“ศรีวราห์”ชี้พบ”ยิ่งลักษณ์”ครั้งสุดท้าย23ส.ค.บ้านพัก สั่งเช็กโพสต์เฟซจากไหน เร่งตามตัว”ผกก.หนุ่ย”นายตร.ติดตามสอบ

แฟ้มภาพ

“ศรีวราห์” สั่งจัดชุดตาม “ยิ่งลักษณ์” พบครั้งสุดท้ายบ่าย 23 สิงหาคมที่บ้านพัก สั่งเช็กโพสต์เฟซจากไหน ทูต ตร.ไม่พบเข้าเขมร เร่งตามตัว “ผกก.หนุ่ย” นายตำรวจติดตามสอบเอี่ยวพาหนีหรือไม่

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2560 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง เรียกประชุมตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาในคดีที่ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ละเลย ไม่ระงับยับยั้ง ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ท่ามกลางกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม และไปพำนักในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอเรตส์แล้ว โดยมี พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พล.ต.ต.ภาคภูมิ สัจจพันธ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รอง ผบช.สตม.) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) กองการต่างประเทศ กองทะเบียนประวัติอาชญากร บก.น.4 สน.ลาดพร้าว และทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ที่ อม. 22/2558 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ขอเลื่อนการฟังคำพิพากษา โดยศาลเชื่อว่าพฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยหลบหนี จึงออกหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามหมายจับ เลขที่ 29/60 ลงวันที่ 25 สิงหาคม ฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และปรับนายประกันเต็มตามสัญญา ทันทีที่ศาลออกหมายจับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการให้กองทะเบียนประวัติอาชญากร (ทว.) ลงประกาศสืบจับ ซึ่ง ทว.ลงประกาศสืบจับผ่านระบบออนไลน์ทั่วประเทศไปถึงสถานีตำรวจทุกแห่งและด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศทันทีตั้งแต่เวลา 13.18 น. วันที่ 25 สิงหาคม นอกจากนี้ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามความเคลื่อนไหวด้านการข่าว สถานการณ์และเฝ้าระวังการเดินทางเข้า-ออกประเทศ ตามด่านตรวจ ช่องทางธรรมชาติ สั่งการทุกหน่วยมอบหมายรอง ผบช. รับผิดชอบงานความมั่นคง เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัว และให้มีการรายงานผลการปฏิบัติทุก 5 วัน ตามหนังสือวิทยุ ตร. ด่วนที่สุด ลับ ที่ 0001 (ศปก.ตร.) /118 ลงวันที่ 27 สิงหาคม และสั่งการให้กองการต่างประเทศ (ตท.) ประสานตำรวจสากล (Interpol) มีสมาชิกจำนวน 190 ประเทศ เพื่อหาพิกัดที่อยู่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในต่างประเทศ ทั้งนี้ เป็นไปตามคำสั่งของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก สน.ลาดพร้าว ที่รับผิดชอบดูแลบ้านพักของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในซอยโยธินพัฒนา 3 ว่า จากการสอบสวนพยานบุคคลในบ้าน ยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่อยู่ในบ้านหลังดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ให้ข้อมูลว่าไปไหนตั้งแต่เมื่อไหร่ และจากการเฝ้าสังเกตการณ์ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมเป็นต้นมาไม่พบเห็นการเข้า-ออกบ้านพักของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือแม้กระทั่งการเข้า-ออกของรถที่ใช้ประจำแต่อย่างใด ข้อมูลของ สน.ลาดพร้าว ระบุด้วยว่า พบเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ครั้งสุดท้ายในบ้านหลังนี้เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม อย่างไรก็ตาม สั่งการให้ท้องที่ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณบ้าน สืบสวนตามวิธีเพื่อหาหลักฐานยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่อยู่ในบ้านจริง นอกจากนี้ยังตรวจสอบบ้านพักทุกแห่งภูมิลำเนาตามบัตรประชาชนและที่พักอาศัย รวมถึงบ้านพักที่ จ.เชียงใหม่ด้วย ซึ่งได้รับรายงานว่ายังไม่พบตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์แต่อย่างใด

