นักท่องเที่ยวจีน ลุยเมืองไทย

นักท่องเที่ยวจีน

คอลัมน์ คนเดินตรอก
โดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลายเป็นแหล่งที่นำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศมากที่สุด ธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นกิจการที่ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดการจ้างงานมากที่สุด มากกว่าอุตสาหกรรมการส่งออกอื่น ๆ เป็นอุตสาหกรรมที่สัดส่วนของมูลค่าเพิ่มที่ตกอยู่ในประเทศสูงกว่าอุตสาหกรรมการส่งออกอื่น ๆ มากมาย เพราะอุตสาหกรรมการส่งออกอื่น ๆ มีสัดส่วนของการนำเข้าสูง สัดส่วนของมูลค่าเพิ่มในประเทศต่ำ

ประเทศไทยเราโชคดีที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างดี เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ยกเว้นฮ่องกง และสิงคโปร์ ซึ่งพัฒนามาจากการเป็นท่าเรือปลอดภาษี

ฮ่องกงเลยเป็นช่องที่สาธารณรัฐประชาชนจีนใช้เป็นจุดส่งออกและนำเข้า เมื่อครั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนยังเคร่งครัดต่อลัทธิคอมมิวนิสต์ ส่วนสิงคโปร์นั้น อังกฤษเลือกเป็นศูนย์กลางของการเดินเรือในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยอาณานิคมแทนเมืองย่างกุ้งในประเทศพม่า เพราะเมืองย่างกุ้งอยู่ลึกขึ้นไปทางเหนือ และมีปัญหาการเมืองที่ควบคุมได้ยากกว่าสิงคโปร์ และมลายูในสมัยอาณานิคม

การค้นพบดีบุกทางภาคใต้ของไทยและมลายู ทำให้มีการนำเข้ากรรมกรจากประเทศจีน ซึ่งประสบความทุกข์ยากอดอยาก ผลิตอาหารไม่พอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน มณฑลกวางตุ้ง ฮกเกี้ยน และ ไหหลำ แรงงานจีนจึงเป็นแรงงานที่มีราคาถูกในประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนปัจจุบันชาวจีนที่อพยพหนีความยากจน อดอยาก มาอยู่ในประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บางประเทศกลายเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ บางประเทศมีจำนวนเท่ากับคนในประเทศ และผสมปนเปกับคนพื้นเมืองในกรณีของประเทศไทย หรือประเทศอื่น ๆ ที่คนจีนที่อพยพเข้ามายอมรับนับถือศาสนาท้องถิ่น เช่น ศาสนาอิสลามในกรณีของมาเลเซียและบรูไน ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ในกรณีของฟิลิปปินส์ เป็นต้น

ในกรณีของประเทศไทยนั้น ลูกหลานจีนที่อพยพมาอยู่ในเมืองไทยส่วนมากจะมาเพียงคนเดียว ไม่ได้นำครอบครัวมาด้วยและมาแต่งงานกับหญิงไทย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของไทยอยู่แล้วที่ผู้หญิงจะเป็นใหญ่ในครอบครัวและครอบงำบุตรธิดา ไม่ยอมพูดจีนกับลูก ๆ เพียงรุ่นที่สาม บรรดาหลานจีนก็เป็นคนไทยอย่างสมบูรณ์ และไม่สามารถพูดภาษาจีนได้เป็นส่วนใหญ่ รับวัฒนธรรมไทย เข้าโรงเรียนไทย บวชเรียนในพุทธศาสนาแบบไทย กลายเป็นไทยในที่สุด


คนไทยโดยพื้นฐานเป็นชาวไร่ชาวนา ไม่มีความถนัดในการค้าขาย ส่วนลูกจีนไม่มีสิทธิ์ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน อาชีพทำนา ทำสวนเป็นอาชีพสงวนไว้ให้คนไทย ธุรกิจการค้า บริการการเงิน การส่งออกนำเข้าจึงอยู่ในมือคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งไม่แสดงตนว่าเป็นจีนอีกต่อไป เพราะเปลี่ยนจากการใช้แซ่มาเป็นการใช้นามสกุล เพียงแต่นามสกุลยาวสักหน่อย และใช้คำแรกให้เห็นเค้าว่ามาจากแซ่เดิมว่าอะไร

