‘ดิเรก ถึงฝั่ง’ ปูดมีอดีต ส.ว.สอพลอ ไร้สำนึกประชาธิปไตย เสนอตัวให้ คสช.จิ้มนั่ง 250 คน

“ดิเรก” ขอเว้นวรรคการเมือง หวั่นปมแก้ รธน.ทำขัดแย้งอีก ปูดมีอดีต ส.ว.สอพลอไร้สำนึกคึก เสนอตัวให้ คสช.จิ้มนั่ง 250 คน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต ส.ว.นนทบุุรี กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองหลัง กกต.ออกประกาศระเบียบ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ว่า คงของดเว้นการลงสมัครรับการสรรหาเป็น ส.ว.ทั้งแบบ คสช.แต่งตั้ง ผ่านคณะกรรมการสรรหา 194 คน และแบบ คสช.แต่งตั้ง ผ่านการเลือกใน 10 กลุ่มวิชาชีพ รวมจนถึงลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ตามที่หลายพรรคได้เข้ามาทาบทามด้วย เนื่องจากอยากทำงานในสภาสูง ใช้ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ กลั่นกรองกฎหมายมากกว่า

แต่เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับนี้นั้น ตนแสดงออกคัดค้านไม่เห็นด้วยในหลายประเด็นมาตั้งแต่แรก เมื่อกำหนดให้ 250 ส.ว.วาระแรก ต้องมาจากการแต่งตั้งโดย คสช.ในขั้นสุดท้าย แต่หากกลับไปใช้ การเลือกไขว้ ส.ว. 20 กลุ่มอาชีพ ตามบทหลักของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. หลัง 5 ปีผ่านไปก็อาจพิจารณาอีกครั้ง เพราะถือว่าเกณฑ์กติกาเป็นที่รับได้

“รอบนี้จึงขอเว้นวรรคทางการเมืองไปก่อน เพราะไม่ใช่วิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งการให้ 250 ส.ว.แต่งตั้ง ร่วมลงมติโหวตนายกฯ ที่อาจเป็นได้ทั้งคนใน-คนนอก ก็อาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งได้อีก นายกฯอาจไม่ได้ตรงความต้องการของประชาชน อีกทั้งตนเชื่อว่ากระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ก็อาจจะเกิดขึ้นได้อีก เนื่องจากหลายประเด็นยังมีปัญหา
ทว่าประสบการณ์ของสมาชิกรัฐสภาเมื่อปี 2556 ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า การแก้รัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ว่าจะเป็นรายมาตรา หรือทั้งฉบับก็ไม่อาจทำได้ สุ่มเสี่ยงจะเกิดความขัดแย้งอีก ตอนนี้จึงทำหน้าที่อาจารย์มหาวิทยาลัย บรรยายให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงหลักการประชาธิปไตยไปก่อน ทำให้รู้ว่าการรัฐประหารไม่เคยเป็นทางออกของการเมืองไทย ต้องยึดระบบและกติกาเป็นสำคัญ” นายดิเรกกล่าว

ส่วนกระแสการลงสมัครรับการแต่งตั้งเป็น 250 ส.ว.วาระแรก จากการหารือของชมรมอดีต ส.ว.นั้น นายดิเรกกล่าวว่า ก็มีอดีต ส.ว.หลายรายพร้อมร่วมสมัครรับการสรรหาเป็น 1 ใน 250 ส.ว.ชุดนี้ โดยส่วนใหญ่เป็นอดีต ส.ว.สรรหา และอดีตส.ว.เลือกตั้งบางราย หากจะถามถึงความเหมาะสมกับการเป็นสมาชิกรัฐสภามาเกิน 10 ปี โดยไม่ต้องเลือกตั้ง ตนคงไปว่าใครไม่ได้ เพราะกฎหมายเปิดช่องให้ทำแบบนั้นได้ แต่บ้างก็สอพลอ คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตนกันเหลือกัน นี่จึงเป็นเรื่องจิตสำนึกของแต่ละคน

ที่มา : มติชนออนไลน์

Previous articleองค์กรครูงัด 8 เหตุผลต้าน ‘อธิบดีกรมบัญชีกลาง’ ซัดไม่รู้จริง ข้อมูล’ขรก.เกษียณ’
Next articleแฟนหนุ่มเทย์เลอร์ สวิฟต์ เผยใช้ “ความเงียบ”เพื่อให้ ความรักอยู่รอด