“จีน” กับ “ฝรั่ง”

คอลัมน์ คนเดินตรอก

โดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร

จีนกับฝรั่งแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยไว้ใจกัน ทั้ง ๆ ที่ฝรั่งได้ผลประโยชน์จากจีนมหาศาลและคิดแต่จะใช้จีนเป็นตลาดระบายสินค้าของตน แต่ก็แพ้จีนเสมอมา หนัก ๆ เข้าก็ใช้นโยบายเรือปืนมาบีบ บังคับจีนให้เปิดตลาดสินค้าเป็นระยะตลอดมา ปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ เพราะจีนเป็นผู้ค้นคิดของใหม่ ๆ ให้กับชาวโลกมาก่อนฝรั่งตะวันตก เช่น การเลี้ยงไหม การทำผ้าแพร จีนก็เป็นผู้ทำมาก่อนและมีชื่อจนมีคำพูดติดปากว่า “แพรเซี่ยงไฮ้ ไหมหางโจว” เป็นของเยี่ยมยอด ดินปืนจากมูลค้างคาว เอามาผสมกับกำมะถันและถ่าน ทำปะทัด ทำพลุ ดอกไม้ไฟและอื่น ๆ จีนก็ทำก่อนเพื่อน ทำเอาไว้ใช้จุดเฉลิมฉลอง แต่ฝรั่งเอาไปต่อยอดพัฒนาเป็นปืน เอามาข่มเหงจีนอีกทีหนึ่ง

สงครามการค้าระหว่างจีนกับฝรั่ง ไม่ใช่เพิ่งเกิดแต่เคยเกิดมาแล้ว ในสมัยพระเจ้าเฉียนหลง ทรงหลงใหลเครื่องปั้นดินเผาของจีนเป็นอันมาก ใช้พระราชทรัพย์ทำการวิจัยพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาของจีน จนเป็นที่นิยมอย่างมากในยุโรปและภูมิภาคเอเชียตะวันออก จีนจึงส่งเครื่องปั้นดินเผา ส่งผ้าแพร ผ้าไหม เครื่องโลหะไปขายในตลาดยุโรป เกินดุลการค้ายุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมทั่วโลก อังกฤษมาเจรจาขอให้จีนซื้อของอังกฤษและยุโรปบ้าง เพื่อลดการขาดดุลการค้ากับจีน ที่ทำให้ทองคำทั่วโลกมากองอยู่ที่เมืองจีน สมัยก่อนใช้ทองคำและเงินเป็นเงินตรา เงินกระดาษยังไม่มี พระเจ้าเฉียนหลงตอบอังกฤษไปว่า เมืองจีนนั้นมีทุกสิ่งทุกอย่างที่จะใช้อุปโภคบริโภคอยู่แล้ว ไม่รู้จะซื้ออะไรจากอังกฤษและยุโรป สินค้าของยุโรปก็มีแต่ของคุณภาพต่ำ ไม่สวยงาม ไม่รู้จะเอามาทำอะไร อังกฤษหมดหนทางแข่งขันทางการค้ากับจีนจนทองคำจะหมดท้องพระคลัง จึงนำฝิ่นจากอินเดียเข้ามาขายในเมืองจีน คนจีนติดฝิ่นกันงอมแงม ยิ่งรวยก็ยิ่งติดฝิ่น เพราะพ่อแม่หาฝิ่นมาให้ลูกชายสูบ จะได้อยู่บ้านไม่ออกไปเที่ยวเตร่ ปรากฏว่าดุลการค้าระหว่างอังกฤษกับจีนดีขึ้น เมื่อราชสำนักจีนเห็นพิษภัยของการบริโภคฝิ่น ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษ ก็ออกกฎหมายห้ามนำเข้าฝิ่น แต่อังกฤษไม่ฟัง จีนจึงยิงเรืออังกฤษ อังกฤษจึงถือเป็นเหตุประกาศสงครามกับจีนกลายเป็นสงครามฝิ่น ในที่สุดจีนแพ้ต้องทำสนธิสัญญาเสียเปรียบ ยกเกาะฮ่องกงให้พร้อมกับให้เช่าที่ดินที่เป็นเมืองท่า พร้อมทั้งแบ่งพื้นที่เป็นเขตเช่า จนกระทั่งมีการยกเลิกสัญญา เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนโดยประธานเหมา เจ๋อตุง สามารถยึดพื้นที่ได้ทั้งหมด แต่ไม่ยึดฮ่องกง เกาลูน และพื้นที่บนผืนแผ่นดินใหญ่คืน


