ประวิตร ไฟเขียวต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก 3 เดือน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ประวิตร นั่งหัวโต๊ะ คกก.บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ไฟเขียวต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก 3 เดือน ตั้งแต่ 20 ธ.ค. 65-19 มี.ค. 66 ย้ำเจ้าหน้าที่รัฐระวังละเมิดสิทธิมนุษยชน เร่งขยายผลจับกุมคาร์บอมบ์นราธิวาส

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งที่ 4 โดยที่ประชุมรับทราบสถานการณ์และการบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและข้อมูลตัวชี้วัดในพื้นที่ที่ผ่านมา

พล.อ.คงชีพกล่าวว่า ต่อจากนั้นที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาถึงเหตุการณ์และสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่และเห็นชอบการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยกเว้น อ.ศรีสาคร อ.สุไหงโก-ลก อ.แว้ง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส อ.ยะหริ่ง อ.ไม้แก่น อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และ อ.เบตง อ.กาบัง จ.ยะลา ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 3 เดือน

ทั้งนี้ ตั้งแต่ 20 ธ.ค. 65 และสิ้นสุดลงใน 19 มี.ค. 66 โดยครั้งนี้ไม่มีการปรับลดพื้นที่ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการป้องกัน ระงับ ยับยั้งสถานการณ์ในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที

พล.อ.คงชีพกล่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้ย้ำขอให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พิจารณาใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพ ระมัดระวังการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และให้มีการทบทวนการปรับลดพื้นที่ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับบริบทสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อเร่งขับเคลื่อนงานยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไปพร้อมกัน

“พร้อมทั้งขอให้เร่งสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ก่อเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเฉพาะต้องมีการเฝ้าระวังและเปิดเผยบุคคลเป้าหมายให้สาธารณชนทราบ รวมทั้งมีมาตรการระวังป้องกัน การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นมากขึ้น และขอเป็นกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกคน และขอให้ไม่ประมาทในการปฏิบัติงาน” พล.อ.คงชีพทิ้งท้าย