ประมวลภาพ “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ตรวจราชการ “สุรินทร์-บุรีรัมย์” พร้อมประชุมครม.สัญจร

“ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจ” รายงานวันที่ 7 พ.ค. 2561 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี มีกำหนดการณ์เดินทางไปยังจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อตรวจราชการในพื้นที่เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 หรือ กลุ่มจังหวัด “นครชัยบุรินทร์”


ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ พร้อมร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2561 ซึ่งในการลงพื้นที่ตรวจราชการกลุ่มจังหวัด “นครชัยบุรินทร์” นายกรัฐมนตรีและคณะ มีเป้าหมายเพื่อติดตามประเด็นการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงข่ายและคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั้งทางอากาศและทางถนน การพัฒนาการค้าชายแดน การพัฒนาด้านการกีฬาและการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การบริหารจัดการน้ำ การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ และการอนุรักษ์และพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาไทยด้านการทอผ้าไหม เป็นต้น

ซึ่งมุ่งหวังที่จะเชื่อมโยงจุดเด่นในแต่พื้นที่ เพิ่มเติมจุดแข็งของสินค้าและการบริการด้วยนวัตกรรมและการวิจัยและพัฒนา นำไปสู่การสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในกลุ่มจังหวัดดังกล่าว นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เพื่อร่วมประชุมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการ และเยี่ยมชมหมู่บ้านท่องเที่ยววิถีไทย สงวนนอก และสนามบินบุรีรัมย์

โดยเวลาประมาณ 16.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก สนามที่ 15 รายการ PTT Thailand Grand Prix ณ บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต หรือ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีนายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ให้การต้อนรับ และนำเสนอการเตรียมพร้อมของจังหวัดบุรีรัมย์ในทุกด้าน โดยได้เยี่ยมชมห้องควบคุมการแข่งขัน หรือเรซคอนโทรลที่ทันสมัยที่สุดในโลก รวมถึงส่วนต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อการจัดการแข่งขัน

โดยนายกรัฐมนตรีมีความพึงพอใจในศักยภาพและการเตรียมความพร้อมที่มีมาตรฐาน ซึ่งจะเป็นการสร้างชื่อเสียงและเม็ดเงินเข้าประเทศ นอกจากนี้ ยังช่วยกระจายรายได้ให้ประชาชน จากการนำนักท่องเที่ยวมาสู่ประเทศไทย และยังเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้คนทั่วโลกได้เห็นศักยภาพและความพร้อมในการเป็นเมืองท่องเที่ยวด้านกีฬาอีกด้วย