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ขณะเดียวกัน บก.น.4 สั่งการ สน.วังทองหลาง ไปตรวจสอบที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค ย่านเลียบด่วนรามอินทรา ภายหลังมีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าพักในคืนวันที่ 23 สิงหาคม ก่อนหายตัวไป ทั้งนี้ การจะขอหมายค้นสถานที่ใดเพื่อหาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีข้อมูลแจ้งต่อศาลว่า พบข้อเท็จจริงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ปรากฏตัวหรืออยู่ในที่นั้น แต่ตอนนี้ยังไม่พบข้อมูล จึงยังไม่ขอหมายค้นใดๆ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่านั่งเรือออกไป หลังจากไหว้พระที่วัดระฆังโฆสิตารามนั้น เป็นเพียงเรื่องเขาเล่าว่า ต้องตรวจสอบก่อน

รอง ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า เมื่อมีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกนอกประเทศไป ได้รับการยืนยันจาก สตม. ว่า ตรวจสอบด่าน ตม.ทั่วประเทศไม่พบการผ่านเข้า-ออกในช่องทางด่าน ตม. ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เป็นไปได้ที่อาศัยช่องทางธรรมชาติหลบหนี ประเทศไทยกว้างใหญ่ไพศาล เป็นไปได้ที่จะหลบหนี แค่ขับรถเป็นก็หนีได้แล้ว ไม่ต้องมีใครช่วยก็ได้ แต่ตอนนี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ใด ในประเทศหรือนอกประเทศ ไม่สามารถสันนิษฐานได้ จะพูดได้เมื่อมีข้อมูลที่ชัดเจนกว่านี้ ทั้งนี้ สั่งการให้จังหวัดที่มีพื้นที่ชายแดนตามที่มีกระแสข่าว ที่เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะใช้เป็นช่องทางหลบหนี เช่น เกาะช้าง จ.ตราด หรือ จ.สระแก้ว ไปตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังแล้วว่ามีการใช้ช่องทางใดหลบหนีหรือไม่ แต่ทั้งนี้ ให้ตรวจสอบทั่วประเทศ เพราะเป็นไปได้หมด ถ้าจะหนี

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานในการสืบสวนหาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ได้ชัดเจนที่สุดเพื่อชี้แจงต่อศาลฯ หากมีการนัดไต่สวนเพื่อชี้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีจริง และตำรวจได้สืบสวนแล้ว หลังจากนั้นดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ในกระบวนของศาล เมื่อจำเลยหลบหนี นับจากวันที่ศาลออกหมายจับนับไป 1 เดือน ศาลจะนัดอ่านคำพิพากษาลับหลังได้ ตอนนี้ในส่วนของตำรวจ นอกจากสืบสวนตามจับกุมให้ได้ ส่วนหนึ่งเพื่อใช้เป็นพยานในการแจงต่อศาลตามกฎหมาย

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาตำรวจไม่มีอำนาจหน้าที่ไปติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะตำรวจคำนึงถึงอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่มีขอบเขตและไม่ละเมิดสิทธิ ตรวจสอบแล้วตำรวจไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการใดตามประกบติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์แต่อย่างใด จากการตรวจสอบพบว่ามีเพียงการขอตัว พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ผกก.กองกำกับการฝ่ายวิจัยและพัฒนา ศูนย์พัฒนาด้านการข่าว บช.ส. ไปช่วยดูแลความปลอดภัยเท่านั้น โดยมีหนังสือ บช.ส. ที่ 02.800.2/23 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2557 ขอตัวไปช่วยราชการตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2557 ถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2558 นายตำรวจคนนี้จะเกี่ยวข้องในการพาหลบหนีหรือไม่ เป็นเรื่องของตำรวจนครบาลในการตรวจสอบและติดต่อกับ พ.ต.อ.วทัญญู รวมถึงการสืบสวนสอบสวนแพทย์ประจำตัวว่ามีการเข้าพบ รักษาตัว เกี่ยวกับอาการน้ำในหูไม่เท่ากันหรือไม่ ขณะที่ บช.ส.กำลังตรวจสอบอีกทางว่านายตำรวจคนนี้ยังอยู่ในราชการหรือไม่ รู้เห็นอย่างไร นอกจากนี้ ในส่วนของตำรวจมีเพียงการตั้งจุดตรวจหน้าบ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 ตั้งแต่สมัยยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะมีการวางกำลังรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา ระยะหลังจุดตรวจยังอยู่ แต่มีตำรวจประจำ 1 นาย ในช่วงเวลา 06.00น. -18.00 น. เท่านั้น ช่วงอื่นๆ มีเพียงสายตรวจผ่านไปมา

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจเตรียมพร้อมรับมือการดูแลความปลอดภัยมวลชนที่จะมาให้กำลังใจในวันที่ 25 สิงหาคมเท่านั้น ข้อมูลการข่าวของสันติบาลก็ไม่เคยประเมินว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะหลบหนี เพราะมาขึ้นศาลสู้คดีทุกครั้ง ส่วนตัวไม่คิดว่าท่านจะหนี ตนมีหน้าที่ดูแลความสงบในวันพิพากษา เวลา 04.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม ตนยังไปดูแลเรื่องการวางแผงเหล็กบริเวณศาลอยู่เลย การข่าวทุกอย่างประเมินตามสถานการณ์ อย่าไปมองว่าผิดพลาด นอกจากนี้ยังให้ ปอท.ไปตรวจสอบความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จนถึงขณะนี้ไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ ขณะเดียวกันให้ตรวจสอบโพสต์ล่าสุดในเฟซบุ๊ก ที่บอกให้มวลชนให้กำลังใจที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางมาศาล ว่าโพสต์ดังกล่าวทำการโพสต์จากที่ใด อย่างไรก็ตาม เมื่อมีหมายจับ ตำรวจก็พยายามเต็มที่ในการติดตามจับกุมตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์มาให้ได้ก่อนวันที่ 27 กันยายน ทั้งนี้ ในการประชุมวันนี้ยังไม่พิจารณาความบกพร่องของหน่วยงานใด เรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม จะประชุมติดตามความคืบหน้า สืบสวนจับกุม น.ส.ยิ่งลักษณ์อีกครั้งในวันที่ 1 กันยายน

เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตว่ามีการเปิดทางให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ให้การช่วยเหลือนั้น รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ แต่อย่างที่บอก ประเทศไทยกว้างใหญ่ ถ้าขับรถเป็นก็หนีได้ ส่วนที่มีการกล่าวหา ไปแจ้ง ป.ป.ช.ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ละเลย จงใจให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี เรื่องนี้ใครมีพยานหลักฐานอะไรก็ให้เอามาแสดงที่ตนได้ จะช่วยสืบสวนต่อให้ หากแค่กล่าวหาลอยๆ ไม่มีหลักฐาน ก็เข้าข่ายแจ้งความเท็จ

ด้าน พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ (ผบก.ตท.) กล่าวว่า เมื่อมีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา กองการต่างประเทศได้ติดต่อประสานไปยัง พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก รองผู้บังคับการประจำ กองการต่างประเทศ ในฐานะผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำประเทศกัมพูชาแล้ว ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าไม่พบข้อมูลว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปยังกัมพูชาแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ระบุว่าไปอยู่ที่นครดูไบนั้น วันนี้จะประสานไปยังตำรวจที่ยูเออีเพื่อให้ช่วยตรวจสอบ โดยตำรวจยูเออี เป็น 1 ใน 190 ประเทศสมาชิกตำรวจสากล จึงมีช่องทางการประสานงานอยู่แล้ว วันนี้จะรีบทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังตำรวจสากล ให้ตำรวจ 190 ประเทศสมาชิกช่วยตรวจสอบว่าพบเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ กระบวนนี้ใช้เวลาพอสมควร ขึ้นอยู่กับว่าจะมีประเทศใดตอบกลับมาหรือไม่ ตามขั้นตอนหากมีประเทศหนึ่งประเทศใดตอบกลับมาว่าพบเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตำรวจจะประสานไปยังอัยการเพื่อให้พิจารณาว่าจะออกหมายจับสากลหรือหมายแดงให้ตำรวจสากลช่วยจับกุมหรือไม่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตำรวจสากลว่าตีความคดีนี้อย่างไร จะออกหมายจับให้หรือไม่ด้วย

 


ที่มา : มติชนออนไลน์