษา จับต้องได้ไม่เพ้อฝัน