พรรคเพื่อชาติ งัดไม้เด็ดโค้งสุดท้าย “พาทักษิณกลับบ้าน” เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

พรรคเพื่อชาติ ประกาศนโยบาย โค้งสุดท้าย “พาทักษิณกลับบ้าน” พร้อมปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้เป็นสากล

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2562 นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมนางลลิตา ฤกษ์สำราญ รองหัวหน้าพรรค และนายยงยุทธ ติยะไพรัช ในฐานะกองเชียร์พรรค ร่วมแถลงนโยบายโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยชูนโยบายพาอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน เนื่องจากเล็งเห็นถึงคุณค่าในความเป็นคนไทย อีกทั้งยังเป็นสินทรัพย์ของประเทศ

จึงเห็นควรต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านที่เป็นความรู้ความสามารถ ส่วนทางคดีก็ควรจะมีกระบวนสืบสวนสอบสวน ต้องเป็นบุคคลที่เป็นกลาง ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ต้องมีความเป็นธรรมและยุติธรรม เป็นที่ประจักษ์ยอมรับทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นที่มาของนโยบายพรรคด้านความยุติธรรมที่จะต้องปฏิบัติ และส่งเสริมให้เป็นไปตามหลักสากล นานาอารยประเทศยอมรับ เพราะหากไม่เป็นสากล ไม่เป็นที่ยอมรับ และไม่มีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน

“กรณีอดีตนายกฯทักษิณ หากมีความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแล้ว ทำไมต่างชาติถึงไม่ให้ความร่วมมือในการจับกุม พรรคเพื่อชาติจะเป็นเกาะกลางในเรื่องนี้ ไม่ใช่เฉพาะกรณีของ อดีตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่รวมถึงประชาชนคนไทยทุกคน” หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าว

นายยงยุทธ ติยะไพรัช กล่าวว่า การพาทักษิณกลับประเทศจะเป็นกรณีตัวอย่างให้ต่างชาติเห็นว่า กระบวนการยุติธรรมเป็นสากล การเอาทักษิณกลับมาถือเป็นการนำคนที่มีประสบการณ์ ความรู้ ต่างชาติให้ความเชื่อถือ มาช่วยเหลือประเทศชาติซึ่งไม่จำเป็นต้องมาเป็นนายกรัฐมนตรี มาอยู่แบบคนธรรมดา อยู่กับครอบครัวแบบปกติ หากทำสำเร็จจะทำให้สภาพประเทศไม่มีความแตกแยก ขณะเดียวกันทำให้กลุ่มคนที่สนับสนุนอดีตนายกฯทักษิณมีความเช้าใจ

“ขณะนี้สภาพภายในประเทศง่อยเปลี้ยเพราะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ผมในฐานะกองเชียร์เห็นความตั้งใจของพรรคเพื่อชาติจึงเห็นว่า อดีตนายกฯทักษิณ ควรกลับมาต่อสู้คดีและพูดคุยกันด้วยความเป็นธรรม อย่าสร้างบรรยากาศแบบสงครามเย็น ซึ่งไม่เป็นผลดีกับประเทศ ผมไปพบประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศ ทุกคนก็เห็นด้วยกับประเด็นนี้ ถ้าทำสำเร็จความบาดหมางในชาติก็จะหายไป อย่างสร้างผีทักษิณให้เกิดขึ้นอีก ควรคุยกันได้แล้ว ”นายยงยุทธกล่าว

นายยงยุทธ กล่าวว่า พรรคยังชูนโยบายยกเลิกสัมปทาน การผูกขาดตัดตอนที่เป็นอุปสรรคปัญหาต่อการพัฒนา โดยเฉพาะธุรกิจโรงเหล้าที่ได้รับสัมปทาน 60-70 ปีควรหยุดเสียทีเพราะพอมีเงินมากๆก็ไปไล่ซื้อที่ชาวบ้าน จนต้องหนีเข้าไปรุกที่ป่าไม้ ซึ่งพรรคจะชูนโยบาย 2 ประเด็นนี้ในการหาเสียงโค้งสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง

 

ที่มา:ข่าวสดออนไลน์

Previous articleรีจอยส์เปิดตัวแชมพูน้ำหอมแท้ระดับพรีเมี่ยม “รีจอยส์ เพอร์ฟูม คอลเลคชั่น” เพื่อผมนุ่ม พลิ้วสวย หอมยาวนานตลอดวัน
Next article“โอรูร์ค” ดาวรุ่งเดโมแครต ประกาศชน “ทรัมป์” ลงสังเวียนชิงเก้าอี้ปธน.มะกัน