แชร์ประสบการณ์ “เปิดบัญชีธนาคารใน สปป.ลาว”

JDB bank
คอลัมน์ : Pawoot.com
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสไปเยือนที่ธนาคารอันดับ 3 ของประเทศลาว มีชื่อว่า “JDB” หรือในชื่อเต็มว่า “Joint Development Bank” เป็นธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งในลาว ใครมีโอกาสไปจะทราบดีว่า ลาวไม่ได้ใช้สกุลเงินเพียงแค่ “กีบ” อย่างเดียว แต่ยังมีสกุลเงินอื่น ๆ ด้วย เช่น สกุลเงิน “บาท” หรือ “ดอลลาร์” ล่าสุดมีสกุลเงิน “หยวน” ที่สามารถใช้จ่ายที่ลาวได้เช่นกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ หากคุณไม่ใช่ประชากรในลาว คุณก็สามารถเปิดบัญชีธนาคารในลาวได้ เพียงแค่คุณมี Passport เล่มเดียวเท่านั้น ซึ่งผมได้มีโอกาสเปิดบัญชีธนาคารของ สปป.ลาว เช่นกัน เป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่โดยปกติแล้วหากเราไปต่างประเทศ ส่วนใหญ่ถ้าคุณมีความประสงค์ที่จะเปิดบัญชีธนาคารของประเทศอื่น ๆ ธนาคารมักจะขอที่อยู่ของคุณ หรือขอ Work Permit เพื่อดูว่าคุณนั้นมีการทำงานที่ประเทศนั้นหรือไม่

ทั้งนี้ หากใครที่เปิดบัญชีธนาคารที่ลาว คุณสามารถเลือกได้ว่า คุณอยากให้สกุลเงินของคุณเป็นสกุลเงินประเภทใด เช่น เปิดบัญชีธนาคาร แต่เป็นสกุลเงินดอลลาร์ เป็นต้น จากนั้นหากคุณทำรายการเปิดบัญชีต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะมอบบัตร ATM และให้คุณดาวน์โหลด e-Banking

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งคือ เรื่องอัตราดอกเบี้ยฝากประจำของธนาคารซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก ถ้าคุณมีการฝากประจำ 24 เดือนขึ้นไป และฝากเป็นสกุลเงินบาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 6% แต่ถ้าฝากเป็นสกุลเงินกีบ จะได้รับอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5.25% เท่านั้น ซึ่งการฝากประจำ คุณสามารถฝากประจำได้สูงสุดอยู่ที่ 60 เดือน และจะได้อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 7.25%

ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยได้มีโอกาสร่วมมือกับธนาคาร JDB ของ สปป.ลาว ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญของการขยายบริการของธนาคารกสิกรไทย และต่อไปในช่วงเดือนเมษายนจะมีการร่วมมือระหว่างรัฐของไทยและของ สปป.ลาว ดังนั้นหากใครที่ไปยัง สปป.ลาว และต้องการชำระค่าสินค้า หากว่าสินค้าชิ้นนั้นมี QR Code ของธนาคาร JDB คุณก็สามารถใช้แอปพลิเคชั่น K PLUS ของธนาคารกสิกรไทยสแกนชำระสินค้าได้โดยการจ่ายเป็นเงินบาท และแปลงไปเป็นสกุลเงินกีบในทันที

นอกจากที่แบงก์ชาติของลาวจะครอบคลุมเรื่องธนาคารแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงในเรื่องบริการที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอีกด้วย ซึ่งธนาคาร JDB จะมีเครือบริษัทลูกที่ทำเกี่ยวกับ Crypto Exchange และได้รับ License เพียงเจ้าเดียวเท่านั้น มีชื่อบริษัทว่า “BitQik” ทางธนาคาร JDB ได้มีการเชื่อมโยงระบบของธนาคารเข้ากับระบบของคริปโต

ฉะนั้นหมายถึงว่าหากคุณมีเงินคริปโต คุณก็สามารถโอนเงินมาจากไหนก็ได้ทั่วโลก และคุณยังสามารถนำเงินเหล่านั้นมาเปลี่ยนเป็นสกุลเงินท้องถิ่นแล้วโอนเข้ากับธนาคารของคุณได้ทันที ต้องยอมรับว่าทางแบงก์ชาติของประเทศลาวค่อนข้างจะเปิดกว้างมากกว่าแบงก์ชาติของประเทศไทย เนื่องจากประชากรของประเทศลาวนั้นมีเพียงแค่ 7 ล้านคน จึงทำให้เรื่องกฎระเบียบอาจจะยังไม่เคร่งมากเท่าไหร่


ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจในลาวอาจจะไม่ได้ดีเท่าไหร่ สุดท้ายแล้วผมมองว่าเป็นโอกาสที่ดีหากใครที่มีความสนใจและอยากจะไปทำธุรกิจที่ลาว เพราะในเรื่องกฎระเบียบอาจจะได้รับการผ่อนปรนมากกว่า ทั้งยังเป็นการเปิดกว้างทางความคิดใหม่ ๆ เพราะคุณจะสามารถทำธุรกิจได้หลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงเรื่องความคล่องตัวในการทำธุรกิจอีกด้วย