“เอนก” ปฏิรูปประชาธิปไตย คนไทยไม่ภักดีการยึดอำนาจ-คสช.อยู่นานไม่ได้

พรรคการเมืองหน้าใหม่เปิดตัวอย่างคึกคัก ส่วนพรรคเก่า ซุ่มทำคะแนนโค้งสุดท้าย ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้นำ คสช. ยังไม่ปฏิเสธโอกาสกลับมาเป็นประมุขฝ่ายบริหารบนสนามประชาธิปไตยปกติ ปล่อยให้ผู้คนเดาต่อไปว่านายกฯนายพลจะต่อตั๋วอำนาจหรือไม่

ประชาชาติธุรกิจ สนทนากับ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” ผู้คร่ำหวอดทั้งในด้านวิชาการ-การเมือง ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ข้อเสนอของเขา สิ่งที่นักการเมืองที่จะลงสนามควรทำเพื่อให้ประเทศพ้นวิกฤต

Q : หัวใจของแผนปฏิรูปการเมือง

มี 5 ภารกิจ 1.เปลี่ยนวัฒนธรรมทางการเมืองของประชาชนให้เป็นวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้มากขึ้น เน้นให้ประชาชนตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มีต่อบ้านเมือง และประชาธิปไตย ไม่ใช่มีแต่สิทธิ และเรื่องผลประโยชน์

2.ขยายบทบาทให้ชุมชน ประชาสังคม ฝึกฝนคนให้มีความเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมโดยตรงกับประชาธิปไตย

3.ใช้หลักธรรมของศาสนาทุกศาสนา มากำกับนักการเมือง กำกับประชาชน กำกับข้าราชการ กำกับผู้นำ รวมถึงธรรมะที่เป็นของฆราวาส เช่น ความถูกต้อง มากำกับ

4.ต้องสร้างกลไกกติกา วิธีทำงานที่ทำให้ความขัดแย้งในสังคมนำไปสู่คุณประโยชน์ของส่วนรวม แต่ไม่นำไปสู่ความแตกหัก การทำลายล้าง

5.ต้องทำอย่างเร่งรีบ คือ ทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตยุติธรรม ให้เกิดพรรคการเมืองให้กลายเป็นสถาบันหลักของสังคม ไม่ใช่เป็นพรรคของคนไม่กี่คน หรือคนคนเดียว ต้องมีนโยบาย นอกจากเป็นผลดีของประเทศ ต้องไม่ทำให้เกิดความหละหลวมทางการเงินการคลัง

Q : การฝึกประชาชนต้องใช้เวลา แต่ภารกิจเร่งด่วนคือการเลือกตั้ง จะทำให้ลงล็อกกันได้อย่างไร


ต้องอาศัยเวลา เรื่องที่เร่งด่วนต้องทำ แต่ต้องไม่ละสายตาจากเรื่องมูลฐาน เราต้องถ่อมตัวที่ว่าการเลือกตั้งครั้งแรกคงยังไม่ดีเท่าที่ควร ยังมีจุดอ่อนอยู่ แต่ต้องมั่นใจ มุ่งมั่นที่จะทำงานมูลฐานให้ดีเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งต่อ ๆ ไปทำได้ดียิ่งขึ้น

Q : การเลือกตั้งครั้งแรกหลังการรัฐประหารหน้าตาจะเป็นอย่างไร

โอกาสที่จะมีพรรคใหม่มากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ บางพรรคใหม่แต่ชื่อ แต่ภารกิจอาจไม่ได้ก้าวหน้า แต่จะมีพรรคการเมืองใหม่ ๆ ที่เริ่มคิดจะเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงประเทศ เช่นพรรคอนาคตใหม่ของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคของอดีต กปปส.ที่นำโดยคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เห็นคุยหลายวงการ

ส่วนพรรคเก่าที่สำคัญ 2 พรรค เพื่อไทย เขามีความมั่นใจว่าได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 200 เสียง หวังว่าจะถึง 250 หรือเกิน 250 ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีความมุ่งมั่นสูงอาจจะได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลก็เป็นไปได้ จึงต้องยืนเสียงเดิมเอาไว้ ป้องกันไม่ให้พรรค กปปส.แย่งคะแนนภาคกลาง ภาคใต้ ไป

พรรคภูมิใจไทย เขามั่นใจเพราะมีคะแนนดีในภาคอีสาน และการเลือกตั้งครั้งหลังเขาได้ที่ 2 ในทุกเขต เมื่อก่อนได้ที่ 2 เท่ากับศูนย์ แต่ครั้งนี้ได้ที่ 2 คะแนนก็ไปรวมกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้น เขาก็มั่นใจว่าจะได้ 60-70 เสียง และยังไม่มีคำตอบว่าจะร่วมกับใคร พรรคชาติไทยพัฒนา มั่นใจว่าต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อย ส่วนพรรคชาติพัฒนา ก็มั่นใจของเขา

