“ชวน” หนุน “มาร์ค” เป็นหัวหน้าปชป. พูดติดตลก รอ 12-13 ปี อายุเท่า “มหาธีร์” ค่อยคัมแบ็กเป็นนายกฯ

แฟ้มภาพ

16 พ.ค.2561 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีที่มีกระแสข่าวหนุนให้นายชวน ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งว่า ต้องขอบคุณความตั้งใจดีเหล่านั้น แต่ว่าโดยส่วนตัวแล้วการเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีกฎ เกณฑ์ กติกาที่เราต้องปฏิบัติ แล้วต้องเคารพ กฎเกณฑ์ กติกาในระบบนี้ โดยส่วนตัวไม่ว่าจะมีเรื่องมาเลเซียหรือไม่ก็ตาม ตนก็หนุนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นข่าวที่มีผู้สื่อนั้นก็ขอบคุณความหวังดี แต่ว่าส่วนตัวไม่ได้มีความคิดเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นเลย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีโอกาสกลับมาหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เป็นไปได้ก็ต้องรออีก 12 – 13 ปี ตอนนั้นก็จะอายุเท่ากับมหาธีร์ค่อยว่า แต่ตอนนี้เป็นไม่ได้ครับ

และเมื่อถามถึงเรื่องโพลมีคะแนนต่ำลงนั้น นายชวนกล่าวว่า มันก็ไม่ค่อยแน่นอน การเป็นโพล หรือเป็นการสุ่มของกลุ่มไหน ก็ไม่ค่อยแน่นอน บางทีบางคณะหรือบางโพลก็ไม่ตรงกัน อันนี้ก็ธรรมดา แล้วแต่ถามใคร

ทั้งนี้นายชวนย้ำว่า ตนสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคอย่างแน่นอน โดยพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นพรรคการเมืองที่มีกติกาที่ดี และการเลือกคนมาเป็นหัวหน้าพรรคก็ให้โอกาสโดยไม่เลือกปฏิบัติ และนักการเมืองในพรรคนี้ก็มาจากวิถีทางประชาธิปไตย มาจากระบบการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม อันนี้คือสาระสำคัญมาก เพราะว่าประเทศเรามีปัญหาแม้เราจะมีประชาธิปไตยมานาน หลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่ว่าถ้าเราไม่สามารถสกัดการโกงเลือกตั้ง การทุจริต การซื้อเสียง การแลกเสียงกับผลประโยชน์ได้ นักการเมืองก็ยังโกงอยู่

“สิ่งที่ประชาธิปัตย์ภูมิใจก็คืออันนี้ คือสิ่งที่เรายึดมั่นสิ่งหนี้ แพ้ – ชนะ เราก็ยอมรับผล แต่ว่าเราไม่ปฏิบัติอะไรที่ผิดทำนอง คลองธรรม ไม่นิยม ไม่ยอมให้มีการซื้อเสียง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านการซื้อเสียงมาตลอด เพราะผมได้มีประสบการณ์ในฐานะที่เป็นผู้แทนฯ มายาวนานที่สุดในประเทศไทย ก็ได้เห็นว่าคนที่ทุจริต หรือซื้อเสียงมา แล้วไม่โกงนั้น หายากมาก ขณะเดียวกันคนที่มาโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วไปโกงนั้นก็หายากมาก เพราะฉะนั้นจุดเริ่มต้นที่แนวประชาธิปัตย์เขาทำมานี้ ผมคิดว่าเป็นจุดที่ถูกต้อง และดีแล้ว ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร หลักอันนี้ก็ยังต้องดำเนินอยู่ นั่นประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่ง จากสถานการณ์ของมาเลเซีย แล้วมองเห็นความสำคัญ พูดถึงผมขึ้นมา แต่ใจผมคิดว่าการเมืองเป็นของคนทุกวัย ควรเป็นของคนทุกวัย บ้านเมืองต้องอาศัยคนทุกวัย ไม่ใช่คนสูงวัย กลางคน หรือคนรุ่นใหม่อย่างเดียว ต้องทุกวัยต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อบ้านเมืองด้วยความตั้งใจจริง

ในฐานะผมเป็นนักการเมืองที่ตั้งใจมาเป็นนักการเมืองจริงๆ ผมก็อยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้น แล้วก้อยากเชิญชวนคนที่คิดว่าเป็นคนดี เป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต และมีความสามารถมาร่วมงานการเมือง เพื่อว่าจะได้มีคนเข้ามาดูแลรับผิดชอบงานบ้านเมืองมากขึ้น เพราะว่างานการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่คนส่วนหนึ่งแม้จะเป็นคนดีอยากทำงานการเมือง แต่ว่ามักจะไม่อยากเปลืองตัว เพราว่าเข้ามาแล้วก็ต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้นใครที่ไม่บริสุทธิ์จริง หรือมีมลทิน หรือคนบริสุทธิ์ก็ไม่อยากเข้ามาเพราะว่ากลัวการตรวจสอบ ก็ทำให้บางทีเราจะได้คนที่เก่ง และมีความสามารถมากกว่านี้ก็หายาก

มีคำถามที่เราได้ยินเสมอว่า ทำไมไม่เลือกคนที่ดีกว่านี้ในจังหวัดนั้น ทำไมคนที่ไม่เลือกคนที่เหนือกว่านี้ในจังหวัดนั้นๆ คำตอบก็คือว่า เวลาหาคนนี่ยากเหมือนกัน หรือบางคนก็ถามว่าให้เท่าไหร่ อย่างนี้ก็เป็นเรือ่งที่ทำได้ยาก อันนี้คือสิ่งที่พวกเราภูมิใจได้ว่าเรามาในระบบที่เป็นนักการเมอง ผมเป็นนักการเมืองที่เป็นมา 50 ปีในอดีตเขาไม่มีการพูดเรือ่งพวกนี้ ในอดีตอย่างดีก็เป็นนักเลง เลี้ยงเหล้ากัน แต่ชนิดซื้อเสียง โกงเลือกตั้งนี่เราไม่ค่อยได้เห็นกันในสมัยก่อน เพราะฉะนั้นอะไรที่เป็นของดีในอดีตก็ต้องเก็บเอาไว้ ไม่ใช่ว่ายุคใหม่จะดีไปทุกเรือ่ง ของใหม่ๆ บางทีก็ไม่ใช่ของดีเสมอไป เพราะฉะนั้นอะไรที่เป็นของดีไม่ว่าเก่า หรือใหม่ก็ต้องเก็บรักษาสิ่งนั้นไว้ ผมคิดว่าต้องอาศัยพี่น้องประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศว่าเราต้องช่วยสนับสนุนแนวทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม จะต้องช่วยกันปกป้องอย่าให้มีพฤติกรรมอะไรที่ไม่ถูกต้อง อย่ายอมรับการทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายไหนก็ตาม”

Previous articleหุ้นปิดตลาดภาคเช้าลบ 8.01 จุด ดัชนี 1,758 จุด มูลค่าซื้อขาย 3.3 หมื่นล้าน
Next article“วิษณุ” ฟุ้ง 4 ปี คสช. คลอดกฎหมาย 400 ฉบับ