ประธานเหมา เจ๋อตุง เคยพูดว่าประเทศจีนนั้นไม่เคยรุกรานประเทศใด มีแต่ถูกต่างชาติหรือต่างเผ่าพันธุ์รุกรานและปกครองจีน แล้วนำเอาดินแดนของตนมาผนวกรวมเข้ากับจีน เช่น มองโกล มารุกรานจีนก็นำมองโกเลียมาผนวกกับจีน เจ้าผู้ครองแคว้นซินเกียง เมื่อสามารถรวบรวมดินแดนของเผ่าต่าง ๆ ในแคว้นซินเกียงสำเร็จก็มาขอสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าเฉียนหลง ซินเกียงทั้งหมดมารวมเข้ากับจีน ดาไลลามะ พระสงฆ์ผู้ครองทิเบตก็เข้ามาสวามิภักดิ์กับราชสำนักราชวงศ์ชิง เป็นต้น เมื่อชาวแมนจูเข้มแข็งขึ้นยกทัพมาช่วยฮ่องเต้องค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิง มาถึงก็พบว่าโจรโพกผ้าเหลืองชนะ ฮ่องเต้ไปผูกคอสวรรคต เมื่อขับไล่กบฏได้แล้วก็นำเอาแคว้นแมนจูเรียมาผนวกเข้ากับจีนและปกครองจีนตลอดมา จน ดร.ซุน ยัดเซ็น ทำการปฏิวัติสำเร็จ ดินแดนต่าง ๆ ที่อยู่รอบนอก เช่น ซินเกียง มองโกเลีย แมนจูเรีย ล้วนแต่เป็นเจ้าผู้ครองแคว้นเหล่านั้นที่นำมารวมกับจีนทั้งสิ้น จีนจึงไม่ใช่ประเทศนักล่าเมืองขึ้นเหมืองฝรั่ง เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส ดัตช์ ซึ่งเป็นต้นตระกูลของสหรัฐอเมริกา ทั้งทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ และที่อื่น ๆ ที่ผ่านมาจีนมุ่งมั่นเอาชนะในเวทีการค้า ไม่เคยคิดชนะด้วยการทำสงครามอาวุธแต่ฝรั่งก็ไม่เคยไว้ใจจีน พยายามปิดล้อมจีน ทั้งตะวันตก ตะวันออกและทางใต้ กองทัพจีนและพรรคคอมมิวนิสต์จีนให้ความช่วยเหลือทางอาวุธและการเงินแก่พวกคอมมิวนิสต์ประเทศอื่นเมื่อได้รับการร้องขอ แต่จะไม่เข้าไปปลดปล่อยด้วยกำลังทางทหาร แม้แต่กรณีกัมพูชาที่กองทัพเวียดนามบุกเข้าไปยึดครอง จีนก็ทำสงครามสั่งสอนกับเวียดนามเท่านั้น

มาครั้งนี้ประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอย เมื่อ เติ้ง เสี่ยวผิง ปฏิรูปประเทศ ปราบแก๊ง 4 สหาย หรือสี่นั้งปั้งสำเร็จ ปราบจลาจลเทียนอันเหมิน ที่นำโดย จ้าว จื่อหยาง นำนโยบาย 4 ทันสมัยมาใช้จนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ กลับไปเหมือนสมัยพระเจ้าเฉียนหลง ที่จีนผลิตสินค้าและบริการถึงร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 ของปริมาณการส่งออกของโลก ทำให้เศรษฐกิจของจีนขยายตัวด้วยตัวเลข 2 หลักเป็นเวลานานกว่า 20 ปี ก่อนที่จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 6-7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ยังเป็นเศรษฐกิจที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุดในโลกอยู่ จีนสะสมทุนสำรองในรูปทองคำและเงินดอลลาร์สหรัฐมากที่สุดในโลก คิดเป็นมูลค่ากว่า 3-4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผู้ที่ขาดดุลการค้ากับจีนมากที่สุดก็คือฝรั่ง อันได้แก่ สหรัฐอเมริกากับยุโรปนั้นเอง แต่สหรัฐดูจะหนักกว่าเพื่อน ส่วนประเทศในเอเชียตะวันออกพลอยเกินดุลการค้าตามจีนไปด้วย

ถึงแม้เงินดอลลาร์จะเป็นเงินที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก เป็นเงินที่สามารถชำระหนี้ระหว่างประเทศและใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ เงินดอลลาร์อยู่ในมือของชาวโลกประมาณ 2 ใน 3 อยู่ในมือคนอเมริกันประมาณ 1 ใน 3 ดุลการค้าสหรัฐอเมริกาก็ยังขาดทุนซึ่งเท่ากับว่าคนอเมริกันซื้อของชาวโลกเขามากกว่าขายของให้กับชาวโลกทุกปี ใหม่ ๆ ก็ดีใจ แต่ตอนนี้ตัวเองต้องเก็บภาษีเอาไปชำระต้นและดอกเบี้ยมากขึ้นทุกปี แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะค่อนข้างต่ำ แต่ภาวะคืนเงินต้นเพื่อกู้ใหม่ก็ยังสูง สหรัฐกลายเป็นประเทศที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เงินปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษ ซึ่งอยู่ในมาตรฐานทองคำยังเป็นที่ยอมรับว่าเป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้และเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศได้ แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษบอบช้ำมาก ประเทศต่าง ๆ ที่มีเงินปอนด์ ก็นำเงินปอนด์มาแลกทองคำจากธนาคารแห่งประเทศอังกฤษจนทองคำร่อยหรอ จนอังกฤษต้องประกาศออกจากมาตรฐานทองคำ ขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกาก็หักหลังอังกฤษ หันไปทำสัญญากับซาอุดีอาระเบียและประเทศอาหรับอื่น ๆ ว่า ถ้าขายน้ำมัน ตนจะรับแต่เงินดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น เงินปอนด์สเตอร์ลิงก็ไม่เอา ทำให้อเมริกาสามารถพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมาได้มากขึ้นโดยค่าเงินที่เทียบไว้กับทองคำไม่ตก ขณะเดียวกันค่าเงินปอนด์ก็ตกอย่างต่อเนื่องจนหมดความเชื่อถือไป เงินดอลลาร์จึงเข้ามาแทนที่เงินปอนด์ได้