ชาวจีนที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารเหล่านี้ได้นำเอาวัฒนธรรมการอยู่ การกิน การทำงาน ขยันขันแข็ง อดทนมัธยัสถ์ สร้างฐานะจนกลายเป็นผู้สร้างเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้า เป็นผู้สะสมทุนให้กับประเทศและสามารถได้รับการศึกษาระดับสูงจากทั้งในและต่างประเทศ สามารถไต่เต้าในสังคมเป็นชนชั้นนำของประเทศได้ แต่ขณะเดียวกันก็รับเอาวัฒนธรรมของไทย ทั้งในด้านความเป็นไทย ความเป็นอยู่ อาหาร แม้จะมีอิทธิพลจากอาหารจีนก็ไม่ทิ้งรสชาติแบบอาหารไทย ซึ่งไม่เหมือนของใครไว้ด้วย

นักท่องเที่ยวจีนเมื่อมาพบความแปลกใหม่ ที่จะเป็นจีนก็ไม่ใช่ เป็นไทยก็ไม่เชิง ประกอบกับกิริยามารยาทเจ้าของบ้านแบบไทยซึ่งอ่อนโยนนุ่มนวล ไม่แข็งกระด้างแบบจีนแท้ ๆ ในบ้านของตน จึงรู้สึกประทับใจ

ที่แปลกมากก็คือ คนจีนประทับใจกับผลไม้ไทย เช่น ทุเรียน มะม่วงสุก มังคุด เงาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน ซึ่งเราได้พัฒนาพันธุ์ไปไกลกว่ามาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่ยังนิยมบริโภคทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองอยู่ ถ้าไปเมืองจีนจะเห็นทุเรียน มังคุด เงาะ มีขายในเมืองใหญ่ ๆ ทุกเมือง จากเหนือจดใต้ จากตะวันออกจดตะวันตก

เรื่องอาหาร เรื่องผลไม้ เป็นเครื่องดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจีนมาก พอ ๆ กับเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหาดทรายที่นุ่ม ขาวสะอาด เรื่องภาษา แม้คนไทยจะพูดจีนได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็รู้สึกอบอุ่นว่าเป็นญาติ ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เรื่องนี้คนไทยเก่งในการเอาใจแขกที่มาเยี่ยมเยียนอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว เมื่อพบกันกับคนไทยก็สามารถนับญาตินับแซ่กันได้ เสียอย่างเดียวคนไทยรู้ตัวหนังสือจีนน้อยมาก ไม่เหมือนญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพราะเราเคยถูกห้ามเรียนภาษาจีนในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และภาษาเวียดนามในยุคสงครามเย็น

นักท่องเที่ยวจีนนั้นมีทุกระดับ คือ ระดับบน ระดับกลาง และระดับล่าง กระจายกันออกไปในภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย ภาคอีสานไปถึงลาว กรุงเทพฯ พัทยา หัวหิน ภาคใต้ ภูเก็ต และเมืองอื่น ๆ นโยบายการพัฒนาเมืองรองที่อยู่ใกล้เคียงกับเมืองท่องเที่ยวก็น่าจะเป็นนโยบายที่ดี จะสำเร็จหรือไม่คงอยู่ที่การประชาสัมพันธ์ แม้การบริหารจัดการสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม ภัตตาคาร ซึ่งต้องการการประสานงานและการมีผลประโยชน์ร่วมกันกับบริษัทท่องเที่ยวจีน

ความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งเป็นสาเหตุการตายที่มีอัตราสูงที่สุดในโลก การบริการเรื่องสาธารณสุขเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ถ้าโครงการขยายไปสู่การพัฒนาเมืองรองให้เป็นเมืองท่องเที่ยวได้ก็จะยิ่งกระจายผลประโยชน์ในวงกว้างยิ่งขึ้น

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปเดินที่ตลาดนัดจตุจักร หรือเดินที่ย่านห้วยขวาง ที่เยาวราชสุขุมวิท จะเห็นนักท่องเที่ยวจีนเดินกันขวักไขว่ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกชื่อร้านก็ดี เมนูอาหาร และอื่น ๆ มีอักษรจีนกำกับอยู่คู่กับภาษาไทยและภาษาอังกฤษเสมอ ถ้าไม่มีก็อาจจะทำแยกไว้เฉพาะ ซึ่งเรียกหาได้ถ้าต้องการ แต่พนักงานคนไทยทุกวันนี้ก็พูดภาษาจีนงู ๆ ปลา ๆ แต่ก็ใช้การได้ไม่มีปัญหา

