ไทกร โพสต์5ข้อ เผด็จการพลาด ทำทักษิณกลายเป็นลัทธิการเมือง!

วันนี้ (2 ก.ย.2561) นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก เปรอง/ทักษิณ เปรียบเทียบอนาคตทางการเมืองของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า

ชะตากรรมของคนทั้งสองคล้ายกันคือ ถูกทหารรัฐประหารยึดอำนาจและต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ ฮวน เปรอง กลับสู่อาร์เจนตินาบ้านเกิดหลังลี้ภัยในต่างประเทศ 15 ปี เมื่อเปรองกลับมาก็ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี และได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนถล่มทลาย ทักษิณ ชินวัตร ลี้ภัยในต่างประเทศเกือบ 11 ปีแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับประเทศบ้านเกิดเมื่อไหร่ แต่พรรคการเมืองของทักษิณก็ชนะเลือกตั้งติดต่อกันทุกครั้ง และการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้(ก.พ.62)ก็คาดหมายได้ว่าพรรคการเมืองของทักษิณจะชนะเลือกตั้งอีก ผู้คนตั้งคำถามว่าอะไรคือสาเหตุแห่งชัยชนะ ?


หลายคนโดยเฉพาะศัตรูทางการเมืองของทักษิณสรุปว่า ชนะเพราะ”เงิน” ซึ่งน่าจะเป็นข้อสรุปที่ตื้นเขินทางภูมิปัญญาไปหน่อย เพราะเมื่อใช้เหตุผลและจิตวิทยาสังคมการเมืองมาอธิบายก็จะได้ข้อสรุปง่ายๆว่า ชนะเพราะทักษิณเข้าไปอยู่ในจิตใจของผู้คนจำนวนมาก เช่นเดียวกับ ฮวน เปรอง ที่อยู่ในจิตใจของชาวอาร์เจนตินาไม่เสื่อมคลาย จนมีการตั้งพรรคการเมืองชื่อเปรองอิสม์(พรรคลัทธิเปรอง)เป็นฐานอำนาจทางการเมืองให้กับฮวน เปรอง  เช่นเดียวกับทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย หรือจะเป็นพรรคอะไรก็ตามในอนาคต ก็จะเป็นพรรคทักษิณอิสม์(พรรคลัทธิทักษิณ)
แล้วใครทำให้เปรองหรือทักษิณกลายเป็นลัทธิทางการเมือง คำตอบก็คือ เผด็จการ

เผด็จการทหารของทั้งสองชาติได้สร้างให้คนทั้งสองเป็นลัทธิทางการเมือง จะด้วยเหตุเพราะ

(1)ความฉลาดน้อยของเผด็จการ

(2)การประเมินสถานการณ์ผิดพลาดของเผด็จการ
(3)การประเมินศักยภาพเปรองและทักษิณต่ำไป
(4)การบริหารประเทศผิดพลาดล้มเหลวของเผด็จการ
(5)ความละโมบโลภมากเห็นแก่ตนเองและพวกพ้องของเผด็จการ ฯลฯ

ทำให้เผด็จการทหารทั้งสองชาติพ่ายแพ้ทางการเมืองต่อเปรองและทักษิณอย่างราบคาบ เปรอง/ทักษิณได้อำนาจจากการเลือกตั้ง เผด็จการทหารได้อำนาจจากการใช้ปืนปล้น ความชอบธรรมทางการเมืองต่างกันราวฟ้ากับเหว ดังนั้นเราจึงเห็นความพ่ายแพ้ทางการเมืองของเผด็จการและพรรคพวกซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

และในการเลือกตั้งปี 62 เผด็จการทหารก็ต้องพ่ายแพ้ต่อลัทธิทักษิณอีกครั้ง

ที่มา:มติชนออนไลน์