คุณวาง เป้าหมายธุรกิจปี 2567 แล้วหรือยัง ?

คอลัมน์ : Pawoot.com
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

ปีนี้คุณและทีมงานของคุณรู้หรือยัง ว่าเป้าหมายขององค์กรคุณคืออะไร ? เท่าไร ? และทำยังไง ? หากยังไม่ได้ทำ ผมมีเทคนิคการวางเป้าหมายให้ธุรกิจเติบโตไปข้างหน้าได้ และทีมงานทุกคนเห็นเป้าเดียวกัน นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เพื่อทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกขึ้น ติดตามผลได้ดีขึ้น มีดังนี้

1.กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และวัดผลได้ เป้าหมายที่ดีควรมีความชัดเจน เป็นรูปธรรม และวัดผลได้ โดยสามารถกำหนดตามกรอบ SMART Goals ซึ่งประกอบด้วย

S (Specific) : เฉพาะเจาะจง เป้าหมายควรระบุให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร ต้องการบรรลุอะไร

M (Measurable) : วัดผลได้ เป้าหมายควรกำหนดตัวเลขหรือเกณฑ์วัดผลที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตามผล และประเมินได้ว่าบรรลุเป้าหมายแล้วหรือไม่

A (Attainable) : บรรลุได้ เป้าหมายควรมีความท้าทาย แต่ก็เป็นไปได้ เพื่อให้ทีมงานมีแรงจูงใจในการทำงาน

R (Relevant) : เกี่ยวข้อง เป้าหมายควรมีความเกี่ยวข้องและสอดคล้องกับกลยุทธ์หรือแผนธุรกิจขององค์กร

T (Time-bound) : มีกรอบเวลา เป้าหมายควรมีกำหนดเวลาชัดเจน เพื่อให้ทีมงานสามารถวางแผนและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.มีส่วนร่วมของทีมงาน เป้าหมายที่บรรลุได้ควรมีส่วนร่วมของทีมงานทุกคน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมายและรู้สึกเป็นเจ้าของเป้าหมายร่วมกัน ส่งผลให้ทุกคนมีแรงจูงใจในการทำงาน และมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย

3.สื่อสารเป้าหมายให้ชัดเจน หลังจากกำหนดเป้าหมายแล้ว ควรสื่อสารเป้าหมายให้ชัดเจนกับทีมงานทุกคน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมาย และแนวทางการดำเนินการ การสื่อสารเป้าหมายสามารถทำได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การประชุม เอกสาร หรือสื่อออนไลน์ และสื่อสารกับทีมอยู่สม่ำเสมอ เช่น ทุกอาทิตย์ ทุกเดือน เพื่อให้เห็นว่าเราห่าง หรือใกล้เป้าหมายขนาดไหนแล้ว

4.นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เทคโนโลยีสามารถช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกขึ้น รวมถึงช่วยให้ติดตามผลได้ดีขึ้น ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เช่น การใช้ซอฟต์แวร์วางแผนและติดตามโครงการ (Project Management Software) เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนและติดตามความคืบหน้าของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ,

การใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล (Business Intelligence Software) เพื่อช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและข้อมูลเชิงลึก เพื่อใช้ในการตัดสินใจ และการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อใช้ในการสื่อสารและติดตามความคิดเห็นของลูกค้า เป็นต้น

5.ติดตามผลและประเมินผล การติดตามผลและประเมินผลเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทราบว่าการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ หากพบว่าการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ควรมีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม

ตัวอย่างการนำเทคนิคต่าง ๆ ข้างต้นไปประยุกต์ใช้ เช่น บริษัท XYZ กำหนดเป้าหมายที่จะเพิ่มยอดขาย 10% ในปีหน้า โดยมีส่วนร่วมของทีมงานทุกคนในการกำหนดเป้าหมาย และแนวทางการดำเนินการ จากนั้นใช้ซอฟต์แวร์วางแผนและติดตามโครงการเพื่อวางแผนการดำเนินงานและติดตามความคืบหน้า รวมถึงใช้โซเชียลมีเดียเพื่อใช้ในการสื่อสารและติดตามความคิดเห็นของลูกค้า

หรือกรณีบริษัท ABC กำหนดเป้าหมายที่จะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ โดยใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ รวมถึงใช้โซเชียลมีเดียเพื่อใช้ในการสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ เป็นต้น


เทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจทุกประเภท โดยควรพิจารณาถึงบริบทและลักษณะเฉพาะของธุรกิจแต่ละแห่ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะครับ