คสช.ตั้งพรรคในทำเนียบ “บิ๊กตู่” สับเปลี่ยนกำลัง-รัฐบาลทหารภาค 2

รายงานพิเศษ

30 เมษายน 2561 จะเข้าสู่โค้งสุดท้ายที่นักการเมืองจะยืนยันความเป็นสมาชิกภาพตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 53/2560 เพื่อแสดงตัว-ตนสังกัดพรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ทว่าในทางการเมืองนักการเมืองรุ่นเก่า-เก๋าเกม ยังคง “สงวนท่าที” กลับเข้า “รังเดิม” ไม่ใช่เฉพาะอดีต ส.ส. “หนีตาย” จากพรรคขนาดใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แต่รวมไปถึงพรรคขนาดกลาง-เล็ก และกลุ่ม-ก๊วน-มุ้งการเมือง เพื่อร่วมชายคารัฐบาลคสช.

เพราะ “พลังดูด” ของรัฐบาล คสช. ที่มี “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ดูแลเศรษฐกิจ ผู้มากคอนเน็กชั่นทั้งภาคธุรกิจในคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ และนักการเมืองตามกลุ่ม-มุ้งต่าง ๆ ภายหลัง “เปิดหน้า” ตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุนให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

“พลังประชารัฐ” ตั้งพรรครอ

เบื้องแรกของการเปิดให้จดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ว่ากันว่า “พรรคพลังประชารัฐ” ที่มี “ชวน ชูจันทร์” ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลาดน้ำคลองลัดมะยม ผู้ก่อตั้ง กล่าวอ้างถึงความสัมพันธ์-เป็น “เพื่อนร่วมรุ่น” มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับนายสมคิดถูกส่งมา “จองชื่อ” ไว้เป็นนอมินีทหาร

สัญญาณชัดเจนที่สุด คือ การออกยอมรับของ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รมว.พาณิชย์ มือขวาของ “สมคิด” ที่ออกมายอมรับว่ามีการหารือกันอย่างลับ ๆ เพื่อหาวิธี “สานงาน” ของรัฐบาล คสช.ต่อ

ภายหลังนายสมคิดออกมา “เปิดหน้า” ต้องการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ “เป็นคนดี”

1 ใน “ทีมงานสมคิด” ที่กำลังถูกปั้นสู่ “ดาวการเมือง” ดวงใหม่ คือ “อุตตม สาวนายน” รมว.อุตสาหกรรม ถูกคาดหมายว่าจะให้นั่งเป็น “หัวหน้าพรรค คสช.” การเมืองใหม่ ที่กำลังจะชัดเจนในเดือนมิถุนายน ซึ่งขณะนี้นายอุตตมกำลังปั่นผลงานเศรษฐกิจ “โปรเจ็กต์ยักษ์” อย่างโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

นายสมคิดอาศัยจังหวะ “โปรโมต” นายอุตตม-หนีบไปร่วมวงเจรจาการค้ากับนักการลงทุนต่างชาติระดับมหาเศรษฐีของโลก ประเดิมด้วยการ “ปิดดีล” กับบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ อย่างบริษัทอาลีบาบา ภายหลัง นายแจ็ก หม่า เดินทางมาปรากฏกายในทำเนียบรัฐบาลถูกตีข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลก

ดีลนักการเมืองร่วมทำเนียบ

พร้อมกับการเดินหมาก “เกมรุก” ทางการเมือง ด้วยการ “กระชับ” หุ้นส่วนทางการเมือง “มัดจำ” เก้าอี้ “ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” ให้กับ “สองพี่น้องคุณปลื้ม” ได้แก่ “สนธยา คุณปลื้ม” หัวหน้าพรรคพลังชล แกนนำ “บ้านแสนสุข” และ “กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา” ให้กับ “อิทธิพล คุณปลื้ม” อดีตนายกเมืองพัทยา

ก่อนหน้านี้ “สกลธี ภัททิยกุล” และ “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” อดีต ส.ส.ปชป.-อดีตแกนนำ กปปส.และ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” อดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เข้าพบกับนายสมคิดถึงห้องทำงานใต้ตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล เพื่อ “ปิดดีล” การเมือง

ก่อนที่ “สกลธี” จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “รองผู้ว่าฯ กทม.” ไม่ถึง 24 ชั่วโมง คล้อยหลังจากเข้าพบนายสมคิด กลายเป็นนักการเมือง “ไร้สังกัด”

อีกทั้งยังมีข่าวว่า “สมคิดแอนด์เฟรนด์” เปิดดีลกับ “เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร” อดีต รมช.คมนาคม พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งตอนหลังย้ายค่ายมาอยู่เพื่อไทย ก่อน คสช.ยึดอำนาจปี 2557 ซึ่งเป็น “จิ๊กซอว์” สำคัญของเพื่อไทยในเขตอยุธยาก็เข้าพบทั้ง “พล.อ.ประยุทธ์” และ “สมคิด” เมื่อครั้งการประชุม ครม.สัญจร ที่โคจรไปเมืองกรุงเก่า

สุเทพ-กปปส.กองหนุนประยุทธ์

ขณะที่กลุ่ม “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อดีตเลขาฯ กปปส. ที่ส่ง “น้องชาย” นายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ฯออกจากอ้อมกอด ปชป.-ตั้งพรรค กปปส. เป็น “ตัวต่อ” ขาเก้าอี้ “นายกฯคนนอก-คนในบัญชี”

นอกจากนี้ พรรคการเมือง-กลุ่ม-ก๊วน ที่นายสมคิด เบ่ง “พลังภายใน” เพื่อต่อท่ออำนาจเป็น “นวัตกรรมใหม่” ล่อใจนักการเมืองระดับชาติ-ท้องถิ่น ที่กำลังรอตัดสินใจในขั้นสุดท้ายว่าจะเลือกข้างเพื่อไทยหรือพรรค คสช. อาทิ กลุ่มของ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” กลุ่มมัชฌิมา และ “กลุ่มบ้านริมน้ำ” ของ “สุชาติ ตันเจริญ” ที่รวมพล-เช็กกำลังในมือ

ภท.-ชทพ.-ชพ.รอเสียบ

รวมถึงพรรคขนาดกลางที่วางยุทธศาสตร์เป็นพรรคการเมืองอันดับสอง-รอเก็บ (ตก) แต้ม จากพรรคเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ อย่างพรรคภูมิใจไทย ของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ ครม.บิ๊กตู่จะสัญจรไปพบ “เนวิน ชิดชอบ” ที่ จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 7-8 พ.ค.นี้-ชาติไทยพัฒนา ของ “วราวุธ ศิลปอาชา”-ชาติพัฒนา ของ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ที่ “โลว์โปรไฟล์” รอเสียบ ที่ฟันธงว่าพรรค คสช.กลับมาแน่นอน

ขณะที่พรรคการเมือง “ตั้งใหม่” ที่รอร่วมขบวนอำนาจ-สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อาทิ พรรคประชาชนปฏิรูป ของ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ที่ถึงแม้จะออกตัวตั้งแต่ไก่โห่สนับสนุน พล.อ.

ประยุทธ์เป็นายกฯคนนอก แต่แว่วเสียงจากรั้วทำเนียบฯไม่ให้ราคา รวมถึงนักการเมืองอกหัก-ที่รวมตัวตั้งพรรคอย่าง “พรรคพลเมืองใหม่” ของนายสัมพันธ์ เลิศนิวัตน์ อดีตนักการเมืองหลายพรรค ล่าสุดแยกตัวออกมาจากพรรคภูมิใจไทย หลังการเลือกตั้งปี”54 สอบตกทุกสนามภาคเหนือ และพรรคพลังธรรมใหม่ ของ “หมอระวี มาศฉมาดล” ก็สแตนด์บาย-เกาะกระแส พล.อ.ประยุทธ์ ที่ถือความได้เปรียบ-อำนาจรัฐไว้เต็มมือ

เพื่อไทยตื่น…สะสมทรัพย์

การเปิดเกมดีลนักการเมืองเก่าทุกกลุ่ม ทุกก๊วนของทีมสมคิด สร้างความหวาดหวั่นให้พรรคเพื่อไทยไม่น้อย เพราะพลันที่ปิดฉากหลังสงกรานต์ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี น้องเขย “ทักษิณ ชินวัตร” นายใหญ่เพื่อไทยก็ขนก๊วนกอล์ฟไป “ออกรอบการเมือง” ที่สนาม “นิกันติ” ของบ้านใหญ่

“สะสมทรัพย์” ตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลในนครปฐมโดยมีแกนนำกว่า 20 คน แห่ไปร่วมวงสะวิง ทั้งภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล-ชูศักดิ์ ศิรินิล-จาตุรนต์ ฉายแสง-วราเทพ รัตนากรการออกรอบเกิดหลังจากนักการเมืองตระกูลสะสมทรัพย์ได้ชักภาพกับ “พล.อ.ประยุทธ์” เมื่อปีที่ผ่านมา จนเกิดข่าวลือว่ามี “ดีลลับ” การเมือง นั่นจึงทำให้เพื่อไทยจึงมิอาจนิ่งเฉย ต้องฮึดสู้ เพื่อรั้งนักการเมืองตระกูล “สะสมทรัพย์” ให้อยู่ต่อกับพรรค โดยแกนนำพรรคเพื่อไทยยังมั่นใจลึก ๆ ว่า “สะสมทรัพย์” ยังไม่ย้ายไปไหน