Q : โครงสร้างของรัฐบาลใหม่เป็นแบบไหน

คิดว่ายากที่จะเกิดรัฐบาลพรรคเดียวที่เหลือเป็นฝ่ายค้าน ถึงแม้ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ซึ่งมีโอกาสแต่ก็ไม่ง่าย และโอกาสที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลโดยดึงพรรคอื่น ๆ มาร่วมก็ไม่ง่าย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์โอกาสเป็นรัฐบาลก็มีอยู่

ส่วนโอกาสที่พรรคกลาง ๆ มารวมกันแล้วร่วมกับพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ 2-3 พรรค ก็มีโอกาสเป็นไปได้

แต่พรรคประชาธิปัตย์จะมีโอกาสสำคัญ เพราะมีโอกาสตั้งรัฐบาลได้โดยมีพรรคอื่นสนับสนุน รวมถึงพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าเสียงไม่ดีก็อาจจะหันมาสนับสนุนนายกฯจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่คนนั้นจะเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ชวน หลีกภัย หรือคนอื่น ก็เป็นเรื่องของพรรค

ส่วนพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แน่ใจเลยว่าได้เสียง 200 ขึ้นไปจากเสียงของ ส.ว.ที่มีอยู่แล้ว 250 เสียง ดังนั้นแค่รวมเสียงเพิ่มอีก 150 เสียงก็ได้แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้ได้เสียงในสภาเกินครึ่ง ไม่ให้ทำงานลำบาก

Q : รัฐบาลแบบไหนดีต่อการปฏิรูป

ที่จะเป็นผลดีต่อการปฏิรูปคือการรอมชอมกัน ถึงเพื่อไทยตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องรอมชอมกับ ส.ว.และพรรคฝ่ายค้าน เพราะคะแนนเสียงจะหมิ่นเหม่ ถ้าประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ยิ่งจะต้องรอมชอมกับพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก และรอมชอมกับ ส.ว. ส่วนพรรคทหารที่นิยม พล.อ.ประยุทธ์ เป็นรัฐบาล ก็ต้องรอมชอมกับ ส.ว.ให้ดี จะไปสั่งอะไรมากอาจจะต้องลดลง และต้องเอาใจ ต้องพยายามไม่เป็นศัตรูกับพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าเอาพรรคประชาธิปัตย์ร่วมเป็นรัฐบาลต้องให้ตำแหน่งแห่งหนพอสมควร

Q : ผลงานของอาจารย์อาจถูกมองว่าเป็นมรดก คสช.จะทำอย่างไรให้ได้รับการยอมรับ

ผมว่าเขาซื้อได้ทุกข้อ 5 ข้อ ทุกพรรคเอาไปทำได้หมด แค่ 5 ปีเอง จากนั้นนักการเมืองก็ทำเอง แต่อะไรที่ดี ๆ ในเมืองไทยหลายอย่างเกิดขึ้นโดยระบอบที่เราไม่ชอบ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจที่ทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าขึ้นมาได้ ทำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้ใช้อำนาจมาตรา 17 การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็วางโดยจอมพลสฤษดิ์ ดังนั้น แผนไหนไม่ดีก็เขียนใหม่

Q : นักวิชาการพรรคการเมือง มองว่ารัฐธรรมนูญเป็นอุปสรรค และไม่พ้นการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ

ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ลุล่วงโดยไม่มีการยึดอำนาจอีกเป็นเรื่องดีที่สุด ถ้าต้องการคะแนนเสียงมากในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ต้องรณรงค์ให้ได้คะแนนเสียงมาก ไม่ใช่คิดว่าจะต้องกลับมายึดอำนาจอีก ประเทศไทยเต็มไปด้วยความเห็นแบบนี้ เพราะในประเทศไทยคนไม่ได้มีความจงรักภักดีต่อระบอบประชาธิปไตยมากนัก พอ ๆ กับที่คนไทยไม่ได้รังเกียจระบอบเผด็จการมากนัก เป็นคนที่ใช้สองระบบสลับกันไปมาได้ แต่ต้องสลับกันไปมาไม่ใช่อยู่ยงคงกระพันระบอบใดระบอบหนึ่งเตือนเอาไว้ว่าใครที่ได้อำนาจมาจากการเลือกตั้งแล้วเป็นรัฐบาล อย่าประมาท คิดว่าประชาธิปไตยมั่นคงแล้ว อย่าไปมั่นใจ คลายความระมัดระวัง ต้องทำให้ดียิ่งขึ้น นานขึ้น อยู่ให้ได้นานขึ้น

ส่วนในเวลานี้ ระบอบนี้ซึ่งมีนายกฯไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง รอการเลือกตั้งอยู่ ก็อย่าไปคิดว่าจะอยู่แบบนี้ได้อีกนาน และอย่าไปคาดหวังว่าประชาชนจะจงรักภักดีต่อระบอบยึดอำนาจ ปกครอง หรือกองทัพสนับสนุน ก็ไม่ธรรมชาติของการเมืองเป็นทวิลักษณ์ 2 แบบ

Q : พรรคการเมืองควรปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับรัฐธรรมนูญใหม่

