บิ๊กตู่ ใช้ ม.44 ยกเลิก กก.สภามหา’ลัย บอร์ดกองทุน ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน

‘บิ๊กตู่’ งัด ม.44 แก้กฎหมาย ป.ป.ช. ยกเลิก กก.สภามหาวิทยาลัย บอร์ดกองทุน ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 21/2561 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยใช้มาตรา 44 ยกเลิกผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยตามมาตรา 102 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีความเห็นและข้อเสนอแนะมายังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกี่ยวกับประกาศ ป.ป.ช. เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ที่กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานรัฐทุกแห่งต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยเฉพาะการกำหนดตำแหน่งตามมาตรา 102 (7) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง มีการนิยามความหมายไว้ตามมาตรา 4 ให้ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง หมายความรวมถึงกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ ส่งผลให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่สามารถใช้ดุลพินิจกำหนดตำแหน่งเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงได้

คำสั่งระบุว่า แต่เนื่องจากประกาศดังกล่าวกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานอื่นของรัฐทุกแห่งต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งผลให้การบริหารจัดการภายในหน่วยงานบางแห่งประสบปัญหา ดังนั้นเพื่อให้การตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน รวมถึงการป้องกันการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล และเป็นไปตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งควรให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในการใช้ดุลพินิจกำหนดตำแหน่งผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ป.ป.ช. เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเป็นส่วนสำคัญ ของการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 หัวหน้า คสช. โดยความเห็นชอบจาก คสช.จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

1.ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง” ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. และให้ใช้ความต่อไปนี้ “ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สำหรับข้าราชการพลเรือน และปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ สำหรับข้าราชการทหาร และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และให้หมายความรวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัด กทม. กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หัวหน้าหน่วยงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่รวมถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่กฎหมายกำหนด ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด หรือผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด

2.ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. “ในกรณีที่มีปัญหาการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช.นี้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีอำนาจในการตีความและวินิจฉัย ทั้งนี้ มติในการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

Advertisment

3.ให้ยกเลิกข้อ 5 แห่งประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. 4.เพื่อประโยชน์ของการกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ให้สำนักงาน ป.ป.ช.เร่งดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.เสียใหม่ให้ถูกต้อง และสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ป.ป.ช. ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนี้ เสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อประกาศใช้ต่อไป 5.ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีอาจเสนอให้ คสช.แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้ 6.คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป