“ธนาธร” เผยเสียงตอบรับพื้นที่อีสานดี จ่อลุยเหนือต่อ หวังกกต.ยึดความถูกต้องรับตั้ง “พรรคอนาคตใหม่”

เมื่อวันที่ 16 เมษายน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกระแสตอบรับจากการลงพื้นที่ภาคอีสานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ว่า การเดินทางครั้งนี้ได้พบกับคนกลุ่มต่างๆ กลุ่มแรกคือ เกษตรกร ชาวไร่ชาวนา กลุ่มที่สองคือ พ่อค้าแม่ขาย กลุ่มที่สามคือ นักธุรกิจ คนรุ่นใหม่ในท้องถิ่น กลุ่มที่สี่คือ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ อาสาสมัคร และกลุ่มที่ห้าคือ กลุ่มนักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองระดับท้องถิ่น ขอไม่เอ่ยชื่อว่ามีใครบ้าง เพราะเป็นห่วงว่าคนที่ไปคุยด้วยอาจได้รับแรงกดดัน

นายธนาธรกล่าวว่า ความแตกต่างระหว่างการลงพื้นที่ภาคใต้กับภาคอีสาน คือ เมื่อครั้งลงพื้นที่ จ.ตรังนั้น ไม่ค่อยได้ไปในที่สาธารณะ แต่เมื่อมาภาคอีสาน มีโอกาสไปที่สาธารณะเยอะ และรู้สึกตกใจมากที่มีคนรู้จักกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้แต่ชาวบ้านที่มีภูมิลำเนาห่างจากตัวเมืองเป็นร้อยกิโลเมตรก็ยังรู้จัก สะท้อนว่าประชาชนให้ความสนใจข่าวสารบ้านเมือง ชาวบ้านยอมรับเมื่อเราเดินเข้าไปพบ เพราะเราพูดในสิ่งที่เขาต้องการเห็น สิ่งที่เราพูดได้สะท้อนความอึดอัดที่มีในพื้นที่ จับความรู้สึกของชาวบ้านได้ว่าเขาไม่ใช่แค่ไม่พอใจผู้แทนราษฎรของพรรคเดิม แต่หลักๆ ที่เห็นคือความเบื่อหน่ายทหาร จากตัวเลขเศรษฐกิจที่รัฐบาลประกาศ จะเห็นว่าตัวเลขดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อคุยกับชาวบ้านทุกจังหวัด ทุกภูมิภาค ประชาชนมีความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจมาก แสดงให้เห็นว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ไม่ได้ตกถึงมือประชาชน ดังนั้น เราไม่เชื่อว่าภายใต้รัฐบาลทหารจะเกิดการสร้างเศรษฐกิจที่เท่าเทียมเป็นธรรมได้


นายธนาธรกล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นและสนุกมาก ถือเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญในก้าวแรกของชีวิตนักการเมือง และยิ่งตอกย้ำว่ากระจายอำนาจเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะนอกจากพบเห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านแล้ว ยังได้เห็นความสำเร็จอีกมากมาย เช่น ได้เห็นว่าบางสหกรณ์มีการรวมตัวกันและสามารถทำเรื่องดีๆ ให้ประสบความสำเร็จ เห็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ เห็นองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ที่โดนริบทั้งงบประมาณและอำนาจหน้าที่ในยุครัฐบาล คสช. ทั้งๆ ที่คนเหล่านี้สามารถสร้างสรรค์ท้องถิ่นให้ดีขึ้นได้

“นับตั้งแต่การลงพื้นที่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน ได้พูดคุยอย่างต่อเนื่องกับอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) จากหลายพรรคที่สนใจร่วมงานกับอนาคตใหม่ อย่างไรก็ดี เนื่องจากขณะนี้อนาคตใหม่ยังไม่มีสถานะเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมาย จึงเป็นเพียงการพูดคุยทำความรู้จักเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ใน 2 ภาค คือ ภาคใต้และภาคอีสาน คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะได้รับคะแนนเสียงจากทุกภาค ส่วนครั้งหน้า ตนและทีมงานจะลงพื้นที่ภาคเหนือ แต่ขอไม่เปิดเผยว่าเป็นจังหวัดใด” นายธนาธรกล่าว

เมื่อถามว่ายังมีความมั่นใจหรือไม่ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะออกหนังสือรับแจ้งการจัดตั้งพรรคให้แก่พรรคอนาคตใหม่ แม้เวลาจะล่วงเลยมาครบ 1 เดือนแล้ว นายธนาธรกล่าวว่า ค่อนข้างมั่นใจ เพราะเอกสารถูกต้อง กกต.ไม่มีอำนาจในการไม่ให้จดจัดตั้ง และขอฝากให้ กกต.พิจารณาเรื่องนี้บนพื้นฐานของความถูกต้อง เคารพในอำนาจหน้าที่และเกียรติยศของ กกต.เอง ไม่ตัดสินใจโดยหวั่นกลัวต่อแรงกดดันจากภายนอกถ้าหากมี

“ผมขอขอบคุณสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาที่มีผู้สนับสนุนอนาคตใหม่เป็นจำนวนมาก ทั้งในออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงมีคนสนใจอยากมาร่วมงานในทางใดทางหนึ่งด้วย บางครั้งอาจตอบสนองความต้องการของผู้ที่สนับสนุนเราไม่ได้ทั้งหมด แต่ไม่ได้เป็นเพราะไม่ใส่ใจ เรามีแต่คำขอบคุณ เราคงไม่สามารถมาถึงขนาดนี้ได้ถ้าไม่มีกำลังใจ ผมไม่สามารถพูดขอบคุณทุกคนได้ด้วยตัวเอง แต่เราซาบซึ้งใจ และจะเป็นแรงผลักดันให้เดินหน้าต่อไปอย่างไม่ท้อถอย” นายธนาธรกล่าว

 

ที่มา มติชนออนไลน์