ต้องทำให้พรรคตนเองเป็นสถาบัน พรรคประชาธิปัตย์ต้องยกระดับให้มากกว่านี้ ต้องสนใจภาคอีสาน ภาคเหนือ สนใจที่จะทำให้ประชาชนชั้นล่างมีความมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำงานรับใช้พวกเขา และต้องปรับความสัมพันธ์กับทหารให้ราบรื่นพรรคเพื่อไทย ต้องทำให้เป็นสถาบันมากขึ้น คุณทักษิณ ชินวัตร ต้องมีบทบาทน้อยลง เอาคนที่ดีของพรรคเพื่อไทยมาทำ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีดุลยภาพ ต้องคำนึงตลอดเวลาคือคนชั้นกลาง คนชั้นสูง ทหาร กับสถาบันพระมหากษัตริย์ ประชาธิปไตยต้องทำงานร่วมกับส่วนนี้ ไม่ใช่มีแค่ประชาชนกับนักการเมืองเท่านั้น

สำหรับพรรคเล็ก ๆ พรรคกลาง ๆ ต้องคิดว่าอะไรที่พรรคใหญ่ ๆ ไม่ได้ทำ เป็นช่องว่าง พรรคขนาดกลาง ขนาดเล็กต้องพยายามทำ แข่งกันแล้วเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติ ไม่ริษยากัน ดีที่สุดต้องร่วมมือกัน

Q : การเมืองในอุดมคติคือแบบไหน

เป็นรัฐบาลสามฝ่าย คือรัฐบาลที่นิยม พล.อ.ประยุทธ์ รัฐบาลประชาธิปัตย์ และรัฐบาลเพื่อไทย ถ้าสามส่วนนี้จับมือกัน และร่วมกับพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็กอีกจำนวนหนึ่ง เป็นรัฐบาลผสมขนาดใหญ่มากอย่างน้อย 2 ปี จะทำให้เกิดความมั่นใจว่าเราอยู่ร่วมกันได้ พรรคการเมืองทั้งหลายต้องทำให้คนเห็นว่าทำงานร่วมกันได้

Q : แต่โอกาสที่จะเป็นรัฐบาลรูปแบบนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้

นักการเมืองเชี่ยวชาญทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ การเมืองคือศาสตร์ เช่น ปลาย ๆ สมัย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ต่อกับ พล.อ.เปรม ก็ทำเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้ คือหันไปคบจีนซึ่งเป็นศัตรูกับเรามาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อรบกับเวียดนาม สกัดเวียดนามไว้ที่ชายแดนไทย กัมพูชา นี่เป็นเรื่องที่ยากมาก อย่ามาพูดมากว่าทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นให้ลาไปอยู่บ้านเฉย ๆ

จึงคิดว่านักการเมืองทั้งหลายที่กำลังเข้าสู่สนามตอนนี้ ต้องพยายามเป็นรัฐบุรุษ เพราะไม่ใช่แค่ใครจะชนะการเลือกตั้ง แต่ยังมีภาระว่าทำอย่างไรให้ประเทศพ้นจากระยะเปลี่ยนผ่าน เข้าสู่ประชาธิปไตยที่มั่นคง ประชาธิปไตยที่ยังมีคนชั้นกลาง คนชั้นสูง ทหารมีบทบาทในสังคม และฝ่ายชนชั้นกลาง ชนชั้นล่างเจริญเติบโตมากขึ้น เป็นคะแนนเสียงมากขึ้น ต้องทำให้ได้ และอย่าพูดบ่อยนักว่าลำบาก ลำบากก็อยู่บ้าน ต้องมีใครสักคนต้องเป็นตูน บอดี้สแลม ทางการเมืองขึ้นมา

Q : พล.อ.ประยุทธ์มีแววหรือไม่

ผมดูการปรับตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ ปรับตัวก็โอเค คุยกับชุมชน ชาวบ้าน ก็ทำได้ ชีวิตความเป็นอยู่ พื้นฐานเดิมก็ทำให้เข้าใจประชาชนได้เยอะ ไม่ได้มาจากชนชั้นที่สูงลิ่ว และการเป็น

ทหารทำให้เผชิญกับชีวิตต่างจังหวัด ก็มีโอกาส แต่ไม่ได้พูดด้วยความแน่ใจว่าทำได้ ภาวนาให้ทำได้ คุณอภิสิทธิ์ก็อยากให้ปรับ พรรคเพื่อไทยจะเป็นคุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คุณจาตุรนต์ ฉายแสง คุณโภคิน พลกุล คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็อยากให้ทำเต็มที่เกินความสามารถ เกินความพยายาม แบบนี้บ้านเมืองจะไปได้

Previous articleเคลียร์ดราม่า! “ซินดี้” เปล่ายุหญิงไทยแต่งโป๊เล่นสงกรานต์ แต่พยายามอธิบายเรื่องสิทธิสตรี
Next articleในหลวง มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขรก.ในพระองค์ 4 นาย