อนาคต พปชร.-รทสช. พรรคไม่แตก หลังยุค 2 ลุง

2 ลุง

พรรคพลังประชารัฐ และ พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็น 2 พรรค ที่มาจาก 2 ลุง กระโดดร่วมวงรัฐบาลเพื่อไทย กลายเป็น “ตัวแปรสำคัญ” ที่ พรรคเพื่อไทยจะขาดไม่ได้ เพราะรวมกันมีถึง 76 เสียง

พรรคพลังประชารัฐ มี 40 เสียง เพราะนอกจากแรงหนุนของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรค แห่งบ้านป่ารอยต่อ ที่ช่วงการเลือกตั้งยังมีอำนาจ – บารมี ยังมีซุ้มการเมืองบ้านใหญ่เป็นองค์ประกอบ

พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง อาศัย ความนิยม “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กวาดทั้ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์และ สส.ภาคใต้เข้าสภาได้เป็นกอบเป็นกำ

ทว่าในวันที่พ้นยุค 2 ลุง พรรคพลังประชารัฐ–พรรครวมไทยสร้างชาติ จะเดินหน้าต่ออย่างไรยังเป็นคำถาม

พล.อ.ประวิตร กล่าวในงานประชุมใหญ่พรรค ครั้งที่ 1 ของปี เมื่อ 26 เมษายน 2567 พรรคพลังประชารัฐ ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปรับธงการเมืองใหม่

Advertisment

หนึ่งปีที่ผ่านคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และ สส. ได้ขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพรรค โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ให้มีสวัสดิการ รายได้ที่ดี มีความสุขทุกครอบครัว เพื่อเร่งพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น

“เพื่อให้พรรคเป็นที่ศรัทธาของประชาชนมากขึ้น พรรคจึงได้เตรียมปรับตัวเองให้สอดรับกับสถานการณ์และเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง และเป็นที่ยอมรับของประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่มอาชีพมากยิ่งขึ้น”

พล.อ.ประวิตร ประกาศธงใหม่ว่าเป็น “พรรคอนุรักษนิยมทันสมัย” ที่มีอุดมการณ์แน่วแน่ในการปกป้องสถาบัน และบริหารเศรษฐกิจที่ทันสมัย เพื่อสร้างชีวิตที่สดใสให้กับคนไทยทั้งประเทศ ด้วยสโลแกนใหม่ที่ว่า ‘ปกป้องสถาบัน ทันสมัยเศรษฐกิจ มีชีวิตที่สดใส’ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งอีกไม่นานพรรคจะได้ประกาศรายละเอียดทั้งหมดอีกต่อไป

แต่อีกด้านหนึ่ง ในรัฐบาลเศรษฐา ทุกวงที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีปรากฏตัว ก็จะมี “ร.อ.ธรรมนัส” อยู่ร่วมเฟรม ทำให้เกิดการตีความ การเชื่อมโยงระหว่างพรรคและบุคคล

Advertisment

แต่อีกด้านหนึ่ง แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ ในสาย พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐยัง Strong หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ “พล.อ.ประวิตร” ยังมีพาวเวอร์ที่บริหารจัดการได้ ยืนยันพรรคยังไม่แตก

ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี พีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เป็นหัวหน้าพรรค ถูกมองว่าเป็นพรรคเฉพาะกิจ เพื่อเป็นนั่งร้านให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี “นายกฯ ลุงตู่” ลงสู้ศึกเลือกตั้ง เพื่อเป็นนายกฯ อีกสมัย

แต่ผ่านมา 1 ปี พรรครวมไทยสร้างชาติ เขย่าโครงสร้างภายใน หลายตลบ พรรครวมไทยสร้างชาติยังไปต่อได้หรือไม่ในอนาคต “อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์” สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรค ยืนยันว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ จะยังมีอยู่ต่อไป และจะเป็นสถาบันการเมือง

เชื่อมั่นว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ สส.มากกว่าเดิม 36 ที่นั่ง

เราไม่เป็นพรรคเฉพาะกิจแน่นอน เพราะในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เราเป็นพรรคที่มี สส.36 ที่นั่ง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ และตอนนี้พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองที่มีแนวนโยบายอนุรักษนิยมสมัยใหม่ ตอบโจทย์คนทุกวัย

ทั้งคนรุ่นกลาง คนรุ่นใหม่ แก้เศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง แต่ไม่ทำการเมืองแบบล้มล้าง และยึด DNA ของ ลุงตู่ มาเป็นจุดขาย

นอกจากนี้ อนุรักษ์นิยมก้าวหน้าต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้ทันกับโลกทั้งเทคโนโลยี สังคมและสภาวะทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน และพรรคเปิดกว้างรับคนรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมทำงานการเมืองตลอดเวลา

เป็นการเปิดแนวร่วมในการทำงานการเมือง เป็นกิจกรรมที่พรรคได้ทำอย่างต่อเนื่อง เป็นจุดยืนทางการเมืองของพรรคเป็นในแนวทางที่สร้างสรรค์ ส่วนงานที่เป็นนโยบายของภาครัฐและงานนโยบายของพรรคที่เป็นจุดยืนทางการเมือง เราก็มีความชัดเจน

ส่วน “ตัวละคร” ที่เป็นจุดขาย “อัครเดช” บอกว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ มีทั้ง พีระพันธ์ุ และ เอกณัฏ สามารถเป็นตัวแทนดึงคนได้ทั้งกลุ่มคนรุ่นเก่า รุ่นกลาง และ คนรุ่นใหม่

ทั้ง 2 พรรค ยืนยันว่าพรรคยังไม่แตก ยังไปต่อได้ แม้จะหมดอำนาจ 2 ลุง