ความน่าเชื่อถือ

คอลัมน์ Market-think

โดย สรกล อดุลยานนท์

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ถ้าถามว่าใครล้มเหลวที่สุด

หลายคนคงจะตอบว่า “ประชาธิปัตย์”

เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ ส.ส.ใน กทม.เลย

ในภาคใต้ก็สูญเสียที่นั่งไปจำนวนมาก

จำนวน ส.ส.รวมเหลือแค่ 50 กว่าคน

แต่ความพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่ถือว่าล้มเหลวที่สุด

เมื่อเทียบกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.

องค์กรที่รับผิดชอบการเลือกตั้งครั้งนี้

ถ้าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกของประเทศ เราอาจจะให้อภัยได้

แต่ประเทศไทยมีการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง

มี กกต.หลายชุดที่รับผิดชอบจัดการเลือกตั้ง

แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะแย่เท่ากับครั้งนี้

ทั้งเรื่องประสิทธิภาพการทำงานและความน่าเชื่อถือ

ทุกครั้งของการเลือกตั้ง ประมาณ 3 ทุ่มเราก็จะรู้ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

พรรคการเมืองจะเริ่มประกาศชัยชนะหรือจับมือตั้งรัฐบาลตั้งแต่คืนนั้น

วันรุ่งขึ้น กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งได้

แต่ครั้งนี้ข้อมูลผิดพลาดและสับสน จนหมดวันก็ยังไม่รู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ

ผ่านไป 4 วันเพิ่งประกาศตัวเลข ส.ส.เขตและคะแนนดิบของแต่ละพรรค

แต่ข้อมูลที่ประกาศมาก็สับสนและถูกตั้งคำถามหลายเรื่อง

แค่ตัวเลขผู้มีสิทธิลงคะแนนที่เป็นตัวเลขง่าย ๆ และต้องนิ่งตั้งแต่ก่อนจะลงคะแนนเลือกตั้ง

แต่กลับไม่ตรงกับตัวเลขในวันที่ประกาศผลการเลือกตั้ง

และอื่น ๆ อีกมายมาย

สมัยแอนะล็อกที่ใช้มือจดคะแนน ส่งคะแนนด้วยเสียงทางโทรศัพท์ ผลการเลือกตั้งยังเร็วกว่ายุคนี้เลยครับ

ยุคนี้ 4G กำลังจะเป็น 5G แล้ว

แทนที่จะเร็วขึ้น

กลับช้ากว่าเดิมอีก

คะแนนผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้าที่นิวซีแลนด์ก็มาไม่ทันจนกลายเป็น “บัตรเสีย”

ระบบการบริหาร การติดตามงาน การแก้ปัญหาของ กกต.เป็นอย่างไรชัดเจนที่สุดจากเรื่องนี้

ประสิทธิภาพที่ต่ำกว่ามาตรฐานกับการเลือกตั้งที่ต้องการความยุติธรรมทำให้เกิดคำถามมากมายกับ กกต.

และนำไปสู่เรื่องสำคัญนั่นคือ “ความน่าเชื่อถือ”

เวลาคนไม่เชื่อถือเรื่องความยุติธรรมแล้ว

บางทีความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอาจเป็นอุบัติเหตุหรือความไร้ประสิทธิภาพขององค์กร

แต่พอคนไม่เชื่อถือ

เขาก็จะตีความว่าเป็นเรื่องทุจริตหรือการโกง

เรื่องนี้น่ากลัวมากครับ

เพราะในการแข่งขันระหว่างพรรคการเมืองในการชิงอำนาจการบริหารประเทศ

“แพ้-ชนะ” เป็นเรื่องปกติธรรมดา

แต่ถ้าประชาชนหรือคนดูรู้สึกว่ากรรมการที่ทำหน้าที่ตัดสินไม่ยุติธรรม

อารมณ์ความรู้สึกจะแรงกว่าการพ่ายแพ้ธรรมดา

เพราะคนที่ใช้สิทธิ เขาจะรู้สึกว่าเป็นเจ้าของ “เสียง” ของเขา

นี่จะเป็น “ระเบิดเวลา” ของการเมืองไทยในอนาคต

เรื่อง “ความน่าเชื่อถือ” สำคัญนะครับ

จะทำงานอย่างไร

จะดำรงตนอย่างไรให้คนเชื่อถือ

บทเรียนจาก กกต.ครั้งนี้น่าจะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับคนทำงาน

วันนี้ถ้าเราทำงานอยู่แล้วมีใครเดินมาวิจารณ์เรา

“กกต.น่าดูเลย”

ผมว่าคนจะโกรธน่าดูเลย

นี่คือ เรื่องความน่าเชื่อถือ

Previous articleดอลลาร์เคลื่อนไหวกรอบแคบ รอดูความชัดเจน Brexit และการเจรจาการค้า
Next articleเกาหลีใต้ เตรียมเปิดใช้เครือข่าย 5G เต็มรูปแบบ 5 เม.ย.นี้