3 พรรคจัมป์สตาร์ตชิงธงเลือกตัั้ง ขวาง คสช.ซื้อเวลา-ต่ออายุอยู่ยาว

หมุดหมายการเลือกตั้งถูกปักมาแล้ว 4 ครั้ง ส่วนจะขยับอีกเป็นครั้งที่ 5 หรือไม่ ตามโรดแมปเร็วที่สุด 24 กุมภาพันธ์ 2562 พร้อมกับบันไดหนี 3 ตุ๊กตา 1.วันที่ 31 มีนาคม 2562 2.วันที่ 28 เมษายน 2562 และอย่างช้าที่สุด วันที่ 5 พฤษภาคม 2562

แม้ว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี-หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะออกมา “คลายล็อก” 6 ข้อใหญ่ 9 ข้อย่อย ทว่า 3 พรรคเบอร์ใหญ่-กลางดาหน้าออกมาถล่มอย่างต่อเนื่อง

“จาตุรนต์ ฉายแสง” แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) แทงทะลุความคิดของ คสช.ว่า ต้องการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองใหม่บางพรรค ที่ออกตัวเป็น “นอมินี คสช.”-“มัดมือ-มัดเท้า” พรรคการเมืองใหญ่-ขั้วตรงข้าม ไม่ให้หาเสียงขายนโยบายของพรรค-เป็น “คู่แข่ง” กับ “รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์” ที่เดินสายลงพื้นที่ต่างจังหวัดเดือนละ 2 ครั้ง

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดกลางเดือนกันยายน พล.อ.ประยุทธ์ ปักหมุดประชุม “ครม.สัญจร” พื้นที่สีแดงเข้ม-จังหวัดเชียงราย

“เป็นเพียงการคลายล็อกบางเรื่อง แม้ว่าจำเป็นจะต้องทำก็ตาม แต่มีเรื่องที่สำคัญกว่า คือการทำนโยบาย ไม่ใช่จะให้ไปทำในช่วงใกล้หาเสียง เป็นไปไม่ได้เพราะพรรคการเมืองจะต้องเตรียมล่วงหน้า รวมถึงรับฟังความเห็นประชาชน”


“ถ้า คสช.ไม่คลายล็อกคำสั่งห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ก็จะทำในสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ จะกลายเป็นพรรคการเมืองไม่มีเวลาสื่อสารนโยบายกับประชาชน และขอย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การหาเสียง แต่เป็นการเตรียมนโยบายของพรรค”

“คสช.จะเน้นเรื่องที่จำเป็นเฉพาะพรรคการเมืองที่ตั้งใหม่บางพรรค เพื่อให้พรรคเหล่านั้นทำอะไรทันในช่วงการเลือกตั้ง ดังนั้นการคลายล็อกดังกล่าวเป็นการตัดสินใจ การวางแผนกำหนดกติกา โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของ คสช.เท่านั้น และมุ่งทำให้พรรคการเมืองเก่าที่มีอยู่อ่อนแอ ขาดการเชื่อมโยงกับประชาชน”

เขาเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามตุ๊กตาที่ตั้งไว้ที่อย่างเร็วที่สุด วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 และอย่างช้าที่สุด วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 เพราะโรดแมปเคลื่อนไปตามรัฐธรรมนูญ-กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว.ประกาศ-มีผลบังคับใช้

“เวลานี้การเลื่อนทำได้ยากกว่าเดิมมาก เพราะการเลือกตั้งถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญ เมื่อกฎหมายใช้บังคับแล้ว ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน จะหาเหตุมาง่าย ๆ ไม่ได้อีกแล้ว”

ด้าน “เสี่ยหนู”-อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) วิเคราะห์ว่า หากการเดินทางเปรียบเป็นพีระมิด รัฐบาล-คสช.ถือว่าเดินมาอยู่ในจุดที่สูง-สุดยอดแล้ว ไม่สามารถสะวิงซ้าย-ขวาให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนอีก เหมือนเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา

“ตอนนี้เราต้องพูดถึงรัฐธรรมนูญ เพราะกำหนดบังคับให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างช้าที่สุด คือ พฤษภาคม การเลือกตั้งจึงไม่น่าเกินเพราะคงไม่มีใครอยากทำให้ขัดรัฐธรรมนูญ หรือต้องมานั่งตีความให้ต้องเซตการเลือกกันใหม่”

ส่วนความพร้อมของภูมิใจไทยได้มีการเตรียมตัววางคอนเซ็ปต์นโยบายไว้แล้วว่า จะไม่ก๊อบปี้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของ คสช. เหมือนพรรคการเมืองล้อหม้อทหาร

“นโยบายของพรรคคงไม่ล้อกับยุทธศาสตร์ 20 ปี เพราะปัญหาของประเทศไทยต้องมีอะไรที่ต้องฉุดกระชากหน่อย หลังจากมีรัฐบาลใหม่แล้ว เป็นนโยบายที่ทำได้ ทำเร็ว และทำเลย”

ส่วนการทำไพรมารี่โหวต มีก็ได้-ไม่มีก็ดี เพราะไม่ได้เป็นอุปสรรคในการส่งผู้สมัครลงการเลือกตั้ง ความพร้อมของผู้สมัคร-พรรค พร้อม-ความพร้อมของหัวหน้าพรรค “ยิ่งพร้อม” ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล

“พรรคเก่า ๆ มีประสบการณ์การเลือกตั้งมาไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยครั้งแล้ว ยังไม่มีใครมาบ่นว่าทำไม่ทัน ทุกพรรคการเมืองพร้อมให้มีการเลือกตั้ง”

ส่วนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้อย่างช้าที่สุดในวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 หรือไม่นั้น เขามั่นใจว่า พรรคการเมืองทำใจไว้แล้ว เพราะรอมา 4 ปี เกือบ 5 ปีแล้ว อีกปีเดียว

“ให้หมดตัวช่วยก่อน เดี๋ยวการเลือกตั้งก็มาเอง ประกาศให้หาเสียงได้เมื่อไร ก็พร้อมเมื่อนั้น”

ก่อนจะดีดลูกคิด-นับนิ้วแล้ว “เสี่ยหนู” มั่นใจกอดไว้ 40 เก้าอี้ รอเสียงปลายสายร่วมรัฐบาลแน่นอน…ทว่าหากล็อกถล่ม หดเหลือ 10 เก้าอี้ เตรียมตัวโดดน้ำตายได้เลย

ด้าน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังท่องคาถา-แปะยันต์ปฏิรูปสะกิดรัฐบาลแรง ๆ-ดึงสติ คสช.ไม่ให้ใช้อำนาจ จนลืมที่มา-ที่ไปว่า ภารกิจการรัฐประหาร 22 พฤษภา 57 คือ การชูธงปฏิรูป

โดยเฉพาะแนวโน้มที่จะให้ไพรมารี่โหวตในรูปแบบคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ซึ่งไม่ใช่การทำไพรมารี่โหวต และย้อนยุคไปครั้งรัฐธรรมนูญปี”50

“เดิมผู้มีอำนาจในปัจจุบันเข้ามา บอกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ปฏิรูประบบให้ดีขึ้น หลายครั้งแสดงความรังเกียจแนวทางแบบเดิม แต่ขณะนี้เมื่อจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผมไม่ได้เห็นด้วย 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะหลายพรรคพร้อมที่จะทำ แต่ยังไม่ทันปฏิบัติ กลับมาเปลี่ยนแปลงแบบนี้ เหตุผลที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ คงเป็นเพราะหลายเรื่องที่เกี่ยวพันกับผู้มีอำนาจที่จะมาทำการเมือง ทำให้มีความคิดเปลี่ยนแปลงไปเกี่ยวกับกติกา เนื่องจากไพรมารี่โหวตจะเป็นอุปสรรคต่อการดูด”