“บิ๊กตู่” ปัดเทงบ 2 หมื่นล้านหาเสียง พร้อมทำงานกับ “นักการเมือง” มีอุดมการณ์เดียวกัน

เมื่อวันที่ 20 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในรายการ’ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน’ว่า สำหรับปี 2561 นี้ รัฐบาลได้เตรียมการสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองผ่านโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนให้กองทุนหมู่บ้านฯ กองทุนละไม่เกิน 300,000 บาท เพื่อต่อยอดโครงการเดิม หรือสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการดำเนินโครงการที่รวมกันหลายกองทุนหมู่บ้าน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการให้โอกาสประชาชนบริหารจัดการและพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนด้วยทรัพยากร ภูมิปัญญา และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยสนับสนุนการประกอบอาชีพ การสร้างงาน สร้างรายได้ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทางประชารัฐ ตลอดจนได้นำกรอบแนวทางตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน 10 เรื่อง มาพิจารณาประกอบการดำเนินโครงการ โดยเน้นให้ทุกโครงการของกองทุนหมู่บ้านฯ ต้องผ่านเวทีประชาคมให้สมาชิกได้ร่วมคิด ร่วมตัดติดใจ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ดังนั้น เห็นได้ว่าไม่ว่าโครงการจะเริ่มต้นมาตั้งแต่รัฐบาลไหน ในอดีต หากเป็นโครงการที่ดีแล้ว รัฐบาลนี้ ก็จะต่อยอด ขยายผลให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

“งบประมาณที่ลงไป ที่เพิ่มลงไปกลางปีนี้ไปเสริมต่อโครงการต่างๆ ที่มีมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหมู่บ้าน การพัฒนาการเกษตร การเพิ่มอาชีพรายได้ สร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน รวมความถึงใช้ไปดูแลในส่วนของผู้ถือบัตร ผู้มีรายได้น้อย เพราะฉะนั้นวงเงินมากหน่อย ทั้งนี้ เป็นการสานต่อทั้งหมดที่รัฐบาลทำมาแล้วระยะที่ 1 ไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องของการเมือง เอางบประมาณไปหาเสียง จะหาเสียงได้อย่างไร ในเมื่อผมไม่ได้ไปให้กับใครสักคน แต่ให้เป็นกลุ่ม ให้เป็นหน่วย ให้เป็นพื้นที่ ให้เป็นหมู่บ้าน ผมให้กับใคร กลุ่มไหนที่จะมาสนับสนุนผมคงไม่ใช่”นายกฯกล่าว



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งว่า ไม่ได้รังเกียจอะไรนักการเมือง พรรคการเมือง เพราะส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่ไม่อาจยอมรับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย ผู้ที่ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม หรือผู้ที่ต่อต้านอำนาจรัฐ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกคนที่มีอุดมการณ์รักชาติ และทำเพื่อความสุขของพี่น้องประชาชน มองว่าปัญหาไม่ได้หมายถึงความขัดแย้ง แต่ปัญหาคือจุดเริ่มต้นของความสามัคคี เพราะคนที่มีอุดมการณ์ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ด้วยกันเมื่อได้ร่วมงานกัน ย่อมจะยอมสละผลประโยชน์ส่วนตัวได้ แล้วก็ร่วมกันแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเพื่อชาติบ้านเมือง โดยยึดมั่นในอุดมการณ์ดังกล่าว ไม่อยากให้ฟังการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง จากบางกลุ่ม บางฝ่าย ที่อาจจะไม่หวังดี แล้วก็มองเป็นเรื่องของการเมืองไปเสียทั้งหมด

 


ที่มา มติชนออนไลน์ 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