อภิสิทธิ์-บิ๊กตู่ ตัดแต้ม ทักษิณ ‘3 พรรค’ คัดเกรด ส.ส.สู้ศึกเลือกตั้ง 2562

แม้การแบ่งเขตเลือกตั้ง “ฉบับพิสดาร” ที่ออกมาจะ “ส่งกลิ่น” การเลือกตั้ง 24 ก.พ. 2562 จะ “ซ้ำรอย” การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2500 ที่ถูกขนานนามว่าเป็นการเลือกตั้งที่ “สกปรกที่สุด”

ทว่าพรรคการเมืองเก่า-ใหม่ ใหญ่-กลาง-เล็ก ทุกพรรคต่างเดินหน้า“จัดทัพ-วางยุทธวิธี” เพื่อกวาดทุกเขต-ทุกคะแนนเสียง เพื่อ “ชิงความได้เปรียบ”เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล (ผสม)

ปชป.รักษาฐานที่มั่นภาคใต้-กทม.

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แม้จะ “ออกตัวช้า” กว่าพรรคอื่น เพราะต้อง “ใช้เวลา” ไปกับการหยั่งเสียง “เลือกหัวหน้าพรรค” แต่ก็ได้วางกลยุทธ์ “รักษาฐานที่มั่นเดิม” คือ ภาคใต้และกรุงเทพมหานคร (กทม.)

และด้วยรัฐธรรมนูญ “ฉบับมีชัย” ถูกออกแบบมาให้ “ทุกคะแนนมีความหมาย” ภาคเหนือ-อีสานที่เคยเป็น “บ่อน้ำมัน” ให้กับพรรคเพื่อไทย (พท.) ปชป.จะเดินหน้าเก็บ “คะแนนตกน้ำ” ทุกเม็ด เพื่อแปรเปลี่ยนจากคะแนนตกน้ำเป็นเก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ทั้งนี้ ผลคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส.เขตเมื่อปี 54 รวมกันทุกภาค ทุกเขต ทั้งคะแนนสอบได้-สอบตก ปชป.ได้คะแนนทั้งหมด 10,138,045 คะแนน

ข้ามฝั่งพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่มียุทธศาสตร์ “แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย” จนเกิดเป็น “พรรคพี่-พรรคน้อง” ทำให้ต้องส่ง “เบอร์ใหญ่” ลงสนาม ส.ส.เขต และให้พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ส่ง “โนเนม” ลงไปเก็บ “คะแนนตกน้ำ” ซึ่งการเลือกตั้งปี 54 พท. เก็บได้ทั้งคะแนนตกน้ำ-เหนือน้ำ ทั้งหมด 14,272771 คะแนน

โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังเป็นสนามที่แข่งกัน “ดุเดือด” ไม่แพ้สนามเลือกตั้งภาคเหนือ-อีสาน-ใต้ เพราะนอกจากจะเป็นการสู้กันระหว่าง ปชป.กับ พท.แล้ว…พท.ยังส่ง “บิ๊กเนม” ที่ “หนีตาย” จาก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไปลง ส.ส.เขต กันคึกคัก อาทิ


พท.ส่ง “บิ๊กเนม” คั่วสนาม กทม.

“เสี่ยไก่”-วัฒนา เมืองสุข ไปลงเขตบางแค โดยให้ “ร.ท.สุณิสา ทิวากรดำรง” หรือ “หมวดเจี๊ยบ” ไปลงลาดพร้าว-วังทองหลาง “เฮียโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง ไปลงเขตคลองเตย “พงศ์เทพ เทพกาญจนา” ลงสมัคร ส.ส.สมุทรสาคร

ส่วน “ขาใหญ่” ที่ยัง “ไม่ตัดสินใจ”จะลงเขตไหน เช่น โภคิน พลกุล มีข่าวว่าต้องการลงสมัคร ส.ส.พื้นที่ กทม.ชั้นใน เช่น เขตดุสิต “ภูมิธรรม เวชยชัย” รักษาการเลขาธิการพรรค มีข่าวว่าจะลงสมัคร ส.ส.ย่านฝั่งธนบุรี

ล่าสุด “ข่าวปล่อย” ออกมาว่า “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานยุทธศาสตร์ พท.จะลงมาชิงชัยในเขตดอนเมือง แทน “เก่ง-การุณ โหสกุล” อีกด้วย

ปชป.ส่ง “ตัวจริง” ป้องแชมป์

ด้าน ปชป. “เจ้าของฐานที่มั่น”เปิดตัวฮือฮา เมื่อไปดึง “มือปราบหูดำ” หรือ “ผู้การแต้ม” พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มาลงเขตที่พ่ายแพ้ หวังจะมา “เสริมทัพ” ให้แกร่งทั่วแผ่นยิ่งขึ้น

แว่วมาว่า ขณะนี้สนาม “เสาชิงช้า” เต็มทุกเขต “ผู้เล่นหน้าใหม่-NewDem” ไม่มีที่จะลงแจ้งเกิด

ขณะที่ “ผู้เล่นตัวจริง-แชมป์เก่า” ยังอยู่กันครบทุกเขต ขาดไปเพียงแค่ “3 ทหารเสือ” นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ “เจ้าของที่” เขต 7 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เขต 26 และ นายสกลธี ภัททิยกุล ส.ส.สอบตก-ที่ 2 เขต 11 ที่ “ย้ายค่าย” ไปอยู่ พปชร.

ภาคใต้มันส์หยด-ศึก 3 เส้า 

ภาคใต้ในการเลือกตั้งรอบนี้ “เข้มข้น”กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะไม่ได้มีเพียง “พรรคสะตอ-ปชป.” เป็น “เต็งหนึ่ง” เพราะมีพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และพรรคประชาชาติ (ปชช.) ของ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” แกนนำกลุ่ม “วาดะห์” มาร่วมแบ่งแต้ม

รปช.ที่มีนายสุเทพเป็น “ขาใหญ่” ใน จ.สุราษฎร์ธานี มี “ธานี-เชน” พี่-น้องตระกูลเทือกสุบรรณ “ป้องกันแชมป์” เขต 1 และเขต 4 ส่วนเขต 2 ของนายสุเทพ สมัยอยู่ ปชป. จะส่ง “เสาไฟฟ้า-นกแล” ลงรักษาฐานที่มั่นเดิมหรือไม่ ยังต้องจับตา

ยังมี “อดีต ส.ส.ปชป.” ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ย้ายไปร่วมทัพกับนายสุเทพ-แบ่งแต้มกับปชป.ได้แก่ นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ อดีต ส.ส.นราธิวาส เขต 2 นายรำรี มามะ อดีต ส.ส.นราธิวาส เขต 3 นายอับดุลการิม เต็งกะรีนา อดีต ส.ส.ยะลา เขต 2 นายเจะอามิง โตะตาหยง อดีต ส.ส.นราธิวาส เขต 4

ทั้งนี้ข้อมูลผลการเลือกตั้งเมื่อปี”54 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) “คะแนนดิบ” 4 ภาค ที่เป็น “ฐานเสียง-ฐานที่มั่นของ พท.-ปชป. พบว่า กทม. 33 เขต ปชป. ชนะ 25 เขต แพ้ 8 เขต พท. ชนะ 8 เขต แพ้ 25 เขตภาคใต้14 จังหวัด ปชป. ได้ 3,072,547 คะแนน พท. ได้ 413,044 คะแนน

ภาคเหนือ 9 จังหวัด ปชป. ได้ 795,886 คะแนน พท. ได้ 2,067,018 คะแนน และ ภาคอีสาน 20 จังหวัด ปชป. ได้ 1,075,693 คะแนน พท. ได้ 6,102,326 คะแนน

ด้าน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แม้จะเป็น “พรรคเกิดใหม่” แต่ “ขุมกำลัง”เต็มอัตราศึกภายใต้การเดินเกมดูดของแกนนำกลุ่ม “สามมิตร” ทั้ง สมศักดิ์ เทพสุทิน-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่รับ-ส่งลูกกันเป็นจังหวะเดียวกัน

พปชร.ส่งแชมป์เก่าเหนือ-อีสาน

สมรภูมิเหนือ-อีสาน-กลางถือเป็น “เป้าหมายหลัก” ของ พปชร. เพราะมี “แชมป์เก่า-หน้าเดิม” แต่เพิ่มเติม คือ “ต้นสังกัดใหม่” ในนาม “พลังประชารัฐ” ภายหลังเบ่ง “พลังดูด” อดีต ส.ส.เกรดเอไปเกือบร้อยชีวิตเพื่อซื้อความสำเร็จ

จ.ชัยนาท “อนุชา นาคาศัย” แกนนำสามมิตร ที่ย้ายต้นสังกัดจากภูมิใจไทย (ภท.) จะมาลงชัยนาท เขต 1 เพื่อรักษาฐานที่มั่นภรรยา-นางพรทิวา นาคาศัย ขณะที่เขต 2 จะส่งนายมณเฑียร สงฆ์ประชา ที่ย้ายจากชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)

ส่วน จ.ราชบุรี พปชร. น่าจะมาอย่างน้อย 3 จาก 5 ที่นั่ง เพราะ “แรงดูด” อาทิ เขต 1 นายมานิต นพอมรบดี และเขต 2 “บุญยิ่ง นิติกาญจนา” แชมป์เก่า หลังย้ายจาก ภท. ตามนายสมศักดิ์ “หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา” เขต 3 เช่นกัน มี “ปารีณา ไกรคุปต์” จาก ชทพ. ครองแชมป์ ซึ่ง พปชร.ก็ “ดูดตัวดี” เข้าพรรคอีกคน

ขณะที่เขต 4 และเขต 5 อดีตนักการเมืองกลุ่ม 16 ปีกของ “สรอรรถ กลิ่นประทุม” ที่ยังภักดีอยู่กับ ภท. เป็น “เจ้าของพื้นที่”

เป็นการเปิดตัว “ยกแรก” เมื่อระฆังเลือกตั้ง 62 ดังขึ้นรัว ๆ

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleวายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 7 ธ.ค. 2561
Next articleหุ้นเปิดตลาดภาคเช้าบวก 3.52 จุด ดัชนี 1,657 จุด