เพื่อไทยยื่นแก้กฎหมายประชามติ ปลดล็อกเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น

เพื่อไทย

เพื่อไทย เตรียมยื่นแก้กฎหมายประชามติ ปลดล็อกคะแนนเสียงข้างมาก 2 ชั้น พร้อมชงตั้งคณะกรรมาธิการตรากฎหมายนิรโทษกรรม

วันที่ 30 มกราคม 2567 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุม สส.ของพรรค นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค ทั้งนี้ มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.คลัง ร่วมการประชุมด้วย

จากนั้นเวลา 15.50 น. นายชูศักดิ์ แถลงว่าพรรคเพื่อไทย จะเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติปี 64 ซึ่งเข้าชื่อกันเรียบร้อยแล้วจะยื่นต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ วันที่ 31 ม.ค. เวลา 11.00 น. ซึ่งสาระสำคัญที่ขอแก้ไข คือกฎหมายเดิมกำหนดการออกเสียงต้องใช้เสียงข้างมากสองชั้น กล่าวคือการออกเสียงจะมีผลต้องมีคนออกมาใช้สิทธิเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมด

เมื่อมาใช้สิทธิแล้วต้องชนะกันด้วยเสียงข้างมาก โดยแก้ไขเป็นใช้คะแนนเสียงข้างมากเกินกว่าหรือมากกว่าผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน และเราเห็นว่าการออกเสียงประชามติแต่ละครั้งใช้งบประมาณ 3-4 พันล้านบาท จึงคิดว่าหากการออกเสียงประชามติใกล้เคียงกับการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือการเลือกตั้งทั่วไปให้นำไปใช้สิทธิวันเดียวกันเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ และในปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก

จึงเสนอให้การลงคะแนนนอกจากการกาบัตรหน้าคูหาแล้วให้เพิ่มวิธีอื่นเข้าไป เช่น ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือการลงคะแนนผ่านทางไปรษณีย์เข้ามา โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ประเมินความพร้อมเพราะไม่ใช่การบังคับ

และก่อนหน้านี้กฎหมายห้ามรณรงค์ จนมีคดีความต่าง ๆ ออกมาให้เห็นตอนลงประชามติรัฐธรรมนูญปี 60 เราจึงเสนอให้ กกต. เปิดโอกาสให้ฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยรณรงค์กันได้อย่างเท่าเทียมกัน และฝ่ายค้านก็เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายนี้อาจไปยื่นพร้อม ๆ กันในการแก้กฎหมาย

นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทย เคยเสนอญัตติด่วนตั้ง กมธ. วิสามัญเพื่อศึกษาการตรากฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งญัตติค้างอยู่ในการพิจารณาของสภา ขณะนี้เรื่องนิรโทษมีการถกเถียงกันอยู่ว่าจะนิรโทษอะไรบ้าง รวมเหตุการณ์ใดบ้าง พรรคเพื่อไทยเห็นว่าทางออกที่ดีที่สุด คือการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อยุติ พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการนิรโทษกรรมควรเป็นนิมิตหมายของการสร้างความปรองดอง ไม่ควรเป็นเหตุทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นใหม่


เราเห็นว่า กมธ. ควรประกอบด้วยผู้แทนพรรคการเมือง คนภายนอกที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม เพื่อให้ได้รับความเห็นที่กว้างขวาง โดยวันที่ 31 ม.ค. จะเสนอให้เลื่อนการพิจารณาญัตติดังกล่าว เพื่อให้ได้พิจารณากันในวันที่ 1 ก.พ.