“บิ๊กตู่” หอบโปรเจ็กต์ EEC โรดโชว์อังกฤษ-ฝรั่งเศส

การเดินทางเยือนอังกฤษ-ฝรั่งเศสของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่างวันที่ 20-25 มิ.ย. 61 เป็นครั้งแรกของการเยือนสหภาพยุโรป (อียู) ตั้งแต่การยึดอำนาจ 22 พ.ค. 57

การเดินทางเยือนอังกฤษ-ฝรั่งเศสเที่ยวนี้ นอกจากกลับมา “คืนดี” กับอียู ภายหลังอียูออกแถลงการณ์ปรับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับรัฐบาลไทย เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 60 ยังเป็นการ “โรดโชว์” เพื่อดึงนักลงทุนต่างประเทศให้มาลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า การเลือกเดินทางไปอังกฤษและฝรั่งเศส เพราะมีประสานกันอย่างใกล้ชิด ภายหลังอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกอียู (Brexit) ขณะที่ฝรั่งเศสมีความร่วมมือโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) อู่ตะเภา ระหว่างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กับบริษัท แอร์บัส

“การวางให้ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไป 2 ประเทศนี้ก่อนก็เพื่อเปิดทางให้ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปยังประเทศอียูอื่น ๆ ต่อไป เช่น เบลเยียมและสำนักงานใหญ่อียู โดยไม่เป็นลูกไล่ ไม่ถูกกดดันเรื่องวันเลือกตั้ง เพราะถ้าอังกฤษและฝรั่งเศสเอาด้วย ประเทศสมาชิกอียูอื่น ๆ ก็ไม่มีปัญหา”

“รศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์” นักรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ถึงท่าทีสหภาพยุโรปที่เปลี่ยนไปว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ละเว้นและขาดไม่ได้แล้วในขณะนี้ เพราะไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน มีมูลค่าเศรษฐกิจมหาศาล

ด้าน “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ว่าที่เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ก่อนหน้านั้น Macron พบปะผู้นำที่มีปัญหาเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนแล้วหลายคน ทั้งหมดคือ ธุรกิจ การค้า การลงทุน

“หัวหน้า คสช.เดินทางไปพบ Macron มีเรื่องเจรจา 1.การสร้างศูนย์ซ่อมบำรุง Airbus ที่สนามบินสุวรรณภูมิ 2.นวัตกรรม เทคโนโลยีโดยมีไทยเบฟ CP อมตะ ร่วมคณะเพื่อสร้าง platform ร่วมกับสินค้า made in France และ 3.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน”

ต้องจับตาดูว่า การเยือนอังกฤษเที่ยวนี้ นอกจากเรื่องการค้า-การลงทุนแล้ว จะมีเรื่องการเมืองหรือไม่

ภายหลัง “น.ส.ยิ่งลักษณ์” ได้วีซ่าอังกฤษ 10 ปี !

Previous articleจ่ายค่าไฟแพงเกินจริง 8 ปี แฉต้นทุนแฝงสำรองล้นหมื่นเมกะวัตต์
Next articleเปิดบัญชีค่าจ้างแรกเข้า-ขั้นสูง ของ ‘ลูกจ้างชั่วคราวกระทรวงสาธารณสุข’