“เพื่อไทย” จี้ต่อ แฉบริษัทขายข้าวผิดวัตถุประสงค์ ส่อถูกเวียนขายผิดเงื่อนไขสัญญา

“เพื่อไทย” ยังจี้ต่อ เดินหน้าแฉบริษัทขายข้าวผิดวัตถุประสงค์ ส่อถูกเวียนขายผิดเงื่อนไขสัญญา วอนนายกฯตรวจสอบจริงจัง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 สิงหาคม 2560 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบการระบายข้าวของภาครัฐ แถลงข่าวเพิ่มเติมในประเด็นต่อเนื่องกรณีการขายข้าวของรัฐที่ไม่ใช่คนบริโภค พร้อมเปิดเผยคลิปการขนย้ายข้าวที่ประมูลได้จากบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.เมืองกำแพงเพชร ไปยังบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร โดยนายยุทธพงศ์กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่าข้าวดังกล่าวส่อว่าจะถูกนำไปเวียนขายในตลาดสำหรับการบริโภคของคนหรือไม่ และเพื่อความชัดเจน ขอให้กระทรวงพาณิชย์นำภาพจากกล้องวงจรปิดออกมาเปิดเผย โดยเฉพาะการใช้ข้าวที่ประมูลได้ไปดำเนินการถูกต้องตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ขณะเดียวกันตนขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า เมื่อเห็นความไม่โปร่งใสชัดเจนแล้ว นายกรัฐมนตรีจะจัดการต่อเรื่องดังกล่าวอย่างไร พร้อมเรียกร้องไปยังบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.เมืองกำแพงเพชร ให้เปิดโรงงานเพื่อแสดงข้าวที่สามารถประมูลได้ ให้สื่อมวลชนเข้าไปตรวจสอบว่าไม่ได้นำไปดำเนินการอย่างอื่น และข้าวยังอยู่ครบถ้วน

ด้านนายสุรสาล ผาสุข อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรค พท. กล่าวว่า จากหลักฐานดังกล่าวจะพบว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดเงื่อนไขสัญญาที่บริษัทได้ทำกับภาครัฐ โดยเฉพาะสัญญาที่ระบุว่าผู้ซื้อจะต้องนำข้าวสารตามสัญญาเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม โดยจัดทำแปรรูปหรือทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้น และจะต้องไม่นำข้าวสารดังกล่าวเข้าสู่ระบบการตลาดและการค้าปกติเพื่อการบริโภคทุกรูปแบบ ที่สำคัญ ผู้ซื้อต้องยินยอมให้ผู้ขายทําการติดกล้องวงจรปิดเพื่อให้ผู้ขายสามารถบันทึกภาพความเคลื่อนไหวของการขนย้ายการเก็บสินค้าและการนำเข้าสู่กระบวนการผลิตภายในโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน ดังนั้น ผู้ซื้อจะไม่สามารถนำข้าวสารไปขายต่อให้โรงสีหรือท่าข้าวอื่นๆ หรือโรงงานอื่นๆ ในเครือได้ เพราะไม่ใช่คู่สัญญากับผู้ขายคือรัฐบาล

ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรค พท. กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับ พบการนำข้าวที่ประมูลในราคาอาหารสัตว์ไปปรับปรุงคุณภาพเข้าสู่ตลาดข้าวเกิดขึ้นจริง จึงต้องเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ จากข้อมูลพบด้วยว่าข้าวที่ผ่านการประมูล บางส่วนถูกนำออกไปจำหน่ายในตลาดแถบแอฟริกา ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นอย่างมาก

“จากข้อมูลยังพบอีกว่า ที่ อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี พบความไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะการขนย้ายข้าวในเวลากลางคืน ซึ่งได้รับแจ้งจากเจ้าของโกดัง จึงนำข้อมูลดังกล่าวไปร้องเรียนต่อ สตง. แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงสงสัยว่าการตรวจสอบการทุจริตระหว่างนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งและนักการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง คนกลุ่มใดที่ตรวจสอบการทุจริตได้ดีกว่ากัน” นายสุชาติกล่าว

 


ที่มา : มติชนออนไลน์