“พวกสะสมทรัพย์เขาบอกว่ายังอยู่กับพรรค ที่ไปถ่ายรูปกับนายกฯประยุทธ์ก็ถ่ายกันปกติ เพราะเป็นแขกของสนาม” แกนนำพรรคเพื่อไทยระบุ

“เจ๊หน่อย” ชิงธงนำฝุ่นตลบ

แต่ในวันเดียวกัน ก็เกิดปรากฏการณ์ชิงเหลี่ยมกันของก๊กในพรรคเพื่อไทยขึ้น ก่อนหน้าการออกรอบตีกอล์ฟที่ จ.นครปฐม ไม่กี่ชั่วโมง “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” เจ้าแม่ กทม. เปิดบ้านให้ลูกน้อง-เครือข่ายรดน้ำดำหัว ช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีอดีต ส.ส.เพื่อไทย ต่อแถวรดน้ำดำหัวเกือบร้อยชีวิต กลุ่มใหญ่ที่สุดคืออดีต ส.ส.กทม.ขนกันมาทั้งสังกัด ไม่ว่าจะเป็น วิชาญ มีนชัยนันท์-อนุดิษฐ์ นาครทรรพ-จิรายุ ห่วงทรัพย์-การุณ โหสกุล-พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ-อุดมเดช รัตนเสถียร

ส่วนคนนอก กทม.แต่ขยับเข้ามาอยู่ในชายคามากันพร้อมตา วัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ-สุณิสา ทิวากรดำรง (หมวดเจี๊ยบ) อดีตรองโฆษกพรรค-โกศล ปัทมะ อดีตส.ส.นครราชสีมา น้องชายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายทักษิณก็ปรากฏกาย

ขณะที่ผู้แทนภาคอีสาน ก็ตบเท้าแสดงตัวอวยพร ทั้ง ไพจิตร ศรีวรขาน อดีต ส.ส.นครพนม-ชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ-ขจิต ชัยนิคม อดีต ส.ส.อุดรธานี-นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์

อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ-กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม ฯลฯ บวกกับก๊วนรัฐมนตรีสาธารณสุข “ขาประจำ” บ้านลาดปลาเค้า อาทิ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์-ต่อพงษ์ ไชยสาส์น 2 อดีต รมช.สาธารณสุข

แถมยังมี อารีย์ วงศ์อารยะ อดีต รมว.มหาดไทย ในรัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็มาร่วมรดน้ำดำหัวด้วย แม้เพื่อไทยยังแบ่งเป็นก๊ก แต่จุดร่วมเดียวกันคือชนะเลือกตั้ง กีดกันการเข้าสู่อำนาจอีกครั้งของ คสช.

เมืองหลวง-ชายแดนใต้ยุบ

ในจังหวะที่การยืนยันความเป็นสมาชิกพรรค อดีต ส.ส.อีสาน-เหนือ ทยอยมาเช็กชื่อกันอย่างหนาแน่น แต่กับภาคกลางที่พรรคเพื่อไทยยังแอบเสียว เพราะภาคกลางถือเป็น “จุดอ่อน” ไม่นับ

“จุดบอด” ภาคใต้ ที่ตอนนี้เสียกำลังหลักอย่าง “กลุ่มวาดะห์” เพราะออกไป

ตั้ง “พรรคประชาชาติ” ทั้งนี้ภาคกลางเป็นพื้นที่ที่มีหลากหลายพรรคชิงแต้มทำคะแนนกันอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่การทำพื้นที่ตกเป็นรอง เครือข่ายนักการเมือง “ตระกูล ส” อันเป็นเครือข่ายเดียวกับ “สมคิด” แกนนำเพื่อไทย เผยว่า การทำแต้มภาคกลางของ คสช.ไม่ใช้วิธีการ “ดูด” แต่ใช้วิธีขอให้ “หยุด” ลงเล่นการเมืองแลกกับผลประโยชน์ตอบแทน

ทุกพรรคการเมืองฝุ่นตลบกับระบบในรัฐธรรมนูญใหม่ สมาชิกพรรคเก่า-ใหม่ยังไม่ลงตัว พรรค คสช. รุกจับมือนักการเมืองเก่า ออกตัวไปไกลแล้ว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