คิกออฟ ซูเปอร์บอร์ดชาติ ร่างแผนกุมชะตาประเทศ 20 ปี

5 ปีนับจากนี้เป็นอย่างน้อย การเมืองไทยจะเปลี่ยนหน้าไปอย่างพลิกฝ่ามือ ไม่ใช่มีแต่รัฐบาล-ฝ่ายค้าน จะมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ-คณะกรรมการปฏิรูป เป็น “ซูเปอร์บอร์ดชาติ”

ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2560 คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องเห็นชอบ-แต่งตั้ง “คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ” จำนวน 34 คน แบ่งออกเป็น “กรรมการโดยตำแหน่ง” จำนวน 17 คน ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นรองประธานกรรมการ คนที่ 1 ประธานวุฒิสภา เป็นรองประธานกรรมการ คนที่ 2 รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ คนที่ 3

กรรมการปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประธานกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย


“กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” จำนวนไม่เกิน 17 คน มีประสบการณ์ในด้านความมั่นคง ด้านการเมือง และการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ เป็นต้น วาระ 5 ปี

โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ “เลขาฯ สภาพัฒน์” เป็นกรรมการและเลขาธิการ-เลขานุการ ภายในเดือนกันยายนนี้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจะแต่งตั้ง “คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ” จำนวน 6 คณะ 6 ด้าน ไม่เกินคณะ-ด้านละ 15 คน เพื่อจัดทำ “ร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้น”

เมื่อร่างยุทธศาสตร์ประกาศบังคับใช้แล้ว ให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ จัดทำ “แผนแม่บท” เสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ-ครม.เห็นชอบเพื่อบังคับใช้กับทุกกระทรวง กรม หน่วยงาน

คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ยังมีอำนาจตรวจสอบ “หน่วยงานรัฐ” ทั้งส่วนราชการ-รัฐวิสาหกิจ ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ องค์กรอิสระ หากไม่เดินตามยุทธศาสตร์ชาติ-แผนแม่บท “โดยไม่มีเหตุอันควร” ให้แจ้ง ครม.-รัฐสภา-ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป อาทิ พักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการหรือออกจากงานไว้ก่อน หรือสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง

ขณะที่ “ฝาแฝดอิน-จัน”-“คณะกรรมการปฏิรูป” การประชุม ครม.15 สิงหาคม 2560 ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูป ทั้ง 11 ด้าน แต่ละด้านประกอบด้วย ประธานกรรมการปฏิรูป 1 คน และกรรมการ ไม่เกิน 13 คน มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี


เป็นจุดสตาร์ตการเมืองใหม่ต่อไปอีก 20 ปีข้างหน้า