เมื่อสหรัฐอเมริกาทำสงครามยืดเยื้อกับเวียดนาม ซึ่งมีสหภาพโซเวียตในขณะนั้นหนุนหลัง สหรัฐอเมริกาก็ขาดดุลการค้ามากมาย ธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ไม่ไว้ใจ นำเอาทุนสำรองที่เป็นดอลลาร์มาแลกเป็นทองคำ ทำให้ทุนสำรองที่เป็นทองคำของสหรัฐร่อยหรอลง ค่าเงินดอลลาร์ที่เคยตรึงไว้กับทองคำ 36 ทรอยออนซ์ก็รักษาไว้ไม่ได้ ทองคำจะหมดจนต้องประกาศออกจากมาตรฐานของทองคำในปี 1972 หลังจากนั้นเงินดอลลาร์ก็เป็นกระดาษที่ยังเป็นที่ยอมรับเท่านั้น ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ที่ถือดอลลาร์ไม่มีสิทธิ์มาแลกทองคำจากธนาคารกลางสหรัฐได้

บัดนี้จีนกำลังจะก้าวเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง จีนกำลังจะทำให้เงินหยวนกลายเป็นเงินตราระหว่างประเทศ แข่งกับเงินดอลลาร์สหรัฐที่จะเป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ระหว่างประเทศ และจะถึงขั้นให้ประเทศอื่นที่ซื้อสินค้าและบริการจากจีนสามารถชำระหนี้เป็นเงินหยวนได้และสามารถส่งของมาจีนโดยรับชำระค่าสินค้าเป็นเงินหยวนจากจีนได้ หลังจากที่ได้ทดลองทำที่ฮ่องกงจนประสบความสำเร็จมาแล้ว ไม่มีใครกล้ามาโจมตีเงินหยวนและเงินฮ่องกงได้ ทั้ง ๆ ที่ฮ่องกงใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่ตรึงค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงไว้กับเงินดอลลาร์สหรัฐ เงินหยวนจีนตรึงค่าเงินไว้กับตะกร้าของเงินตราสกุลสำคัญ ๆ 10 สกุลโดยไม่เปิดเผยสัดส่วน แต่จากการสังเกตตะกร้าเงินที่จีนใช้ตรึงค่าเงินของตนนั้น น่าจะมีเงินดอลลาร์สหรัฐกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นทองคำและเงินยูโร เงินปอนด์บ้างไม่มาก

กองทุนอีแร้งของปีศาจการเงินจากสหรัฐ เคยโจมตีเงินดอลลาร์ฮ่องกงแต่ถูกตอบโต้ด้วยทุนสำรองจากปักกิ่ง ทำให้พวกกองทุนอีแร้ง พวกโซรอส ขาดทุนไปเป็นจำนวนมากจนต้องล่าถอยออกไป

โดยฮ่องกงไม่ต้องประกาศลอยตัวค่าเงินแบบเงินบาทของไทย ฮ่องกงยังคงตรึงค่าเงินของตนไว้กับเงินดอลลาร์สหรัฐต่อไป

การจะทำให้เงินหยวนเป็นเงินตราระหว่างประเทศ หรือ “Internationalized Yuan” ก็ทำวิธีเดียวกับสหรัฐ หรือไปตกลงกับประเทศซาอุดีอาระเบียและอาหรับ ให้ขายน้ำมันเป็นเงินหยวนแทนที่จะเป็นดอลลาร์อย่างเดียวต่อไป เราก็คงจะเห็นตลาดเปโตรหยวนควบคู่กับเปโตรดอลลาร์ด้วย ถ้าอาหรับรับเงินหยวนจากจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ประเทศอื่นก็กล้ารับเงินหยวนเมื่อส่งสินค้าเข้าไปขายในจีน เพราะสามารถนำมาใช้ชำระหนี้ค่าน้ำมันจากอาหรับได้ นอกจากชำระหนี้จากการนำเข้าสินค้าและบริการจากจีน เงินหยวนก็จะกลายเป็นเงินตราระหว่างประเทศได้สหรัฐคงเหมือนอังกฤษสมัยสงครามฝิ่น แต่ครั้งนี้จะรังแกจีนด้วยกำลังอาวุธไม่ได้แล้ว เพราะจีนก็เป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์เหมือนกัน เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วย ขู่จีนได้ก็แค่จะไม่ซื้อของจากจีน แต่ก็ไม่รู้จะไปซื้อใครที่มีของขายให้ในราคาถูก ตัวเองผลิตได้ก็แพง ในที่สุดคงเหลว