10 ปี เทคโนโลยีกับสังคม แลหลัง-มองหน้า ต่อไปเราเจออะไร

เทคโนโลยี
คอลัมน์ : Pawoot.com
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

เรายืนอยู่ในปี 2023 ผมเกิดคำถามว่า จากเทคโนโลยีที่เราเห็นในวันนี้ หากมองไปอีก 10 ปีข้างหน้า เราจะเจออะไรบ้าง

แต่ก่อนจะไปถึงตรงนี้ ขอย้อนกลับไปดูว่า 10 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นทำอะไร มีเทคโนโลยีอะไร และล้ำหน้ากว่าตอนนั้นมากแค่ไหน

อย่างแรกที่ขอพูดถึงในฐานะที่ผมอยู่ในวงการอีคอมเมิร์ซ 10 ปีที่ผ่านมานั้น เห็นได้ชัดมากว่าเป็นคนละเรื่องเลย ย้อนกลับไปนั่นคือเป็นยุคที่ ลาซาด้าเพิ่งเข้ามาในประเทศไทย อีคอมเมิร์ซยังเป็นแบบแคตตาล็อกอยู่ คนยังไม่นิยมซื้อของออนไลน์ ประชากรไทยน่าจะไม่ถึง 10 ล้านคนที่เข้ามาซื้อออนไลน์ เพราะตอนนั้นยังไม่มีเม็ดเงินมหาศาลเข้ามาทุ่มในตลาดออนไลน์

พร้อมเพย์ยังไม่มี เรายังโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มอยู่เลย โมบายแบงกิ้งน่าจะเพิ่งเข้ามา ฯลฯ เมื่อ 10 ปีก่อน ขนส่งมีอยู่เจ้าเดียว คือไปรษณีย์ไทยที่ตอนนั้นยังไม่ดีเท่าตอนนี้ อีคอมเมิร์ซยังเป็นช่วงเริ่มต้นมาก ๆ

ช่วงนั้นยังเป็นช่วงที่เพิ่งมี iPhone 5ที่ยังไม่มี fingerprint อินเทอร์เน็ตเพิ่งเริ่มเป็น 4G ในเชิงการตลาดออนไลน์ยุคนั้น “เฟซบุ๊ก” ยังโอเคอยู่ “ไอจี” ยังเป็นช่วงเริ่มต้น ยังไม่มีอะไรเท่าไหร่

Advertisment

เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว “โทรทัศน์” ยังได้รับความนิยม ยังคงมีอิทธิพลอยู่ ในขณะที่หนังสือพิมพ์เริ่มลดความนิยมลง แมกาซีนยังพอมีพออยู่ได้ แต่ค่อย ๆ ปิดตัวลงไปหลายหัว สังเกตดี ๆ ว่าชีวิตเราเปลี่ยนไปเยอะมากเราดุูข้อมูลต่าง ๆ จากคอมพิวเตอร์ สื่อเดิม ๆ ยังมีผลอยู่

แต่เมื่อเราดึงกลับมาดูที่ปัจจุบันแทบไม่เหลือแล้ว เราแทบไม่ได้หยิบแมกาซีนที่เป็นกระดาษขึ้นมาดูกันแล้ว เราหันไปอ่านบนอินเทอร์เน็ต หรือออนไลน์มากขึ้น ผมมองว่าตัวเปลี่ยนที่เร่งจริง ๆ ก็คือในช่วงยุคหลังโดยเฉพาะโควิดเป็นตัวที่เร่ง และมันเร่งทั้งประเทศ

ตอนนี้ที่บ้านผมพูดได้เลยว่าอาหารสั่งฟู้ดดีลิเวอรี่แทบจะ 100% เลย มันเปลี่ยนไปเยอะมากโดยเฉพาะช่วง 3 ปีที่ผ่านมา วิธีการใช้ชีวิตมันเป็นคนละเรื่องเลย

แต่คำถามที่จะถามต่อไปคือ อนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้าที่กำลังจะมาถึงจะเป็นอย่างไร

Advertisment

ผมเริ่มมองเห็นอะไรบางอย่างที่กำลังจะเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ ตัวแรกที่จะมาเป็นจุดเปลี่ยนหนัก ๆ ก็คือ AI

จริง ๆ ผมก็เป็นคนที่คุ้นเคยกับ AI มานานพอสมควร เพราะที่บ้านผมจะใช้ Google Assistant อยู่แล้ว ผมใช้ทุกวัน

แต่การมาของ ChatGPT มันเป็นการจุดประกายให้หลายบริษัทพยายามที่จะทำเทคโนโลยีเดียวกับ ChatGPT ฉะนั้นผมมองว่าในปีนี้ เราจะเริ่มเห็นเทคโนโลยีแบบ ChatGPT โคลนมาแบบเดียวกัน แต่ความสามารถอาจเก่งไม่เท่า หรืออาจเก่งกว่าด้วยซ้ำไป

นั่นหมายถึงมันจะเริ่มเข้าสู่ยุคของ AI ที่จะเก่งจริง ๆ

จากเดิมที่ google จะไปเอาคำตอบจากที่นั่นที่นี่มาให้ แต่ไม่ได้เอามาสังเคราะห์หรือวิเคราะห์ให้เรา แต่ตอนนี้บอกได้เลยว่า ChatGPT น่าจะเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่างเลยทีเดียว ซึ่งมันจะเป็นอินฟราสตรักเจอร์ต่อไป

เราเคยเห็นว่าตู้เย็น ทีวี หรืออื่น ๆ ใช้เสียงสั่งได้ แต่ในยุคต่อไป ผมว่าแค่ 2-3 ปีข้างหน้า มันจะไม่ได้โต้ตอบเราแบบถามคำตอบคำแล้ว แต่จะเหมือน AI ในภาพยนตร์ไอรอนแมนที่ชื่อ จาร์วิส (J.A.R.V.I.S.) ที่คุยโต้ตอบแบบมีอารมณ์ มีมุขตลกได้เลย ผมว่าเราคงจะได้เห็นในไม่เกิน 5 ปีนี้แน่นอน

มาถึงตรงนี้ ผมอยากให้ทุกท่านลองคิดดูว่าอีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร บางคนมัวแต่ทำงานไปเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาแล้วแก่ไป 10 ปี เราจะทำอะไรตอนนั้น แล้ววันนั้นเราอาจจะรู้สึกว่าทำไมเราไม่ทำอันนี้ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน เราอาจต้องวางแผนตัวเองอีก 10 ปีข้างหน้าในเชิงการทำงาน การลงทุน อาจต้องกลับมานั่งคิดจริงจังแล้ว

ผมมองไปอีก 10 ปีข้างหน้า รุ่นใหญ่ ๆ จะกลายเป็นรุ่นที่เริ่มเป็นรุ่นใหญ่อีกแบบหนึ่งที่ต่างจากเมื่อก่อน วันนี้คนรุ่นใหม่หรือคนรุ่นผมยังไม่แก่ ดูแลตัวเองดีขึ้น คนเริ่มเปลี่ยนไป อนาคตผู้ใหญ่คงไม่เหมือนเดิม วิธีคิด วิธีการทำงาน วิธีการทำธุรกิจ จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปครับ