คลายล็อกให้ “ไมซ์”

บทความ โดย หนุ่มเมืองจันท์
Market-think
สรกล อดุลยานนท์

 

หลังจากรอคอยให้รัฐบาลคลายล็อกดาวน์มานาน

วันก่อน ตัวแทน 4 สมาคมในอุตสาหกรรมไมซ์ คือ สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) และสมาคมโรงแรมไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ขอให้ผ่อนคลายเรื่องการจัดงานแสดงสินค้า การอบรมสัมมนา นิทรรศการและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล

ตั้งแต่ 15 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป

ฟังเหตุผลของเขาแล้วน่าเห็นใจมาก

เพราะตั้งแต่เกิดโควิดเป็นต้นมากว่า 20 เดือน ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ประสบปัญหาขาดทุน เลิกจ้างงาน และเลิกกิจการไปเยอะมาก

เขาขอให้รัฐบาลผ่อนคลายให้อุตสาหกรรมนี้ได้ลืมตาอ้าปากทำมาหากินเหมือนธุรกิจอื่นบ้าง

เพราะร้านอาหาร ศูนย์การค้า หรือบริการอื่น ๆ ก็เปิดกิจการไปแล้ว

พวกเขาควรจะได้บ้าง

โดยเฉพาะช่วงไตรมาสสุดท้ายจะเป็นไฮซีซั่นของกิจกรรมดังกล่าว ถ้าผ่อนปรนให้เขาเร็วเท่าไร

จะช่วยชีวิตพวกเขาได้มากเท่านั้น

เพราะงานพวกนี้ไม่ใช่คิดจะทำก็ทำได้เลย

ต้องใช้เวลาพอสมควร

และช่วงไฮซีซั่นของการจัดงานลักษณะนี้คือช่วงปลายปี

ผมมีเพื่อนและน้องอยู่ในแวดวงนี้หลายคน รู้เลยว่าช่วงที่ผ่านมาเขาลำบากมาก

เพราะงานแทบไม่มีเลย

อีเวนต์ใหญ่ ๆ หรือคอนเสิร์ตหายหมด

งานสัมมนาออนไลน์พอมีบ้าง แต่ก็น้อย

บางคนเลิกกิจการ บางคนต้องปลดพนักงานเพื่อรักษาลมหายใจของธุรกิจ

น่าเห็นใจมาก

คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้เยอะนะครับ

ทั้งพนักงานในบริษัทอีเวนต์ บริษัทที่ซับงานต่อ โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ฯลฯ

เมื่อปี 2562 มูลค่าของอุตสาหกรรมนี้คือ 5 แสนล้านบาท

และการจ้างงานประมาณ 4 แสนคน

ไม่น้อยเลย

ในเชิงเหตุผล ถ้าร้านอาหาร หรือศูนย์การค้าเปิดได้

งานอีเวนต์พวกนี้ก็ต้องจัดได้เช่นกัน

เพราะเมื่อเทียบงานอบรมสัมมนากับการนั่งทานอาหารในร้าน ไม่ได้แตกต่างกันเลย


แค่เว้นระยะห่างเหมือนกับนั่งทานอาหารในร้าน

โอกาสการติดเชื้อก็น้อยกว่าร้านอาหารแล้ว

เพราะคนฟังสัมมนาใส่หน้ากาก แต่คนกินอาหารต้องเปิดหน้ากาก

อย่าให้รู้สึกแปร่ง ๆ เหมือนกับคนที่ทำโรงละครงงว่าทำไมโรงหนังเปิดได้ แต่โรงละครเปิดไม่ได้

มันแตกต่างกันตรงไหน

ส่วนงานแสดงสินค้า อีเวนต์ต่าง ๆ ที่จะมีคนเข้าร่วมจำนวนมาก

เชื่อเถอะครับ ผู้ประกอบการทุกรายเขาพร้อมจะดำเนินการป้องกันและควบคุมอยู่แล้ว

มันก็เหมือนศูนย์การค้าล่ะครับ

ถ้าคุมคนเข้าห้างได้ ก็คุมคนเข้างานอีเวนต์ได้เช่นกัน

รับรองว่าผู้คนแออัดน้อยกว่าตอนนายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมชาวบ้านในต่างจังหวัดแน่นอน

ลองอ่านหนังสือที่ตัวแทน 4 สมาคมยื่นไปแล้วคิดด้วยหลักเหตุผลปกติธรรมดา

ผมเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะยอมผ่อนปรน

แต่ที่อยากให้คิดละเอียด คือ เรื่อง “เวลา”

อย่าคิดง่าย ๆ ว่ารอให้เปิดพร้อมกับเปิดประเทศวันที่ 1 พฤศจิกายน

ระหว่าง 15 ตุลาคม กับ 1 พฤศจิกายน

15 วันสำหรับคนทำธุรกิจ มันแตกต่างกันมากเลย

คนที่รับเงินเดือนประจำสิ้นเดือนก็รับเงิน

แต่คนที่ทำธุรกิจนั้น แค่เข็มนาฬิกาเคลื่อน

ดอกเบี้ยก็ขยับแล้ว

“เวลา” มี “ราคา” จริง ๆ นะครับ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