สุพัฒนพงษ์ ถกบอร์ดดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ โรดโชว์ดึงค่ายรถ EV สหรัฐ

สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์
แฟ้มภาพ ; สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์

สุพัฒนพงษ์ ถกบอร์ดดึงดูดนักลงทุน ปรับปรุงอุตสาหกรรมเป้าหมาย-LTR Visa ม.ล.ชโยทิต ผู้แทนการค้าไทย-หัวหน้าที่ปฏิบัติการเชิงรุก รายงานผลโรดโชว์สหรัฐ

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย (คสดช.) ครั้งที่ 1/2566 ผ่านระบบ Video Conference

สำหรับวาระเรื่องสำคัญที่ คสดช.จะพิจารณา โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นผู้เสนอ อาทิ การปรับปรุงอุตสาหกรรมเป้าหมายสำหรับการทำงานในประเทศไทยของผู้รับรองคุณสมบัติ Long-Term Resident Visa (LTR Visa) กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ การรับรองการเป็นตัวแทนให้แก่ชาวต่างชาติที่ยื่นขอรับรองคุณสมบัติขอตรวจลงตรา และขออนุญาตทำงานภายใต้ LTR Visa

ทั้งนี้ เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ม.ล.ชโยทิต กฤษดากร ผู้แทนการค้าไทยและหัวหน้าทีมปฏิบัติการดึงดูดนักลงทุนเชิงรุกได้นำคณะ อาทิ บีโอไอ เดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อดึงดูดนักลงทุน

นายสุพัฒนพงษ์เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า การโรดโชว์ต่างประเทศเพื่อดึงดูดการลงทุนตนได้มอบหมายให้ ม.ล.ชโยทิต เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาช่วงสิ้นเดือนมกราคม 2566 โดยเน้นการชักจูงนักลงทุนด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรมชั้นสูง อิเล็กทรอนิกส์ regional headquarter และ LTR ซึ่งต้องแข่งขันกับทุกประเทศที่มีความประสงค์จะดึงดูดการลงทุน

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจจะไปคุยกับบางรายที่เป็นบิ๊กเนมของสหรัฐ แต่ก็จะเกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัลเทคโนโลยี สำหรับใช้กับ EV และคลาวด์เซอร์วิส และเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้พบกับประธานสมาคมเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ ซึ่งได้รับการแนะนำรายชื่อบริษัทที่จะไปดึงดูดมาลงทุน โดยเขาชื่นชมว่าประเทศไทยมีศักยภาพ เพราะที่ผ่านมาได้ทำการสำรวจประจำปี ซึ่งการโรดโชว์เพื่อประชาสัมพันธ์จะเป็นประโยชน์ให้ผู้ประกอบการเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐตัดสินใจได้

“ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน แนวโน้มยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้เซมิคอนดักเตอร์ปลายทาง เช่น apple จะมีเสียงดังหน่อย ก็จะบอกผู้ผลิตว่า สินค้าที่เขาต้องการอยากจะให้มาจากประเทศอื่นด้วย ที่ไม่ใช่ประเทศจีนอย่างเดียว เราจึงมีโอกาส และสิ่งที่เราคิดว่า เป็นสิ่งที่ต้องการจากอุตสาหกรรมเหล่านี้คือ นอกจากเรื่องของภาษีและสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เสถียรภาพทางการเมือง แต่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ พลังงานสะอาด ผลกระทบจากมาตรการของ OECD กรณีการเรียกเก็บภาษีบริษัทขนาดใหญ่ข้ามชาติ ขั้นต่ำ 15%” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เราก็จะถือโอกาสไปประชาสัมพันธ์ และประเมินว่าเงินช่วยเหลือเพื่อดึงดูดบริษัทชั้นนำมาลงทุนในไทย เราจะสู้ หรือตอบรับเรื่องพวกนี้อย่างไร เพราะประเทศญี่ปุ่นให้เงินช่วยเหลือถึง 100% เช่น บริษัทผลิตชิปลักษณะพิเศษ TSMC ของไต้หวันลงทุน 3-4 แสนล้านบาท ญี่ปุ่นให้เงินช่วยเหลือถึง 2 แสนล้านบาท เพราะเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์


“ปีนี้จากยอดผู้ยื่นรับการส่งเสริมการลงทุน 6.6 แสนล้านบาท เป็นครั้งแรกตามเป้าหมายที่มีสัดส่วนของอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยอยากจะเห็นการลงทุนเพิ่มขึ้น เพราะจะเป็นประโยชน์ในระยะ คืออิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ มาเป็นอันดับ 1 และอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นอันดับ 2” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว