อดีตกกต.’สมชัย’ สมัครเป็นสมาชิกประชาธิปัตย์ บอกอยากลงเลือกตั้ง’กทม.-สมุทรสาคร’

“สมชัย” สวมเสื้อปชป.เป็นสมาชิกเต็มตัว เผยอยากลงเลือกตั้งพื้นที่“กทม.-สมุทรสาคร” ลั่นไม่สนใจใครเป็นรัฐบาล พร้อมวิจารณ์เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง พร้อมให้กำลังใจกกต.ทำหน้าที่จัดเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อเวลา เวลา 14.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินทางมายังพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยมีนายสรรเสริญ สมะลาภา รองหัวหน้าพรรคปชป. นต.สุธรรม ระหงษ์ ผอ.พรรคฯ และนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ มาให้การต้อนรับ ซึ่งนายสมชัย ได้เลือกสมัครสมัครสมาชิกแบบตลอดชีพ จากนั้น นายสรรเสริญได้สวมเสื้อแจ็คเก็จสีฟ้าสัญลักษณ์ของพรรคปชป. ให้กับนายสมชัย ทั้งนี้ นายสมชัย ได้สวมเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมู ซึ่งเป็นเสื้อตัวเดียวกับวันที่ใส่ออกมาจากการทำหน้าที่ กกต.

นายสรรเสริญ กล่าวว่า ตนได้ข่าวมาว่านายสมชัย ได้รับการทาบทามจากหลายพรรคให้ไปสมัครเป็นสมาชิก แต่สุดท้ายด้วยความที่นายสมชัย มั่นใจในตัวพรรคและระบบของพรรค รวมถึงอุดมการณ์ของพรรค จึงมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยพรรคจะวางตำแหน่งให้อยู่ในพรรคเพื่อทำประโยชน์ให้กับประเทศและประชาชน

ด้านนายสมชัย กล่าวว่า วัฒนธรรมการเมืองไทย เรามองเรื่องการสมัครสมาชิกพรรคเป็นเรื่องไกลตัวประชาชน ตนอยากจะบอกว่าถ้าประชาชนทุกคนเห็นว่าการเมืองไทยมีความสำคัญ อยากให้ตัดสินใจสมัครพรรคไหนก็ได้ที่คิดว่าเป็นพรรคที่ดี ตนมาที่นี่ไม่ได้มุ่งหวังอะไร เป็นเรื่องที่เราเองต้องการใช้สิทธิของเราตามรัฐธรรมนูญ ในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และไม่ได้ทำให้ตนมีสิทธิพิเศษแตกต่างจากคนอื่น ส่วนจะดำเนินกิจกรรมอะไรภายในพรรคปชป. ก็แล้วแต่กรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)จะเป็นผู้พิจารณาเองว่าอยากจะใช้ตนทำอะไรบ้าง ซึ่งจากนี้ไปความคิดทางการเมืองต่างๆ นอกเหนือจากช่องทางสาธารณะ ตนจะอาศัยช่องทางเสนอผ่านทางพรรคปชป.เพื่อให้เป็นช่องทางพัฒนานโยบายต่างๆด้วย

“ความระแวงในสังคมอาจจะมีมาก เนื่องจากเดิมเราไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง คนก็จะมองว่าผมพูดในฐานะนักวิชาการ และคนกลางจึงรู้สึกไว้วางใจ เพราะพูดโดยไม่มีผลประโยชน์ ก็อาจจะมีมากกว่า แต่ถ้าเมือผมเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแล้ว ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่ผมจะพูดจากนี้ไป ผมจะไม่เปลี่ยนวิธีการพูดแบบเดิม นั้นหมายความว่าผมพร้อมที่จะวิจารณ์ในสิ่งที่ไม่ถูกต้องแม้กระทั้งพรรคนี้เอง เช่น อาจจะมีการปฏิบัติที่ผิดหลักการผมก็พร้อมที่จะแสดงความเห็นสู่สาธารณะ พร้อมยืนยันว่าไม่ว่าผมจะเป็นหรือไม่เป็นสมาชิกของพรรคปชป.ผมก็จะไม่เปลี่ยนวิธีพูดถึงสังคม และผมไม่สนใจว่าใครจะมาเป็นผู้ปกครองของบ้านเมืองถ้าทำผิดผมก็พร้อมจะวิจารณ์” นายสมชัย กล่าว

เมื่อถามว่าสนใจที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ตนยังไม่คิดถึงเรื่องนี้ เพราะการทำประโยชน์ให้บ้านเมืองไม่จำเป็นต้องลงสมัครเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว เราเองขอให้มีการเสนอความเห็นออกไปให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม แต่ถ้าพรรคเห็นว่าตนสามารถลงเลือกตั้งได้ก็แล้วแต่พรรค แต่ถ้าหากเห็นว่าจะเก็บไว้พูดมากๆต่อประชาชนก็เก็บไว้ได้ ขออย่ามองว่าตนจะทำอะไรหรือเรียกร้องอะไร เพราะตนไม่มีขอเรียกร้องใดๆ

เมื่อถามอีกว่า สนใจสมัครส.ส.เขตใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ยังไม่เคยพูดคุยกับกก.บห. แต่ส่วนตัวเกิดที่ จ.สมุทรสาคร ถ้ามีที่ว่าง และคิดว่าตนเหมาะและไปได้

นอกจากนี้ ชีวิตการเรียนและการทำงานของตนส่วนใหญ่ก็อยู่ในกทม. ในพื้นที่กทม.ก็สนใจอยู่เหมือนกัย แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคจะเห็นสมควรหรือไม่


นายสมชัย กล่าวอีกว่า สิ่งที่อยากผลักดันมากที่สุดคือ กฎหมายสูงสุด ที่ไม่อาจพัฒนาประชาธิปไตยอย่างยั่งยื่นได้ ซึ่งผู้ร่างโดยเห็นปัญหาเพียงส่วนเดียว รัฐธรรมนูญจึงแก้ปัญหาได้แค่เฉพาะหน้า แต่ระยะยาวนั้นมีปัญหาแน่นอน จึงจำเป็นต้องทำหน้าที่ผลักดันให้พรรคการเมืองแก้ไขรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ด้วย

นายสมชัย ยังกล่าวถึงการทำงานของ กกต.ชุดปัจจุบัน ว่า ในแง่ความพร้อมต่อการจัดการเลือกตั้ง ตนยังว่า น่าเป็นห่วง ยังไม่มีสิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า พร้อมจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ จึงอยากให้กำลังใจ กกต. และเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต. ในการเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งเพื่อคลายความกังวลของประชาชน เพราะหลายเรื่องก็เป็นเรื่องใหม่ ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่า คำสั่ง คสช.ที่ 16/61 อาจนำไปสู่การแทรกแซงกกต. ตนคิดว่า กกต. จะไม่ยอมให้ใครแทรกแซงอย่างแน่นอน เชื่อว่า กกต. ทุกคนรู้ว่า ต้องยึดหลักความเป็นกลาง สุจริต ไม่เข้าข้างใครเป็นที่ตั้งตนเชื่อว่า กกต.จะไม่ยอมให้ใครเข้ามาแทรกแซง แม้ว่าจะมีความพยายามแทรกแซงหรือไม่ก็ตาม

“การเดินหน้าตรวจสอบการแจกเงินเพิ่มในบัตรคนจน ตามที่มีผู้ไปร้องเรียน นั้น ตนอยากให้ กกต.ทำงานตามปกติ อย่างเร่งให้เร็วหรือช้า ทำงานไปตามขั้นตอน สังคมก็จะไม่ครหา ถึงการยืดเวลาหรือลดเวลาทำงานของ กกต. เพื่อเหตุผลบางอย่าง ซึ่งไม่เกี่ยวกับความได้เปรียบเสียเปรียบ และตนเชื่อว่า กกต. ชุดนี้ไม่ได้กลัวถูกปลดแต่กลัวความไม่ตรงไปตรงมามากกว่า” อดีต กกต.กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 26 พฤศจิกายนเวลา 13.00น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าของฉายามือปราบหูดำ” จะเดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคปชป.


ที่มา:มติชนออนไลน์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