ขณะเดียวกัน คนไทยก็นิยมเดินทางไปเที่ยวเมืองจีน และหลายคนต้องการกลับไปเยี่ยมชมสถานที่ที่บรรพบุรุษเคยอยู่ เคยทำมาหากิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดแต้จิ๋วในมณฑลกวางตุ้ง ที่มณฑลฮกเกี้ยนและที่เกาะไหหลำ ซึ่งบัดนี้ทุกแห่งเจริญก้าวหน้าเหมือนฮ่องกง หรือเซี่ยงไฮ้ไปหมดแล้ว ภาพที่เคยเล่าขานถึงความอดอยากยากไร้ จนต้องหนีออกไปเป็นแรงงานสร้างทางรถไฟในอเมริกา เป็นแรงงานในเหมืองดีบุกและสวนยางที่ภาคใต้ หรือที่มลายู หรือสิงคโปร์ ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว

เคยถามคนจีนที่เป็นนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ แถว ๆ ห้วยขวางว่า ทำไมชอบมารับประทานอาหารจีนในเมืองไทย ทั้ง ๆ ที่ความหลากหลายก็มีน้อยกว่าเมืองจีน รสชาติก็ผิดแปลกไปหมด เพราะคนไทยเติมพริก เติมน้ำมะนาว

ได้รับคำตอบว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเสน่ห์ของภัตตาคารจีนในเมืองไทย เพราะกุ๊กหรือผู้ปรุงประกอบอาหารไม่ใช่จีนแท้ แต่เป็นคนไทยจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอิสานเสียเป็นส่วนใหญ่ ที่ฝึกฝนจนกลายเป็นหัวหน้าพ่อครัว ซึ่งเกิดขึ้นทั้งภัตตาคารจีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง แขก พ่อครัวชาวอีสานทำได้หมด รสอาหารจึงมีกลิ่นอายไทย ๆ ยกเว้นภัตตาคารในโรงแรม 5 ดาวจริง ๆ จึงจะใช้พ่อครัวของชาตินั้น ๆ มาประกอบอาหาร ซึ่งไม่ใช่สถานที่ที่บริษัทท่องเที่ยวจะพาไป ถ้าจะรับประทานก็เป็นบุฟเฟต์ ซึ่งตักได้ตามใจชอบ จนกลายเป็นข่าว

ความจริงไม่ใช่แต่เฉพาะนักท่องเที่ยวจีนเท่านั้นที่มีพฤติกรรมอย่างนั้น คนไทยเราก็เหมือนกัน สังเกตได้จากการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ ผู้ถือหุ้นจำนวนมากเอาปิ่นโต หม้อโถโอชาม มาแย่งกันตักอาหารที่บริษัทจัดเลี้ยงอย่างไม่อายใคร เป็นภาพที่เหลือเชื่อสำหรับคนที่พบเห็นเหมือนกัน

สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งประเทศไทยได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้านเป็นอันมาก เราก็ควรจะต้องถนอมรักษาและควรจะถือว่านักท่องเที่ยวจีนที่มาเยือนเมืองไทยเป็นแขก หรือเป็นลูกค้าที่นำเงิน นำงาน นำศิลปวัฒนธรรมของเราออกไปเผยแพร่ เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวน ชาวนา โรงแรม ห้างสรรพสินค้าทั่วไปหมด

ถ้า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แพ้เลือกตั้งเมื่อครบวาระ แล้วผู้นำพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้ง การค้าขายระหว่างจีนกับอเมริกาก็คงจะเฟื่องฟูอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชาวโลก

เรื่องการทหาร จีนอาจจะสู้ฝรั่งไม่ได้ แต่เรื่องการค้าขาย จีนไม่เคยแพ้ฝรั่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และคงจะเป็นอย่างนั้นต่อไป

การที่นักท่องเที่ยวจีนมาบุกไทยย่อมเป็นโชคของเรา

Previous articleสิทธิบัตรสารสกัดกัญชา ตัวอย่างการใช้ “PCT”
Next articleวงการนักเขียนอาลัย สิ้นตำนานน้ำหมึก ‘อาจินต์ ปัญจพรรค์’ เจ้าของผลงานดัง ‘เหมืองแร่’