มท.ยึดสนามกอล์ฟกรมชล 100 ไร่ ดึง 6 กรมตั้งศูนย์ราชการใหม่

มหาดไทยวุ่นหาที่ดินสร้างกระทรวงแห่งใหม่ ร่อนหนังสือขอใช้สนามกอล์ฟชลประทาน 100 ไร่ ผุดศูนย์ราชการรับ 6 กรม เผยแผนแม่บทเกาะรัตนโกสินทร์ฉบับใหม่เข้ม ล่าสุดขยายขอบเขตเพิ่มทั้งพื้นที่ชั้นใน-ชั้นนอก-ฝั่งธนบุรี

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระแสข่าวย้ายกระทรวงมหาดไทยจากสถานที่ตั้งปัจจุบันไปอยู่บริเวณอื่นมีการผลักดันมานานหลายปีแล้ว เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายต้องการเคลียร์พื้นที่บริเวณดังกล่าว ที่ถูกกำหนดให้อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์ ไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นสถานที่ราชการ เพราะพื้นที่คับคั่งและแออัด จากการที่มีหน่วยงานราชการหลายแห่ง จึงต้องจัดระเบียบใหม่ให้สวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย

คุมเข้มใช้ที่ดินเกาะรัตนโกสินทร์

รวมถึงต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ และพระบรมมหาราชวัง หลังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก และเพื่อรองรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค ที่จะเปิดบริการในเดือนกันยายน 2562 ซึ่งจะมีสถานีวังบูรพา และสถานีสนามไชย อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ พาดผ่าน สามารถสัญจรไปมาได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องนำรถบัสท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ชั้นในของเกาะรัตนโกสินทร์ กระทรวงมหาดไทยจึงทำหนังสือขอใช้พื้นที่บริเวณสนามกอล์ฟชลประทาน จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับก่อสร้างกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ทดแทนที่เดิม

ย้ายที่ทำการมหาดไทย-กทม.


“นโยบายรัฐต้องการจัดระเบียบพื้นที่ใหม่ ไม่ให้ส่วนราชการอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ อย่างศาลาว่าการ กทม.ที่
เสาชิงช้า ก็ต้องย้ายออกเช่นกัน ปัจจุบันเริ่มทยอยไปยังตึกใหม่ย่านดินแดง ส่วนตึกเดิมจะอนุรักษ์ไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย หากย้ายออกก็จะอนุรักษ์ตึกเก่าไว้ เพราะจะรื้อสร้างใหม่จะติดข้อบัญญัติ กทม.คุมเรื่องความสูง และระยะถอยร่น”

นอกจากนี้ล่าสุด สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ปรับปรุงแผนแม่บทเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ใหม่ ปี 2560 โดยขยายขอบเขตพื้นที่มากขึ้น
มีบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ชั้นใน กรุงรัตนโกสินทร์ชั้นนอก ฝั่งธนบุรี ตรงข้ามบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ และพื้นที่ต่อเนื่องบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ชั้นนอก ตั้งแต่แนวคลองรอบกรุงถึงแนวคลองผดุงกรุงเกษม

แผนแม่บทฉบับใหม่นี้กำหนดขึ้นมาเพื่อเป็นการวางกรอบนโยบายการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ของกรุงรัตนโกสินทร์ ภายใต้ระยะเวลาดำเนินการ 2560-2575 โดยให้ครอบคลุมด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านภูมิทัศน์ การจราจร การใช้ที่ดิน สาธารณูปโภค สาธารณูปการ การท่องเที่ยว และวิถีชุมชน

มท.ปิ๊งสนามกอล์ฟกรมชลฯ

ด้านนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในฐานะโฆษก มท. กล่าวถึงการย้ายกระทรวงมหาดไทยว่า ขณะนี้ขั้นตอนทำหนังสือขอใช้พื้นที่ สนามกอล์ฟชลประทาน ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี ซึ่งอยู่ในความครอบครองของกรมชลประทาน โดยเพิ่งส่งหนังสือไปถึง นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังอยู่ในขั้นตอนของการขอความเห็นชอบ ตนไม่ทราบว่า นายฉัตรชัย
พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ประสานกับนายเลิศวิโรจน์ เป็นการภายในแล้วหรือไม่

แม้ที่ดินผืนดังกล่าวจะเป็นทางเลือกแรก แต่ทางกระทรวงมหาดไทยจึงเตรียมพื้นที่สำรองไว้ เช่น พื้นที่ย่านมีนบุรี กับพื้นที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริเวณแยกผังเมือง ติดกับพื้นที่ของกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยยังไม่มีการตัด 2 ตัวเลือกนี้ทิ้งไป

ดึง 6 กรมตั้งศูนย์ราชการใหม่

“ส่วนที่เลือกพื้นที่ของกรมชลประทานเป็นอันดับแรกว่า เป็นพื้นที่ที่มีความสง่างาม มีความกว้างขวาง เหมาะสมต่อการสร้างศูนย์ราชการของกระทรวงมหาดไทย ที่จะนำกรมทั้ง 6 กรม ประกอบด้วย กรมที่ดิน กรมการปกครอง กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงสำนักงานปลัดกระทรวง ซึ่งกระจัดกระจายอยู่คนละที่มารวมไว้ในพื้นที่เดียวกัน อีกทั้งไม่อยู่ห่างจาก กทม.มาก มีรถไฟฟ้าเข้าถึง ข้าราชการเดินทางสะดวก ประชาชนก็ไม่ลำบากในการติดต่อราชการ” นายนิสิตกล่าว

ขณะที่นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า มีคนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเรื่องนี้เข้ามาจำนวนมาก แต่เป็นเรื่องของระดับเจ้าหน้าที่ที่คุยกัน พื้นที่ที่ถูกระบุก็เป็นพื้นที่สาธารณะ หน่วยงานราชการก็ขอใช้พื้นที่กันได้ ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และไม่ขอชี้แจงใด ๆ

ขอใช้ที่ดินสนามกอล์ฟ 100 ไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 9 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือเรื่องขอใช้ที่ดินเพื่อก่อสร้างกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ ถึงนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ โดยระบุว่า ปัจจุบันพื้นที่เกาะกรุงรัตนโกสินทร์ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ ประกอบกับความแออัดคับแคบของสภาพพื้นที่โดยรอบ ทำให้ส่วนราชการหลายแห่งย้ายสถานที่ปฏิบัติงานออกไปจากเกาะรัตนโกสินทร์ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็ประสบปัญหา ส่งผลให้การอำนวยความสะดวกในการติดต่อราชการ และการปฏิบัติราชการมีจำกัด

ประกอบกับอาคารสิ่งก่อสร้างบางส่วนบดบังทัศนียภาพอันงดงามของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จึงจำเป็นต้องจัดหาที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการของกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ และพิจารณาแล้วเห็นว่า ที่ดินราชพัสดุในพื้นที่ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แปลงสนามกอล์ฟชลประทาน เหมาะสมในการก่อสร้าง จึงขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงเกษตรฯ อนุเคราะห์ที่ดินประมาณ 100 ไร่ เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทำเลที่ตั้งสนามกอล์ฟชลประทานที่กระทรวงมหาดไทยขอใช้พื้นที่นั้น เส้นทาง
คมนาคมค่อนข้างพร้อมและสะดวกในการเดินทาง เพราะนอกจากไม่ไกลจากเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่แล้ว รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จะพาดผ่านโดยตรง และจะมีสถานีกรมชลประทานตั้งอยู่ด้านหน้า ขณะเดียวกันก็อยู่ใกล้แนวถนนต่อเชื่อมถนนกาญจนภิเษก หรือถนนวงแหวน
รอบนอก กับถนนวิภาวดีรังสิต และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสนามบินน้ำ ซึ่งแนวเส้นทางบางส่วนถูกต่อต้านจากชุมชนในพื้นที่ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนและโครงการทั้งหมดไปทบทวน

เล็งที่ราชพัสดุ 5 แปลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงปี 2560 ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยเคยหารือเรื่องการจัดหาที่ดินสำหรับใช้ก่อสร้างกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ ทดแทนอาคารที่ทำการปัจจุบันบริเวณถนนอัษฎางค์ แขวงราชบพิธ เขตพระนคร โดยหยิบยกที่ดินราชพัสดุ กรมธนารักษ์ พิจารณา 4 แปลง ได้แก่ ที่ดินเรือนจำกลางคลองเปรม ของกรมราชฑัณฑ์ เนื้อที่ 496 ไร่เศษ ที่ดินราชพัสดุ คลองหลวง 5 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 640 ไร่ ที่ดินราชพัสดุ ต.บางปิ้ง จ.สมุทรปราการ 1,400 ไร่ และที่ดินราชพัสดุ บริเวณถนนพระราม 9 เนื้อที่ 1,000 ไร่ ที่ รฟม.ใช้ประโยชน์อยู่ในปัจจุบัน เท่ากับที่ดินสนามกอล์ฟชลประทาน เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ที่ดินสนามกอล์ฟชลประทาน เนื้อที่ 243 ไร่ กับที่ตั้งของโรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ บริเวณถนนติวานนท์ ปากเกร็ด เคยถูกหยิบยกขึ้นพิจารณาเป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ แต่มีกระแสต้าน รัฐบาลจึงตัดสินใจเลือกใช้ที่ดินบริเวณโรงเรียนโยธินบูรณะเป็นสถานที่ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่แทน