รองเลขาฯ ป.ป.ช. เร่งแก้ปมแจงบัญชีทรัพย์สินให้จบก่อน 2 ธ.ค.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวภายหลังเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเรื่องปัญหาการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้ในประกาศ ป.ป.ช.ฉบับล่าสุด ว่าขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย และการหารือครั้งนี้เป็นการหารือทั่วไปในข้อกฎหมาย โดยนายวิษณุได้สอบถามถึงการกำหนดตำแหน่งในประกาศของ ป.ป.ช.จะมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร ส่วนใหญ่เป็นประเด็นข้อกฎหมาย เช่น การยื่นภายในกำหนดกี่วัน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งใดบ้างที่ต้องยื่น ส่วนกรณีที่นายกและกรรมการสภาวิทยาลัยเตรียมจะลาออกนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากต้องนำความเห็นต่างๆ เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้พิจารณา คาดว่าจะดำเนินการแก้ปัญหาได้ทันก่อน 2 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่ประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ แต่หากไม่ทันก็ต้องขยายเวลาการบังคับใช้จากวันที่ 2 ธันวาคมไปก่อน แล้วค่อยดูแนวทางอีกครั้ง เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นปัญหาพอสมควร เราจึงต้องรับฟังความเห็นจากหลายทาง โดยทั้งหมดอยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

“ทางออกเบื้องต้นอาจจะมีการขยายเวลาออกไปก่อน ส่วนจะเป็นระยะเวลาเท่าไรนั้นยังไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะใช้เวลาศึกษาหาทางออกเท่าไร และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะแก้ไขหรือไม่แก้ไขประกาศดังกล่าว เนื่องจากยังต้องศึกษารายละเอียด”นายนิวัติไชย กล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่า ประกาศ ป.ป.ช.ครอบคลุมถึงสมเด็จพระสังฆราช ที่ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย จะดำเนินการอย่างไร นายนิวัติไชย กล่าวว่า มีกระแสข่าวอยู่เหมือนกัน เป็นประเด็นหนึ่งที่ต้องพิจารณา ต่อข้อถามว่า มีความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า ไม่ทราบ อยู่ที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะพิจารณา

เมื่อถามว่า การที่นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีปฏิกิริยากับเรื่องนี้มาก เป็นไปได้หรือไม่ที่ว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ไม่โปร่งใส และมีการทุจริตจำนวนมาก นายนิวัติไชย กล่าวว่า มันอยู่ที่ข้อกฎหมายตามนิยามของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้แล้วว่าเป็นใครบ้าง คณะกรรมการ ป.ป.ช.เพียงแต่ออกประกาศให้ทราบเท่านั้นว่ามีหน่วยงานไหนบ้าง แต่วันนี้มีประเด็นคือ ตำแหน่งนั้นๆ ใช่ตำแหน่งที่จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ จึงต้องมาหารือกัน

 

ที่มา : มติชนออนไลน์